GISTDA ผนึก MVA เปิดฉากประชุมอวกาศโลก ดันไทยเกาะขบวน Artemis สู่ห่วงโซ่ดวงจันทร์

GISTDA ผนึก MVA เปิดฉากประชุมอวกาศโลก ดันไทยเกาะขบวน Artemis สู่ห่วงโซ่ดวงจันทร์
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 11 นาที

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ Moon Village Association (MVA) เปิดฉากการประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับโลก “10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ต้อนรับผู้นำองค์กรอวกาศ นักวิจัย วิศวกร และผู้ประกอบการ New Space จากทั่วโลก เพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์และวางรากฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษยชาติบนดวงจันทร์

วางตำแหน่งไทยเป็นกลาง เชื่อมมหาอำนาจมุ่งสู่ขั้วใต้ดวงจันทร์

การประชุมในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการแข่งขันและการร่วมมือในภารกิจสำรวจอวกาศยุคใหม่ โดยเฉพาะเป้าหมายการลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ผ่านสองโครงการระดับมหาอำนาจ ได้แก่ โครงการ Artemis ของสหรัฐอเมริกา และโครงการ ILRS (สถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ) ของจีน โดยประเทศไทยได้แสดงบทบาทสำคัญในการเป็น “Hub ความร่วมมือที่เป็นกลาง” เชื่อมโยงหน่วยงานอวกาศชั้นนำของโลก ทั้ง NASA, ESA, JAXA, DSEL และ APRSAF เข้าด้วยกันอย่างไร้ข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงตำแหน่งและทิศทางของไทยว่า การสำรวจอวกาศเป็นภารกิจระดับมนุษยชาติที่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาล ซึ่งไม่มีประเทศใดสามารถทำได้โดยลำพัง ไทยจึงเลือกยุทธศาสตร์ร่วมมือกับนานาชาติเพื่อไม่ให้ “ตกขบวนรถไฟ” ด้านเทคโนโลยี โดยปัจจุบันไทยมีความร่วมมือกับทั้งสองขั้ว ทั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ที่ร่วมมือกับโครงการ Chang’e ของจีน และ GISTDA ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักของไทยในการทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ในโครงการ Artemis พร้อมย้ำว่าอวกาศเป็นพื้นที่ของทุกคนที่เปิดกว้างให้แก่ผู้ที่มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ บุคลากร และเทคโนโลยี

เสนอกระทรวง อว. ดันโครงการเร่งด่วน ร่วมภารกิจ Artemis 4 และ 5

ในมิติความร่วมมือด้านเทคนิค ดร.ปกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้จะมีการนำเสนอแผนงานต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติแล้ว โดยเป็นโครงการร่วมมือกับ Artemis จำนวน 3 โครงการเร่งด่วน ที่ผ่านการจัดเวิร์กชอประดมความคิดเห็นจากทั้งภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรมในไทย ครอบคลุมงานวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์และอาหารอวกาศ คาดว่าจะมีความชัดเจนอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ไทยกำลังร่วมออกแบบในโครงการ Artemis 4 หรือ Artemis 5 โดยประเมินว่าโอกาสที่ไทยจะส่งชิ้นส่วนและเพย์โหลด (Payload) สัญชาติไทยติดตั้งไปกับยานสำรวจมีสูงมากและจะเกิดขึ้นจริงภายในช่วงปี 2571 หลังจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ลงทุนวิจัยเชิงสาธิต (Demonstration) และพัฒนาเพย์โหลดไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท และในอนาคตจำเป็นต้องขับเคลื่อนงบประมาณระดับหลายร้อยล้านบาท เพื่อผลักดันให้วิศวกรรมอวกาศไทยก้าวเข้าสู่มาตรฐานสากล

GISTDA ผนึก MVA เปิดฉากประชุมอวกาศโลก ดันไทยเกาะขบวน Artemis สู่ห่วงโซ่ดวงจันทร์
GISTDA ผนึก MVA เปิดฉากประชุมอวกาศโลก ดันไทยเกาะขบวน Artemis สู่ห่วงโซ่ดวงจันทร์

ชูจุดแข็งเกษตร-อาหาร-วัสดุศาสตร์ ดึง 3 บิ๊กคอร์ปอเรตไทยหนุนอวกาศ

ดร.ปกรณ์ ระบุถึงจุดเด่นของไทยในเวทีโลก โดยชี้ว่าไทยมีความพร้อมรอบด้าน ทั้งบุคลากรรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมอวกาศ รวมทั้งความแข็งแกร่งดั้งเดิมด้านการเกษตรและนวัตกรรมอาหาร ซึ่งสอดรับกับความต้องการของนานาชาติในการศึกษาระบบสนับสนุนการดำรงชีวิตและการใช้ชีวิตบนดวงจันทร์ (Human Life Support) นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของไทยอย่างน้อย 3 กลุ่มบริษัท ที่ให้ความสนใจและสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างจริงจัง สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการแปลงงานวิจัยขั้นสูงให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

การนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่วิจัยเพื่อรับมือสภาวะสุดขั้วในอวกาศกลับมาถ่ายทอดสู่ภาคอุตสาหกรรมบนโลก (Spillover Effect) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างงานและธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พลังงานสะอาด การแพทย์ดิจิทัล และการเกษตรแม่นยำสูง ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาและวิศวกรรุ่นใหม่สามารถนำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นสตาร์ทอัพและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

เดินหน้า 4 มิติ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Lunar Economy

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ GISTDA สรุปความสำเร็จของการจัดเวทีระดับโลกในไทยออกเป็น 4 มิติหลัก ได้แก่ การผลักดันสตาร์ทอัพและงานวิจัยไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของระบบนิเวศ Cis-Lunar และ Lunar Economy, การถ่ายทอดเทคโนโลยีแก้ปัญหาบนโลก, การยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรผ่านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการร่วมกับองค์กรชั้นนำ อาทิ UNOOSA, ATLAC, UN-COPUOS และ APRSAF, ตลอดจนการสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยเข้าถึงทุนวิจัยระดับนานาชาติ

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามสรุปผลการประชุม 10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026 และสาระสำคัญของแต่ละเซสชันเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของสมาคม MVA ที่ https://moonvillageassociation.org/mva2026

#GISTDA #Artemis #MVA2026 #เศรษฐกิจอวกาศ #LunarEconomy #TheReporterAsia

Related Posts