การยกเครื่องนโยบายพัฒนาสังคมสู่มิติเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ ด้วยการยุบรวมทุกความกระจัดกระจายของผลิตภัณฑ์กลุ่มเปราะบางเข้าสู่แบรนด์เดียว “ทอฝัน by พม.” กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนความสงเคราะห์ให้เป็นมูลค่าทางการค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับประเทศอย่างแท้จริง
ปฏิวัติโครงสร้างสวัสดิการสู่พลังทางเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารจัดการครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ไม่อาจขับเคลื่อนด้วยวิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป ที่ผ่านมาการสนับสนุนกลุ่มเปราะบางมักดำเนินไปในลักษณะเชิงสังคมสงเคราะห์ ต่างฝ่ายต่างฝึกอบรมอาชีพและพัฒนาสินค้าในสังกัดของตนเอง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือทรัพยากรภาครัฐกระจายตัวและขาดพลังในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ฝีมือคนในชุมชนมักจำกัดวงอยู่เพียงแค่ในพื้นที่หรือในงานแสดงสินค้าชั่วคราวเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งนี้มุ่งเน้นการปฏิรูประบบการทำงานของกระทรวง พม. โดยตรง ด้วยการนำสินค้าที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของกลุ่มเปราะบางทั้งหมดมารวมศูนย์ไว้ภายใต้กรอบเดียวกัน นโยบายนี้เกิดขึ้นจากการตระหนักว่าสินค้าที่มีศักยภาพจำเป็นต้องมีภาพลักษณ์ที่ทรงพลังเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดการยกเลิกการดำเนินงานแบบแยกส่วนของแต่ละกรม แล้วผนึกกำลังสร้างเอกภาพทางการตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้ศักยภาพของคนทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินและรายได้อย่างมั่นคง
ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญนี้ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้อธิบายถึงเบื้องหลังและหลักคิดของการปรับเปลี่ยนนโยบายไว้อย่างชัดเจนว่า “นโยบายท่านรัฐมนตรีรอบนี้ ท่านบอกว่าเราไม่กระจายกำลังกันแล้ว คือแต่ละกรมเวลาทำเรากระจายกำลังกัน มันไม่มีอิมแพกต์ เราก็ยกระดับแบรนด์ทอฝันขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็คล้ายๆ ว่า One Brand ภายใต้ พม. คุณจะทำช่วงไหนก็ได้ แต่เป็น One Brand แบรนด์เดียวกันภายใต้กระทรวง พม. และเวลาเรานำเสนอสู่ตลาด ทั้งช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ นำเสนอสู่ ThailandPostMart เราจะมารวบรวมทำเป็น e-Catalog รวมผลิตภัณฑ์ของ พม. ทั้งหมด ซึ่งเป็นการผลิตที่สร้างรายได้ได้จริงและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ”
กำเนิดวันแบรนด์ทอฝันรวบรวมฝีมือทุกช่วงวัยเพื่อผลตอบแทนที่จับต้องได้
การรีแบรนด์และยกสถานะโครงการสู่แนวคิด One Brand ภายใต้ตราสินค้า “ทอฝัน by พม.” นับเป็นหัวใจสำคัญของการบูรณาการสินค้าจากผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศให้เข้ามาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ แบรนด์นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นป้ายสินค้าใหม่ แต่ทำหน้าที่เป็นระบบคัดกรอง ยกระดับมาตรฐาน และรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอบรมและพัฒนาทักษะจากทุกกรมในสังกัดกระทรวง พม. ซึ่งประกอบด้วยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมกิจการเด็กและเยาวชน รวมถึงกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
