บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ICC แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใน บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล เอไอ ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000,000 หุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 100 บาท รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 500,000,000 บาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานอีคอมเมิร์ซในเครือ
การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล เอไอ ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 2,096,000,000 บาท เป็น 5,000,000,000 บาท โดยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ซึ่งจัดสรรและเรียกชำระค่าหุ้นครั้งนี้จำนวน 600,000,000 บาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วอยู่ที่ 2,696,000,000 บาท
เป้าหมายการลงทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่
คณะกรรมการบริษัท ICC มีความเห็นพ้องว่าควรอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นใน บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล เอไอ ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เนื่องจากเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจการลงทุนในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพื่อสนับสนุนและเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลคอมเมิร์ซให้กับเครือข่ายธุรกิจที่พัฒนาขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาในรูปแบบเงินปันผล โดยบริษัทใช้แหล่งเงินทุนหมุนเวียนของตนเองในการเข้าทำรายการ
หลังการเข้าทำรายการซื้อหุ้นดังกล่าว จะส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ บมจ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล เพิ่มขึ้นจากเดิม 23.38% (จำนวน 4,900,000 หุ้น) ขยับขึ้นมาเป็น 36.72% (จำนวน 9,900,000 หุ้น) ของทุนจดทะเบียนใหม่ โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายสำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย บมจ.สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ถือหุ้น 7.05%, บมจ.ไทยวาโก้ ถือหุ้น 7.42%, นายบุญยสิทธิ์ โชควัฒนา ถือหุ้น 16.69%, บจ.ยิ่งเทียนไท้ ปิเอลซี ถือหุ้น 4.82%, บจ.ไทเกอร์ ดิสทริบิวชั่น แอนด์ โลจิสติกส์ ถือหุ้น 0.19% และผู้ถือหุ้นอื่นอีก 27.11%
รายละเอียดรายการที่เกี่ยวโยงกันและการปฏิบัติตามเกณฑ์
การเข้าทำรายการซื้อหุ้นครั้งนี้จัดเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันประเภทสินทรัพย์หรือบริการ เนื่องจากนายบุญยสิทธิ์ โชควัฒนา ซึ่งเป็นบิดาของนายธรรมรัตน์ โชควัฒนา (กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหารของ ICC) ถือหุ้น 16.69% ในบริษัทเป้าหมาย และ บจ.ยิ่งเทียนไท้ ปิเอลซี ซึ่งมีผู้ถือหุ้นคือคู่สมรสของบิดานายธรรมรัตน์ ถือหุ้นอยู่ 4.82% รวมเป็นสัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลที่เกี่ยวโยงกันหลังเพิ่มทุนที่ 21.51%
ทั้งนี้ รายการดังกล่าวมีมูลค่าเกินกว่า 20 ล้านบาท หรือมากกว่า 3% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ (NTA) ของบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 896 ล้านบาท จึงต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทและเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมิต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยในวาระการประชุมดังกล่าว กรรมการที่มีส่วนได้เสีย ได้แก่ นางชัยลดา ตันติเวชกุล และนายวรวิชญ์ ณรงค์คานุกูล ไม่ได้เข้าร่วมประชุมและไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในที่ประชุม
#ICC #ไอซีซีอินเตอร์เนชั่นแนล #อีคอมเมิร์ซดิจิทัลเอไอไทยโฮลดิ้ง #ตลาดหลักทรัพย์ #เศรษฐกิจ #หุ้นไทย

