การปฏิรูปเศรษฐกิจสีเขียวระดับฐานรากกำลังก้าวสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อรัฐสภาเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขกฎหมายป่าชุมชน ซึ่งชูจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างด้วยการปลดล็อกให้รายได้จากการซื้อขายคาร์บอนเครดิตไม่ต้องส่งเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน แต่กระจายตรงสู่มือชุมชนผู้ดูแลผืนป่าโดยตรง หวังกระตุ้นแรงจูงใจและขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
พลิกเกมการเงินสีเขียวยกเว้นรายได้แผ่นดิน
การขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจคาร์บอนระดับฐานรากกำลังเผชิญกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เมื่อร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเสนอโดย นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญผ่านทางเว็บไซต์รัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 18 กันยายน 2569 เพื่อรวบรวมมุมมองรอบด้านก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในฝ่ายนิติบัญญัติ
หัวใจสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่การบัญญัติเพิ่ม “มาตรา 56/1” เข้าไปในพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 โดยกำหนดข้อยกเว้นอย่างชัดเจนว่า รายได้ทั้งหมดที่เกิดจากการขายคาร์บอนเครดิตตามแผนกิจกรรมจัดการป่าชุมชนที่ผ่านการอนุมัติแล้ว “ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน” ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่รายได้จากทรัพยากรธรรมชาติมักผูกติดกับระเบียบการคลังส่วนกลาง ให้กลายสภาพเป็นสินทรัพย์ของท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ
ในบันทึกหลักการและเหตุผลของร่างกฎหมายระบุเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจนว่า “เพื่อให้สมาชิกป่าชุมชนซึ่งร่วมกับรัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากการขายคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนนั้นได้ด้วย นอกเหนือไปจากประโยชน์ในการเก็บหาของป่า การใช้ประโยชน์จากไม้ในป่าชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อันจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาป่าชุมชนให้มีความอุดมสมบูรณ์ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน และช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์”
เปิดโมเดลลงทะเบียนปักหมุดแผนงานระดับจังหวัด
ในแง่ของกระบวนการเชิงปฏิบัติ กฎหมายกำหนดเงื่อนไขให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนที่ต้องการดำเนินโครงการดูดซับหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ต้องจัดให้มีการลงทะเบียนสมาชิกที่จะเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ โดยจะต้องระบุหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาป่าของสมาชิกแต่ละคนไว้อย่างละเอียดในแผนงาน เพื่อป้องกันปัญหาการอ้างสิทธิหรือการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่สอดคล้องกับภาระงานจริง
แผนงานดังกล่าวจะต้องยื่นเสนอต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนเริ่มโครงการ ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายยังได้วางกลไกเชื่อมโยงขีดความสามารถ ด้วยการบังคับให้หน่วยงานรัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต เช่น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีหน้าที่ต้องเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำเชิงเทคนิคแก่ชาวบ้าน เพื่อให้การประเมินการกักเก็บคาร์บอนได้มาตรฐานสากล
เมื่อแผนการดำเนินงานผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการระดับจังหวัดแล้ว คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนจึงจะมีอำนาจนำคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นไปซื้อขายแก่ผู้ซื้อได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด จากนั้นให้นำเม็ดเงินที่ได้ทั้งหมดมาจัดสรรแบ่งปันให้แก่สมาชิกที่ลงทะเบียนไว้ตามข้อบังคับของป่าชุมชนแต่ละแห่ง สร้างโมเดลการร่วมทุนระหว่างแรงงานชุมชนกับผลตอบแทนจากตลาดทุนสีเขียวอย่างแท้จริง
จับตากฎหมายการเงินและผลบังคับใช้วันถัดไป
ในมิติด้านสถานะทางนิติบัญญัติ ปัจจุบันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปกับการจัดเตรียมข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็น “ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน” หรือไม่ ซึ่งหากประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่าเป็นร่างการเงิน จะต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีให้คำรับรองก่อนบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบครบทั้งสามวาระจากรัฐสภา มาตรา 2 ระบุเงื่อนไขการบังคับใช้ไว้อย่างชัดเจนว่า ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย และมีอำนาจออกกฎกระทรวงรวมถึงประกาศที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการดำเนินงาน
ประเด็นท้าทายสำคัญที่ภาคประชาสังคมและนักเศรษฐศาสตร์กำลังจับตา คือความพร้อมของกฎระเบียบชุมชนที่จะต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งภายในท้องถิ่นเมื่อเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลจากภาคธุรกิจไหลตรงเข้าสู่ชุมชน ซึ่งผลสรุปจากการรับฟังความคิดเห็นในรอบนี้จะเป็นหมุดหมายชี้ขาดทิศทางของเศรษฐกิจคาร์บอนเครดิตภาคประชาชนของไทย
#คาร์บอนเครดิต #ป่าชุมชน #เศรษฐกิจสีเขียว #NetZero2065 #กฎหมายสิ่งแวดล้อม #มาตรา77