ความหลากหลายของหมวดหมู่สินค้าในตราสินค้าทอฝันสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการรวมศูนย์ที่แท้จริง เพราะเป็นการนำเอาผลงานของแม่เลี้ยงเดี่ยว สตรีผู้ผ่านการฝึกอาชีพ คนพิการ กลุ่มผู้สูงอายุ ตลอดจนเด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์มาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในการเปิดตัวครั้งนี้คือผลิตภัณฑ์กว่าสามสิบรายการที่มีคุณภาพสูง เช่น พวงมาลัยผ้าขาวม้าราคาผืนละ 159 บาท ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากฝีมืออันประณีตของกลุ่มคนไร้ที่พึ่งในสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งจังหวัดเพชรบุรี การรวมศูนย์นี้ช่วยเปลี่ยนสถานะของผู้ด้อยโอกาสจากผู้รอรับการดูแลให้กลายเป็นผู้ผลิตที่มีศักดิ์ศรีในระบบเศรษฐกิจ
ยิ่งไปกว่านั้น การรวมศูนย์ภายใต้แบรนด์ทอฝันยังสร้างความโปร่งใสในมิติของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน เพราะรายได้ทุกบาททุกสตางค์ที่เกิดจากการจำหน่ายสินค้าจะถูกส่งตรงกลับคืนสู่ครอบครัวของผู้ผลิตและชุมชนต้นทางโดยไม่ผ่านการหักกำไรเกินจริง สินค้าแต่ละชิ้นจะได้รับการออกแบบให้มีเรื่องราวเฉพาะตัวระบุถึงกลุ่มผู้ผลิตอย่างตรงไปตรงมา ช่วยให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงคุณค่าทางใจและร่วมขอบคุณกลุ่มอาชีพชุมชน นโยบายรวมศูนย์นี้จึงเป็นการยืนยันว่าศักยภาพของคนทุกช่วงวัยสามารถเป็นฟันเฟืองร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง
เชื่อมโยงโลจิสติกส์ไปรษณีย์ไทยนำสินค้าชุมชนสู่โลกอีคอมเมิร์ซ
การปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายจะประสบความสำเร็จไม่ได้หากปราศจากช่องทางการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงได้ร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นคอขวดสำคัญของผู้ผลิตรายย่อย นั่นคือการเข้าถึงตลาดระดับประเทศและภาระต้นทุนด้านการขนส่ง การจับมือกันครั้งนี้ทำให้เกิดการนำสินค้าภายใต้แบรนด์ทอฝันเข้าสู่แคตตาล็อกอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Catalog อย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำอย่าง ThailandPostMart
กลไกความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยยังครอบคลุมถึงมาตรการลดภาระต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการปรับลดอัตราค่าจัดส่งพัสดุเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มคนพิการ กลุ่มสตรี และกลุ่มอาชีพชุมชนที่ได้รับการรับรองจากกระทรวง พม. ซึ่งการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์นี้ถือเป็นข้อได้เปรียบเชิงพาณิชย์ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนสามารถแข่งขันกับสินค้าทั่วไปในท้องตลาดได้อย่างสูสี ขณะเดียวกันยังช่วยให้กลุ่มเป้าหมายมีขวัญกำลังใจในการผลิตสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าส่งที่สูงเกินไป
นอกเหนือจากการจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม ThailandPostMart แล้ว แบรนด์ทอฝันยังขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์บนหน้าเพจ Facebook “ทอฝัน by พม.” พร้อมทั้งออกบูทแสดงสินค้าในงานต่างๆ ของกระทรวงอย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยเดือนละหนึ่งถึงสองครั้ง ความร่วมมือและการวางโครงสร้างระบบจำหน่ายอย่างบูรณาการนี้ไม่เพียงแต่สร้างยอดขายที่น่าพึงพอใจ แต่ยังส่งสัญญาณไปยังประชาชนทั่วไปว่า หากกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มอาชีพใดต้องการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ระบบ e-Catalog ก็สามารถติดต่อกรมต้นสังกัดเพื่อรับการสนับสนุนได้ทันที นับเป็นความร่วมมือที่ช่วยเปลี่ยนผ่านสินค้าสวัสดิการสู่ตลาดดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
#ทอฝันbyพม #พม #ไปรษณีย์ไทย #ThailandPostMart #เศรษฐกิจฐานราก #สวัสดิการสังคม #eCatalog #สร้างอาชีพ

