มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมมือกับ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด นำร่องใช้งานระบบติดตามการขนส่งและโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งอ้อยเข้าสู่โรงงานจาก 48 ชั่วโมงเหลือเพียง 8 ชั่วโมง รักษาความหวานและน้ำหนักวัตถุดิบ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
นวัตกรรมติดตามเรียลไทม์พลิกโฉมการขนส่งอ้อย
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ (LOGEX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ร่วมมือกับ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด พัฒนาระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์อ้อยขาเข้า โดยเริ่มต้นนำร่องที่โรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ก่อนขยายผลไปยังโรงงานในเครือมิตรผลรวม 8 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการสูญเสียน้ำหนักและค่าความหวานของอ้อยหลังการตัด
ระบบดังกล่าวทำงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล Cane Logistics and HTT ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูล GPS เซนเซอร์ และระบบเครือข่ายสื่อสารแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานะของรถตัด รถบรรทุก และปริมาณอ้อยที่จะเข้าสู่โรงงานได้ล่วงหน้า ช่วยให้โรงงานบริหารคิวรถและวางแผนกำลังการหีบได้อย่างเหมาะสม ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และป้องกันปัญหาการหยุดชะงักของสายการผลิต
ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ (LOGEX) มจธ. กล่าวว่า “การพัฒนาโลจิสติกส์สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไม่ใช่เพียงการบริหารจัดการรถขนส่ง แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร คนขับรถตัด คนขับรถบรรทุก และเจ้าหน้าที่มิตรผล สามารถทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้วัตถุดิบเข้าสู่สายการผลิตในเวลาที่เหมาะสมที่สุด”
พัฒนาระบบควบคุมรถตัดอ้อยลดต้นทุนมหาศาล
นอกจากการบริหารการขนส่งแล้ว ทีมวิจัยยังได้พัฒนาระบบควบคุมสำหรับรถตัดอ้อยที่สามารถติดตั้งกับรถตัดอ้อยรุ่นพื้นฐานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบควบคุมจากต่างประเทศ ช่วยลดต้นทุนการซื้อรถตัดอ้อยได้ประมาณ 6 ล้านบาทต่อคัน จากราคาปกติที่สูงถึง 18 ล้านบาท พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลการทำงานของรถเข้าสู่ระบบบริหารจัดการของโรงงานเพื่อให้สามารถวิเคราะห์เวลาทำงานและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
การลดระยะเวลาช่วงตัดอ้อยจนถึงการหีบลงเหลือ 8 ชั่วโมง ช่วยรักษาคุณภาพวัตถุดิบไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกษตรกรและโรงงานได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดย ผศ.ดร.พงษ์ชัย ระบุว่า “เราไม่ได้ทำให้ความหวานในอ้อยเพิ่มขึ้น แต่เราทำให้ความหวานที่มีอยู่ไม่สูญเสียไประหว่างการขนส่ง ยิ่งลดเวลาได้มากเท่าไร ก็ยิ่งรักษามูลค่าของวัตถุดิบไว้ได้มากเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นประโยชน์ให้กับทั้งเกษตรกรและโรงงานในเวลาเดียวกัน”
สำหรับการพัฒนาในขั้นตอนต่อไป มจธ. อยู่ระหว่างยกระดับระบบให้ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มมือถือเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมเตรียมนำ Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และนำข้อมูลโลจิสติกส์ไปต่อยอดบริหารเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การจัดการกากอ้อย ใบอ้อย และน้ำเหลือทิ้งจากการกลั่นเอทานอล เพื่อใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพและเชื้อเพลิงชีวมวลต่อไป
#มจธ #มิตรผล #โลจิสติกส์อ้อย #อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล #LOGEX
