Meta เผชิญการไต่สวนในศาลสหรัฐฯ ปมฟีเจอร์เสพติดและละเมิดข้อมูลเด็ก

Meta เผชิญการไต่สวนในศาลสหรัฐฯ ปมฟีเจอร์เสพติดและละเมิดข้อมูลเด็ก
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 5 นาที

Meta บริษัทแม่ของแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram เข้าสู่กระบวนการไต่สวนในศาลรัฐบาลกลางเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังอัยการสูงสุดจาก 29 รัฐ ยื่นฟ้องในข้อหาออกแบบแพลตฟอร์มที่กระตุ้นให้ผู้ใช้งานเยาวชนเสพติด และละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก

การฟ้องร้องครั้งนี้ระบุว่า Meta ออกแบบระบบเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้กลุ่มวัยรุ่นใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ตของเด็ก (Children’s Online Privacy Protection Act หรือ COPPA) นอกจากนี้ กลุ่มอัยการยังกล่าวหาว่าบริษัทให้ข้อมูลที่บิดเบือนแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม

ฝ่ายโจทก์เรียกร้องให้ศาลกำหนดบทลงโทษทางการเงิน พร้อมออกคำสั่งศาลเพื่อจำกัดการเข้าถึงของผู้ใช้งานกลุ่มเยาวชน รวมถึงการสั่งให้ยกเลิกฟีเจอร์บางประเภท เช่น ระบบการเลื่อนหน้าจอแบบไม่สิ้นสุด (Infinite Scroll) และระบบอัลกอริทึมแนะนำเนื้อหา (Content Recommendation Systems) ซึ่งการฟ้องร้องในลักษณะการออกแบบแพลตฟอร์มที่คล้ายคลึงกันนี้ เคยนำไปสู่คำตัดสินให้ Meta และ Google ชดใช้ค่าเสียหายมูลค่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐแคลิฟอร์เนียมาแล้ว

การไต่สวนและผลกระทบทางกฎหมายต่อ Meta

ทางด้าน Meta ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยกระบวนการพิจารณาคดีมีกำหนดการไต่สวนเป็นระยะเวลาประมาณ 5 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะมีการขึ้นให้การของ Mark Zuckerberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Adam Mosseri ผู้บริหารสูงสุดของ Instagram โดยคณะลูกขุนจะทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษา ขณะที่ผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers จะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดในประเด็นความรับผิด บทลงโทษ และมาตรการเยียวยา

บริษัท Meta ประเมินในเบื้องต้นว่ามูลค่าความเสียหายทางทฤษฎีในคดีนี้อาจสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาคดีดังกล่าวยังเป็นที่จับตามองเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มอย่าง TikTok กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องในลักษณะเดียวกันในอีกกว่าสิบรัฐทั่วสหรัฐอเมริกา

#Meta #Facebook #Instagram #SocialMediaLawsuit #TechRegulation #TheReporterAsia

Related Posts