การขยับตัวครั้งประวัติศาสตร์ของวงการค้าปลีกไทยเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ตัดสินใจเปลี่ยนนิยามของพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความสุขระดับโลก ผ่านการผสมผสานไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การจับจ่ายสินค้า แต่แสวงหาพื้นที่สำหรับสร้างประสบการณ์ชีวิตร่วมกันในทุกเจเนอเรชัน
กลยุทธ์การทรานส์ฟอร์มค้าปลีกและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ประกาศความพร้อมเปิดให้บริการโครงการ Happitat (แฮปปี้แทท) อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บนทำเลศักยภาพ บางนา กม.7 ด้วยมูลค่าการลงทุนมหาศาลกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อปักหมุดสู่การเป็น World’s First Happiness Destination และแลนด์มาร์กสำคัญแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ภายใต้แนวคิด The Magical Destination of Happiness ที่เชื่อมโยงผู้คน ธรรมชาติ และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนโมเดลค้าปลีกเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยโครงการถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับ Multi-generation Lifestyle ตั้งแต่วัยเด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งคุณเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นถึงแกนหลักของธุรกิจว่า “ผู้บริโภคในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงสถานที่เพื่อการจับจ่าย แต่มองหาพื้นที่ที่สามารถใช้ชีวิต ใช้เวลา และตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายมิติมากขึ้น CP AXTRA จึงเดินหน้ายกระดับธุรกิจศูนย์การค้าผ่านแนวคิด Happy & Healthy Mall สร้างต้นแบบค้าปลีกแห่งอนาคตที่เชื่อมโยงอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้บริโภคอยากกลับมาใช้เวลาในศูนย์การค้ามากขึ้น”

การปั้นโครงการนี้ขึ้นมาในฐานะ Master Model ด้าน Destination Creation ยังมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่ามิติการใช้ชีวิตทั่วไป ซึ่งคุณเบญจวรรณ อ่องศรี ได้ตอกย้ำกระบวนการคิดเบื้องหลังโครงการว่า “ในการพัฒนา Happitat เราเริ่มต้นจากคำถามที่ง่าย แต่แตกต่างว่า ‘เราจะสร้างพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขได้อย่างไร’ จึงเกิดเป็นแนวคิด Happiness-Led Destination ที่นำ ‘ความสุข’ มาเป็นจุดตั้งต้นในทุกการออกแบบ หล่อหลอมทุกองค์ประกอบของโครงการที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเจเนอเรชันได้ค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันในทุกการมาเยือน”
เจาะลึก 3 อาคารแม่เหล็กที่เชื่อมโยงประสบการณ์ไร้รอยต่อ
โครงสร้างสถาปัตยกรรมของ Happitat ประกอบด้วย 3 อาคารหลักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มจาก อาคารบลูมมินัส (Bloominas) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์พรีเมียมขนาด 8 ชั้น บนพื้นที่ 64,882 ตารางเมตร นำทัพด้วย Axtra Club แหล่งรวมสินค้าคุณภาพระดับโลกพร้อมร้านอาหารเอ็กซ์คลูซีฟโดยเชฟ Willment Leong ที่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2569 เสริมทัพด้วยแลนด์มาร์ก Grand Stairs ที่มาพร้อมจอดิจิทัลขนาด 385 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่และคมชัดที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวด้วยผลงาน Mixed Reality ชุด The Butterfly Trail จากความร่วมมือกับ Pixel Artworks และ Forest of Time จาก BoraBora Studios รวมถึงร้านอาหารเชฟมิชลินอย่าง VUUR BY JACOB JAN BOERMA และ SING LANG โดยเชฟหนุ่ม ธนินทร จันทรวรรณ ท่ามกลางโซนไอทีและศูนย์ดูแลสุขภาพชั้นนำ
