FleenBeauty โตกระฉูดกวาดร้อยล้าน ออมสุชาร์รุกขยายค้าปลีกปั้นยอดพุ่ง

FleenBeauty โตกระฉูดกวาดร้อยล้าน ออมสุชาร์รุกขยายค้าปลีกปั้นยอดพุ่ง
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 15 นาที

การเข้าซื้อกิจการด้วยงบลงทุนยี่สิบห้าล้านบาทกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ผลักดันให้ฟลีนบิวตี้ผงาดขึ้นแถวหน้าวงการความงามไทย ด้วยการผสานนวัตกรรมบำรุงผิวเข้ากับเมคอัพตอบโจทย์กลุ่มผิวบอบบางแพ้ง่าย พร้อมเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างซัพพลายเชนและกระจายช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ

พลิกวิกฤติองค์กรสู่การเติบโตก้าวกระโดดด้วยการบริหารจัดการยุคใหม่

การขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางมูลค่าตลาดเครื่องสำอางไทยที่พุ่งสูงกว่าสองแสนล้านบาทตามข้อมูลของศูนย์วิจัยกรุงไทยคอมพาส นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของแบรนด์ความงามสัญชาติไทยน้องใหม่อย่างฟลีนบิวตี้ ซึ่งต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อ ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนฟีน่า จำกัด ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่าสูงถึงยี่สิบห้าล้านบาท เพื่อเข้ามารับช่วงต่อและกุมบังเหียนทิศทางธุรกิจด้วยตัวเองทั้งหมด ท่ามกลางกระแสความนิยมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทีบิวตี้ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ช่วงเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างเต็มไปด้วยอุปสรรครอบด้าน โดยเฉพาะปัญหาทรัพยากรบุคคลที่มีพนักงานประจำเหลืออยู่ในองค์กรเพียงสี่คนเท่านั้น ส่งผลให้ผู้บริหารต้องลงมาจัดระเบียบโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมดตั้งแต่การสรรหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ การวางระบบการบริหารคลังสินค้า การเปลี่ยนซัพพลายเออร์รายใหม่ ตลอดจนการยกระดับบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยและตอบสนองต่อการใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หัวใจสำคัญของการฟื้นฟูกิจการคือการวางแผนจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อปิดความเสี่ยงเรื่องสินค้าขาดสต๊อก ซึ่ง ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ระบุว่า การสร้างสมดุลระหว่างระบบปฏิบัติการที่แข็งแกร่งกับยอดขายที่เติบโตไปพร้อมกันคือเป้าหมายหลัก โดยกล่าวว่า “ทุกองค์ประกอบต้องเดินไปพร้อมกัน ไม่มีส่วนใดที่สามารถลดความสำคัญลงได้ เพราะในสถานการณ์ที่ทุกแบรนด์ต้องการเติบโต เราไม่สามารถปล่อยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนแรงได้ ในช่วงที่ผ่านมา Fleen Beauty กลับมาให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์รวมถึงการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาเพิ่ม Travel Size เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อขนาดจริง”

FleenBeauty โตกระฉูดกวาดร้อยล้าน ออมสุชาร์รุกขยายค้าปลีกปั้นยอดพุ่ง
FleenBeauty โตกระฉูดกวาดร้อยล้าน ออมสุชาร์รุกขยายค้าปลีกปั้นยอดพุ่ง

สินค้าเด่นสร้างยอดขายทะยานแตะร้อยล้านพร้อมเปิดตัวไอเทมใหม่

ผลลัพธ์จากการวางรากฐานการบริหารใหม่อย่างเข้มข้นส่งผลให้ผลประกอบการเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างชัดเจน โดยตัวเลขยอดขายจากเดิมที่ทำได้สี่สิบเจ็ดล้านบาทในปีสองพันห้าร้อยหกสิบเจ็ด ขยับขึ้นมาแตะเก้าสิบหกล้านบาทในปีสองพันห้าร้อยหกสิบแปด ซึ่งเป็นการเติบโตมากกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี ปัจจัยหลักเกิดจากอัตราการซื้อซ้ำและการบอกต่อของผู้บริโภคที่พึงพอใจในคุณภาพสินค้า สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง

จุดแข็งที่ทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด คือการมุ่งเน้นการคัดสรรสารสกัดจากธรรมชาติและนำเสนอนวัตกรรมความงามที่เจาะจงกลุ่มผู้มีปัญหาผิวบอบบางและแพ้ง่าย ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องสำอางเพื่อความสวยงามภายนอก แต่ยังช่วยฟื้นฟูและดึงเอาความสวยงามตามธรรมชาติของผิวออกมาอย่างมีสุขภาพดี กลายเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างเหนียวแน่น

