เอ็มจี ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก 2569 ด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน เติบโต 67% เหนือกระแสตลาด เดินหน้าปรับเป้าหมายยอดขายประจำปีสู่ 36,000 คัน รุกหนักครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ Dual-Market ทั้งตลาดแมสและพรีเมียม
ผลงานครึ่งปีแรกโตเหนือตลาดด้วยกลยุทธ์ GLOCAL
ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนสะสมรวมอยู่ที่ 374,424 คัน เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เติบโตเหนือตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดด 67% ส่งผลให้รั้งตำแหน่งกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ไทยด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 4.5%
ความสำเร็จดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 โมเดลยอดนิยม ได้แก่ NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV จำนวน 6,341 คัน , MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กอีวีโกลบอลโมเดล จำนวน 6,018 คัน และ MG IM6 รถ e-SUV อัจฉริยะ จำนวน 1,013 คัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL ที่ถ่ายทอดนวัตกรรมระดับโลกสู่ผู้ใช้งานคนไทย (Global Innovation) ควบคู่กับการบริการที่สร้างความเชื่อมั่น (Thai Passion) และการส่งมอบคุณค่าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง (Value Choice)

กลยุทธ์ Dual-Market ปรับเป้าขายสู่ 36,000 คัน
นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่เติบโตในทุกมิติอย่างมั่นคง ด้วยจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์กลุ่มอีวีที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่พร้อมรองรับ บริษัทฯ จึงปรับเป้าหมายยอดขายใหม่ปี 2569 จากเดิม 30,000 คัน สู่ 36,000 คัน
“ครึ่งปีหลังยังคงเดินหน้าผลักดัน อีวีกลุ่มตลาดแมสที่สอดรับกับเทรนด์ตลาดไม่ว่าจะเป็น NEW MG S5 EV PLUS, NEW MG URBAN ซิตี้คาร์ เสริมทัพด้วย MG4 ELECTRIC ควบคู่ไปกับการขยายตลาดอีวีกลุ่มพรีเมียมอย่าง MG IM6 และ MG IM5 โดยเตรียมแผนส่งรุ่น Limited Edition สร้างสีสันในตลาดเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังมี 2 e-MPV อย่าง MG MAXUS 7 และ MG MAXUS 9 ทางเลือกสำหรับกลุ่มครอบครัว พร้อมสื่อสาร EV Lifetime Warranty ในทุกรุ่น ขณะที่กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปจะใช้ MG3 HYBRID+ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขยายส่วนแบ่งการตลาด” นายฉัตวิทัย กล่าว
ชูเทคโนโลยี การบริการ MG SMILE และการยกระดับโชว์รูม
ด้านการตลาดและการสื่อสารแบรนด์ มุ่งเน้นถ่ายทอดคุณสมบัติ Smart Technology ของรถยนต์แต่ละรุ่นเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ตรงลักษณะการใช้งาน พร้อมสร้าง Community เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้จริงมีส่วนร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามแนวคิด “เพราะเสียงของลูกค้าผู้ใช้จริงสำคัญที่สุด” ร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายไลฟ์สไตล์
ส่วนงานบริการ ยกระดับมาตรฐานภายใต้สัญลักษณ์ “MG SMILE” นำระบบ E-WORKSHOP เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพงานซ่อมบำรุงให้ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว พร้อมดำเนินแผนปรับภาพลักษณ์โชว์รูมสู่ยุค New Era of MG Dealer ทั้งผู้จำหน่ายปัจจุบัน 126 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดพรีเมียม
#MGThailand, #MGCarsTH, #PassionDrives, #เอ็มจี, #ตลาดรถยนต์2026