ในส่วนของ อาคารวันเดอร์ไวลด์ (Wonderwild) มุ่งเน้นการเป็นพื้นที่แห่งจินตนาการและการเรียนรู้ของครอบครัวบนพื้นที่ 47,197 ตารางเมตร จำนวน 5 ชั้น โดดเด่นด้วย Whimsical Market ที่มีต้นไม้มหัศจรรย์สูง 3 ชั้นและการแสดงแสงสีเสียงรายล้อมไปด้วยร้านขนมและคาเฟ่ชื่อดัง พร้อมศูนย์รวมของเล่นสะสมและเทคโนโลยี AI ใน Playnation ตลอดจนศูนย์อาหาร Lotus’s EATERY ที่รวมร้านระดับมิชลิน บิบ กูร์มองด์ เอาไว้มากมาย เช่น สุกี้เมาเวอริค และบุญตงกี่ นอกจากนี้ยังมี Edutainment Zone ที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางนา ซึ่งสถาบันการเรียนรู้ชั้นนำได้ร่วมออกแบบ Family Program ขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้านบนของอาคารยังเป็นที่ตั้งของ The Hilltop Offices อาคารสำนักงานพรีเมียม 10 ชั้น ที่ออกแบบตามมาตรฐาน LEED Gold และ WELL Gold
สำหรับ อาคารเฟสตี้ ทาวน์ (Festie Town) ถูกรังสรรค์ให้เป็นอาคาร Semi-Outdoor สำหรับการเฉลิมฉลองและกิจกรรมความบันเทิง ประกอบด้วย ลูมิส เธียเตอร์ ฮอลล์ (Lumis Theater Hall) ขนาด 400 ที่นั่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต Lotus’s PRIVÉ Happitat ที่เน้นสินค้าระดับพรีเมียม อาหารนานาชาติ และของดีจากท้องถิ่นไทย รวมถึง 7-Eleven รูปแบบ 1st Character Themed Store แห่งแรกในไทย ร้านอาหาร BULAN โดยเชฟมิชลิน ธนินทร จันทรวรรณ และโซน Pet Us พร้อมสวน Jerhigh Pet Park กว่า 150 ตารางเมตร โดยทุกอาคารเชื่อมถึงกันอย่างกลมกลืนผ่านทางเชื่อม Earthworm และผสานพื้นที่สีเขียวจาก Pocket Garden ทุกชั้นไปสู่ผืนป่าธรรมชาติกว่า 30 ไร่ด้านหลังโครงการ ซึ่งทำหน้าที่เป็นปอดขนาดใหญ่ของย่านบางนา

ปรากฏการณ์แห่งความสุขกับการยกระดับคุณภาพชีวิตเมือง
การบูรณาการพื้นที่ทั้งหมดเข้ากับแนวคิดเชิงนิเวศและการพัฒนาเมืองสะท้อนถึงความมุ่งหวังในการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยคุณเบญจวรรณ อ่องศรี ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความตั้งใจในการสร้างพื้นที่แห่งนี้ว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว คุณภาพชีวิต และการมองหาความสุขมากขึ้น แต่หลายครั้งความสุขกลับกลายเป็นสิ่งที่เราต้องเฝ้ารอ ไม่ว่าจะเป็นวันหยุด การเฉลิมฉลอง หรือโอกาสพิเศษต่างๆ สำหรับ Happitat เราเชื่อว่าความสุขไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องรอ แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัน จากเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทำกิจกรรมที่ชอบ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและคนที่เรารัก เราจึงอยากให้ทุกครั้งที่มา Happitat เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง และทำให้ทุกวันรู้สึกเหมือนเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองความสุข”
เพื่อเป็นการต้อนรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โครงการได้จัดมหกรรมความบันเทิงระดับภูมิภาคอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการดึงศิลปินชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 100 ชีวิต การปรากฏตัวสุดเซอร์ไพรส์ของซูเปอร์สตาร์จากประเทศจีน ขบวนพาเหรดตระการตา และการแสดงโดรนแปรอักษรครั้งประวัติศาสตร์ที่เตรียมสร้างสถิติใหม่ของประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดประตูสู่อาณาจักรความสุขที่พร้อมรองรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก
การเกิดขึ้นของ Happitat จึงไม่ใช่เพียงการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ แต่เป็นหมุดหมายสำคัญเชิงเศรษฐกิจที่เปลี่ยนภูมิทัศน์ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกให้กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ โครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งการผสานธุรกิจค้าปลีกเข้ากับคุณค่าทางอารมณ์และสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
#Happitat #CPAXTRA #DestinationCreation #Bangna #RetailBusiness #LifestyleDestination #TheReporterAsia