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่มยอดนิยมที่สร้างรายได้หลักคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม ได้แก่ผลิตภัณฑ์ปรับสภาพผิวกลุ่ม Fleen Tone-up Serum ซึ่งมีการต่อยอดพัฒนาเป็นขนาดพกพาหรือ Travel Size ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ปกปิดรอยหมองคล้ำกลุ่ม Corrector นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง Fleen Skin Tint เพื่อเสริมทัพสินค้ากลุ่มงานผิว ซึ่งนับเป็นแบรนด์ความงามไทยกลุ่มแรกๆ ที่พัฒนาสินค้านวัตกรรมชนิดนี้ขึ้นมา จนสามารถสร้างสถิติยอดขายถล่มทลายแตะระดับหนึ่งหมื่นชิ้นได้ภายในเดือนแรกที่วางจำหน่าย และกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นสินค้าเรือธงตัวถัดไปของบริษัทอย่างเต็มภาคภูมิ

เดินหน้ารุกเครือข่ายค้าปลีกขยายออฟไลน์และมุ่งสู่เป้าหมายใหม่

นอกเหนือจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว การวางกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่ายถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย แม้ว่าในอดีตสัดส่วนยอดขายหลักจะพึ่งพาช่องทางออนไลน์สูงถึงเก้าสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์และมีออฟไลน์เพียงสามเปอร์เซ็นต์ แต่บริษัทได้ปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อเร่งสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ผ่านการขยายจุดจำหน่ายในร้านค้าปลีกความงามชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและสัมผัสสินค้าจริงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

สำหรับการดำเนินงานในปีสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า บริษัทตั้งเป้าหมายปรับสัดส่วนโครงสร้างรายได้ใหม่อย่างสมดุล โดยกำหนดสัดส่วนช่องทางออนไลน์ไว้ที่แปดสิบสามเปอร์เซ็นต์ และขยายช่องทางออฟไลน์เพิ่มขึ้นเป็นสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ผ่านการผนึกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรร้านค้าปลีกความงามชั้นนำ ได้แก่ การวางจำหน่ายในร้าน EVEANDBOY จำนวนแปดสิบห้าสาขา, Watsons จำนวนสองร้อยสาขา, Beautrium จำนวนเก้าสาขา, Multy จำนวนสิบสาขา และร้านค้าของ Konvy อีกจำนวนห้าสาขา ควบคู่ไปกับการเปิดช่องทางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้ง TikTok Shop, Shopee และ Lazada

การทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในยุคดิจิทัลยังคงดำเนินควบคู่ไปอย่างเข้มข้นทั้งสองรูปแบบ ซึ่งผู้บริหารให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการร่วมมือกับกลุ่มผู้นำทางความคิด ดังคำกล่าวของ ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ที่ระบุว่า “เราจัดกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน KOLs ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเล่าเรื่องและสื่อสารแบรนด์ เราจึงเลือกทำงานกับ KOLs ที่มีความชอบและเข้าใจในแบรนด์จริงๆ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดตัวตนของ Fleen Beauty ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน TikTok Live เป็นช่องทางที่เราได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้าโดยตรง ลูกค้าสามารถพูดคุยและสะท้อนความคิดเห็นได้แบบ Real-time โดยแบรนด์ได้นำฟีดแบ็กเหล่านั้นไปปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว”

FleenBeauty โตกระฉูดกวาดร้อยล้าน ออมสุชาร์รุกขยายค้าปลีกปั้นยอดพุ่ง
FleenBeauty โตกระฉูดกวาดร้อยล้าน ออมสุชาร์รุกขยายค้าปลีกปั้นยอดพุ่ง

ทิศทางความสำเร็จกับสถิติใหม่และเป้าหมายสู่ร้อยยี่สิบล้านบาท

ภาพรวมของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยที่กำลังได้รับแรงขับเคลื่อนจากความนิยมในกระแสทีบิวตี้ ส่งผลให้ผู้บริโภคเปิดใจยอมรับแบรนด์ในประเทศมากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ถือเป็นโอกาสทองที่ทำให้ฟลีนบิวตี้สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จากการรักษามาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้ การส่งมอบคุณค่าที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มคนรักผิว รวมถึงความคล่องตัวในการปรับตัวตามกระแสความเปลี่ยนแปลงของตลาดความงามสมัยใหม่อยู่ตลอดเวลา

สำหรับทิศทางการเติบโตในปีสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่หนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท โดยวางแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย ซึ่งสถิติผลการดำเนินงานล่าสุด ณ เดือนสิงหาคมสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า สามารถทำรายได้ไปแล้วกว่าเจ็ดสิบหกล้านบาท แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกที่ชัดเจนเนื่องจากตัวเลขการดำเนินงานได้พุ่งผ่านเกินครึ่งหนึ่งของเป้าหมายประจำปีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เส้นทางการดำเนินธุรกิจของฟลีนบิวตี้ภายใต้การนำของ ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการบริหารที่กล้าตัดสินใจปรับโครงสร้างอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การจัดการระบบหลังบ้านไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับวงการทีบิวตี้ ในการนำพาธุรกิจแบรนด์ไทยก้าวข้ามข้อจำกัดและทะยานสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในสมรภูมิการค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน

#FleenBeauty #TBeauty #ออมสุชาร์ #นวัตกรรมเครื่องสำอาง #เศรษฐกิจธุรกิจ

Related Posts