มิตรผล ชูโมเดล Carbon Neutral Factory ดัน 3 โรงงานมุ่ง Net Zero 2050

มิตรผล ชูโมเดล Carbon Neutral Factory ดัน 3 โรงงานมุ่ง Net Zero 2050
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 9 นาที

กลุ่มมิตรผล ขับเคลื่อนภาคเกษตรอุตสาหกรรมไทยรับมือความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและกฎระเบียบการค้าโลก ด้วยการเดินหน้าขยายผลโมเดลโรงงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Factory) สู่โรงงานน้ำตาลในเครือรวม 3 แห่ง ยกระดับการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อปูทางสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

รับมือวิกฤตโลกเดือดและมาตรการการค้าสิ่งแวดล้อมเข้มงวด

รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2015–2025 นับเป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสร้างผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ขณะเดียวกันดัชนี Climate Risk Index 2026 จัดให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อสภาพอากาศสุดขั้วเป็นอันดับที่ 17 ของโลก สวนทางกับขีดความสามารถในการปรับตัวที่อยู่อันดับ 123 จาก 192 ประเทศ ตามการประเมินของ ND-GAIN โดยธนาคารโลกคาดการณ์ว่า หากขาดการดำเนินมาตรการเชิงรุก ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจฉุดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยลดลง 7–14% ภายในปี 2050

นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว การค้าโลกยังยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ทั้งกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป รวมถึงข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานจากประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน และสิงคโปร์ ทำให้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้วัดกันที่ราคาและต้นทุนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องอาศัยมาตรฐานการลดคาร์บอน การตรวจสอบย้อนกลับ และความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อม

ขยายผลรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอนสู่ 3 โรงงานต้นแบบ

กลุ่มมิตรผลซึ่งดำเนินธุรกิจในภาคเกษตรอุตสาหกรรมไทยมากว่า 70 ปี ได้ประกาศเจตนารมณ์ลดก๊าซเรือนกระจกมาตั้งแต่ปี 2022 ภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยเริ่มสร้างความสำเร็จเชิงประจักษ์จากการผลักดันให้อุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการรับรองเป็นคอมเพล็กซ์แห่งแรกของไทยที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Complex) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ในปี 2023 และรักษาสถานะรับรองต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด กลุ่มมิตรผลได้ต่อยอดระบบบริหารจัดการดังกล่าวสู่โรงงานน้ำตาลในเครือ จนได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในปี 2026 ได้แก่ อุทยานมิตรผลภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้ปัจจุบันมีโรงงานที่ผ่านการรับรองแล้วทั้งสิ้น 3 แห่ง

บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล ระบุว่า การดำเนินธุรกิจมีเป้าหมายในการช่วยส่งเสริมให้คนรอบข้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การมุ่งสู่ Net Zero ต้องสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของบุคลากร โมเดล Carbon Neutral Factory จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้พนักงานเข้าใจและปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม ก่อนขยายผลสู่ทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสีเขียวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของกลุ่มมิตรผลครอบคลุมการทำงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน เริ่มจากภาคต้นน้ำด้วยการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนผ่านโมเดลการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ Mitr Phol ModernFarm ที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากลอย่าง Bonsucro และ VIVE Programme พร้อมทั้งปรับกระบวนการผลิตมาพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนและนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

สำหรับภาคปลายน้ำ องค์กรได้พัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Chain) ควบคู่กับระบบโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่ช่วยลดผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งการปรับตัวของภาคเกษตรอุตสาหกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศแล้ว ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว โดยต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือร่วมกันระหว่างชาวไร่ เกษตรกร คู่ค้า ภาครัฐ และผู้บริโภคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

#มิตรผล #CarbonNeutral #NetZero2050 #เกษตรอุตสาหกรรม #ความยั่งยืน

Related Posts