Alibaba.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบธุรกิจสู่ธุรกิจชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัว Accio ผู้ช่วยธุรกิจพลัง Agentic AI ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการส่งออกและขยายตลาดสู่ระดับสากล ภายใต้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภายในงาน Thailand B2B AI Seller Summit 2026 ณ DITP Hall กรุงเทพมหานคร
ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นของ Accio และระบบอัตโนมัติ
Accio ได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือนทีมผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ที่พร้อมเริ่มงานได้ทันที ประกอบด้วย AI Agent เฉพาะทางที่สามารถประสานงานร่วมกันได้ด้วยตนเองเพื่อดูแลกระบวนการส่งออกอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การวิจัยตลาด การวางแผนสินค้า การจัดหาสินค้าและคู่ค้า การเจรจาต่อรองราคา การจัดทำรายการสินค้าหลากหลายภาษา ตลอดจนการบริหารหน้าร้านออนไลน์และการทำการตลาดไปยังผู้ซื้อทั่วโลก โดยผู้ประกอบการเพียงกำหนดแนวทางและเป้าหมายทางธุรกิจ ระบบก็สามารถดำเนินงานต่อได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดหรือตั้งค่าระบบที่ซับซ้อน
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังได้เปิดตัว Smart Assistant Agent ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ผสานการทำงานของ Accio เข้าสู่ระบบจัดการร้านค้า Alibaba.com Seller Workbench โดยตรง ช่วยให้ผู้ขายเข้าถึงขีดความสามารถของระบบได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มการทำงาน ซึ่ง อีธาน หวัง หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้ขายระดับโลกของ Alibaba.com กล่าวถึงการพัฒนาเครื่องมือนี้ว่า “เราพัฒนา Accio เพื่อให้ SMEs มีทีม AI ที่พร้อมเริ่มงานได้ทันที ใช้งานง่าย ทำงานได้อย่างมืออาชีพยิ่งขึ้น และดำเนินงานได้ด้วยตนเองมากขึ้น Accio จะช่วยเปิดมิติใหม่ให้ธุรกิจที่มีทีมงานขนาดเล็กสามารถแข่งขันและประสบความสำเร็จในเวทีโลก ด้วยการช่วยให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจได้เร็วขึ้น ตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน และดำเนินธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและการขยายโอกาสการค้าของไทย
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.1 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด และสร้างการจ้างงานมากกว่า 70% ทั่วประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศราว 35% ทว่ายังมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกโดยตรงไม่ถึง 15% ของประเทศ ซึ่งความท้าทายสำคัญเกิดจากข้อจำกัดด้านบุคลากร ความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ และภาระงานเอกสารรวมถึงข้อกำหนดทางกฎหมายที่ซับซ้อน

โรเจอร์ ลัว หัวหน้าฝ่ายธุรกิจภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Alibaba.com ระบุว่า “พันธกิจของเราในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำผู้ประกอบการมาเปิดร้านบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่เรามุ่งเสริมขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทยดำเนินธุรกิจได้ทัดเทียมองค์กรขนาดใหญ่ ตั้งแต่การค้นหาผู้ซื้อทั่วโลกที่มีความตั้งใจซื้อสูง การเจรจาธุรกิจหลากหลายภาษาโดยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงการจัดการข้อกำหนดการค้าระหว่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น เราพัฒนา Accio มาเพื่อช่วยให้ SMEs ไทยและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจด้วยตนเองก้าวข้ามอุปสรรคในการค้าข้ามพรมแดน ลดช่องว่างด้านทรัพยากรที่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และขยายธุรกิจให้เติบโตสู่ตลาดโลก”
สอดคล้องกับความร่วมมือในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดย นายวุฒิศักดิ์ กาญจนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้กล่าวสนับสนุนการปรับตัวด้านเทคโนโลยีว่า “เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทมากขึ้นในการเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศ ธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs จึงต้องปรับตัวให้ทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เข้าใจตลาดได้ดียิ่งขึ้น เข้าถึงผู้ซื้อในต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก”
การขับเคลื่อนการเติบโตและการเข้าใช้งาน
ในด้านสถิติการดำเนินงาน ในเดือนสิงหาคม 2026 Alibaba.com มีรายการสินค้าจากผู้ขายไทยเพิ่มขึ้นกว่า 150% และมีการสอบถามข้อมูลจากผู้ซื้อต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยหมวดสินค้าสำคัญที่มีความต้องการสูง ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคล ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ซึ่งระบบของ Accio จะเข้ามาสนับสนุนทั้งการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงในหลายเขตเวลา และการบริหารห่วงโซ่อุปทานอัตโนมัติ
ภายในงานยังได้เปิดตัวแพ็กเกจสมาชิกรูปแบบล่าสุดสำหรับผู้ขายเพื่อรองรับความต้องการของผู้ส่งออกไทยโดยเฉพาะ สำหรับผู้ประกอบการและธุรกิจไทยที่ต้องการนำระบบดังกล่าวมาใช้งาน สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์ทางการที่ https://www.accio.com/
#Alibaba #Accio #AgenticAI #SMEsไทย #DITP #การค้าระหว่างประเทศ #อีคอมเมิร์ซ

