SCC แจกปันผล 3.5 บาท Q2/26 รายได้ 1.36 แสนล้าน กำไรพุ่ง 1.15 หมื่นลบ.

SCC แจกปันผล 3.5 บาท Q2/26 รายได้ 1.36 แสนล้าน กำไรพุ่ง 1.15 หมื่นลบ.
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 8 นาที

SCG เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 มีรายได้จากการขาย 136,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 259,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวดไตรมาส 2 อยู่ที่ 11,535 ล้านบาท และมีกำไรเอสซีจีปรับปรุง (Adjusted Profit) อยู่ที่ 10,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,000 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน ผลักดันให้คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรกของปี 2026 ในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 4,200 ล้านบาท

การจัดการพอร์ตและการลดภาระหนี้สิน

ความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้ เป็นผลมาจากมาตรการดำเนินงานทันที (Immediate Actions) ของทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนด้วยการจำหน่ายหุ้นในธุรกิจ Chandra Asri Petrochemical (CAP) ซึ่งได้รับเงินสดจากการขายหุ้นประมาณ 24,900 ล้านบาท เงินจำนวนดังกล่าวนำไปใช้ในการลดภาระหนี้สิน (Deleveraging) และสนับสนุนโครงการลงทุนสำคัญ

จากมาตรการวินัยทางการเงิน ส่งผลให้หนี้สินสุทธิ (Net Debt) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลงมาอยู่ที่ 238,270 ล้านบาท หรือลดลง 39,176 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2026 ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Net Debt to EBITDA) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.0 เท่าในไตรมาสก่อน ลดลงเหลือ 3.7 เท่า ขณะที่บริษัทมีเงินสดและเงินสดภายใต้การจัดการรวม 76,775 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจหลัก

กลุ่มธุรกิจเคมีคอลส์ (SCGC) มีรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 61,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะเผชิญความผันผวนของราคาพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ SCGC สามารถเพิ่มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ด้วยการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products: HVA) ร่วมกับการบริหารจัดการกำลังการผลิตของโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ (MOC)

ขณะที่กลุ่มธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG CBM) มีรายได้จากการขายไตรมาส 2 ปี 2026 เท่ากับ 40,583 ล้านบาท เติบโต 7% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหนุนหลักมาจากโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในไทย การฟื้นตัวของตลาดในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึงการขยายตัวของการส่งออกปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement) และการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แผนงานและการลงทุนในอนาคต

สำหรับแผนการดำเนินงานและโครงการลงทุนที่สำคัญ SCG ยังคงเดินหน้าโครงการปรับปรุงโรงงานปิโตรเคมี Long Son Petrochemicals (LSP) ในประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับการใช้ก๊าซอีเทนเป็นวัตถุดิบ (LSP Ethane Project) ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างถังเก็บก๊าซอีเทนมีความก้าวหน้าแล้ว 60% และกำหนดการเริ่มดำเนินงานยังคงเป็นไปตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 เพื่อสร้างความได้เปรียบทางด้านต้นทุนวัตถุดิบจากสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ SCG ได้กำหนดงบลงทุนและรายจ่ายลงทุน (CAPEX & Investments) สำหรับครึ่งแรกของปี 2026 ไว้ที่ 11,064 ล้านบาท จากเป้าหมายรวมทั้งปี 2026 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โครงการประหยัดพลังงาน นวัตกรรมดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ทั้งนี้ SCG กำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2026 จากกำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการจ่ายปันผล 24% ของกำไร ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 3.5 บาทต่อหุ้น

#SCG #เอสซีจี #ผลประกอบการQ2 #SCC #หุ้นไทย #ปูนซีเมนต์ไทย

Related Posts