เมื่อการค้าไร้พรมแดนและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เอสซีจีเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่พื้นที่แห่งโอกาส เร่งพัฒนาทุนมนุษย์พันธุ์ใหม่ ผสานทักษะภาษา วัฒนธรรมจีน และการประยุกต์ใช้ Agentic AI เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ถอดรหัสยุทธศาสตร์ทุนมนุษย์เชื่อมเศรษฐกิจอาเซียนและจีน
การบูรณาการทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคอาเซียนและประเทศจีนกำลังทวีความลึกซึ้งอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาคธุรกิจชั้นนำต้องปรับกระบวนทัศน์เพื่อรับมือกับบริบทการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เอสซีจีดำเนินโครงการ China Excellent Internship Program (CEIP) เพื่อเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาทั้งชาวจีนและชาวไทยที่ไปศึกษาในประเทศจีน ได้สัมผัสประสบการณ์ทำงานจริงในหลากหลายหน่วยธุรกิจขององค์กร พร้อมจัดกิจกรรม Farewell มอบมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างผู้บริหารและนักศึกษาฝึกงานทั้ง 9 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สนามธุรกิจระหว่างประเทศในอนาคต
ในมุมมองเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การหลั่งไหลของสินค้าและบริการจากจีนเข้ามายังภูมิภาคอาเซียน มักถูกมองว่าเป็นแรงกดดันและภัยคุกคามทางธุรกิจ ทว่าการปรับวิธีคิดให้มองทะลุวิกฤตจะเผยให้เห็นโอกาสมหาศาล ทั้งในแง่การนำเข้าวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อส่งออกสินค้ากลับไปยังตลาดจีน องค์กรที่มองการณ์ไกลจึงจำเป็นต้องวางรากฐานการบริหารจัดการคนในกรอบเวลา 5 ถึง 10 ปี เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในระบบนิเวศธุรกิจอย่างแท้จริง
คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ได้สะท้อนมุมมองสำคัญในการบริหารจัดการทุนมนุษย์ท่ามกลางความท้าทายนี้ว่า:
“การเข้ามาของสินค้าจากประเทศใหญ่ คือแน่นอน เป็น Threat ถ้าเราไม่ทำอะไร แต่ถ้าเราทำแล้วเราปรับตัว มันก็เป็นโอกาส เราไม่สามารถที่จะทำธุรกิจกับจีนได้ ถ้าเราไม่มีพนักงานของเราที่มีความเข้าใจในภาษา ในวัฒนธรรม และไม่มีเพื่อนเยอะ ๆ จริง ๆ เรามองข้ามช็อตไปถึงจุดนั้น ว่าเอาอินเทิร์นเข้ามา เป็นการเปิดโอกาสให้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้กับน้อง ๆ คนไทยที่จะปรับตัว ใน 5 ปี 10 ปี ก็จะเป็นกำลังสำคัญของเอสซีจี หรือของประเทศไทย”
ปฏิวัติกระบวนการทำงานด้วยโมเดลสามประสานด้านปัญญาประดิษฐ์
คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ไม่เพียงแต่สร้างปรากฏการณ์ลดทอนการจ้างงานในรูปแบบเดิม แต่ยังเปิดพื้นที่ให้กับตำแหน่งงานใหม่อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในสายงานที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ เอสซีจีได้นำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมาปรับใช้ในสายการผลิตจริง ซึ่งแม้ว่าจะลดจำนวนแรงงานในสายการผลิตดั้งเดิมลง แต่กลับสร้างความต้องการบุคลากรทักษะสูงกลุ่มใหม่เข้ามาทำหน้าที่บำรุงรักษา พัฒนา และยกระดับโมเดลให้ตอบโจทย์ธุรกิจที่ก้าวหน้าไปทุกเดือน

เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างมีแบบแผน เอสซีจีได้ออกแบบโครงสร้างทักษะและกำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลักอย่างเป็นรูปธรรม กลุ่มแรกคือ Deep Capability AI ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10-15% ทำหน้าที่วิจัย พัฒนา และสร้างระบบเชิงลึก เช่น การพัฒนาโมเดล Agentic AI กลุ่มที่สองคือ AI Transformer ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการมากที่สุดถึง 40-50% ทำหน้าที่เชื่อมโยงความเข้าใจด้านเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ และกลุ่มที่สามคือพนักงานระดับปฏิบัติการทั่วไปที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเพื่อขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด
คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ได้ให้คำอธิบายถึงทิศทางใหม่ของการสร้างงานและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในองค์กรไว้อย่างชัดเจนว่า:
“เราต้องการคนที่เราเรียกว่า AI Transformer คือคุณไม่ต้องรู้ลึกมากในแง่เทคนิคอล แต่คุณต้องเข้าใจ AI และต้องเข้าใจธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ แปลงออกมาเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ซึ่งตรงนี้เราคาดว่าต้องการถึง 40 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อทำงานร่วมกับ Deep Cap AI ในการทรานส์ฟอร์มองค์กร”
สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งโอกาสเพื่อการเติบโตแบบยั่งยืน
เป้าหมายสูงสุดของการปฏิรูปองค์กรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษ คือการสถาปนาวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและพร้อมมอบโอกาสให้กับคนทุกรุ่นอย่างแท้จริง องค์กรยุคใหม่ไม่สามารถใช้วิธีการบังคับให้พนักงานเข้าสู่การอบรมหรือเปลี่ยนแปลงตามคำสั่งแบบเดิมได้ แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้ทุกคนมองเห็นผลประโยชน์ทางวิชาชีพ จนเกิดเป็นแรงผลักดันภายในที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถของตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อพร้อมคว้าทุกโอกาสทางธุรกิจ
การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีวินัยในการพัฒนาตนเองถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรสามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงในทุกยุคสมัย แม้บริบททางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีความเร็วและความซับซ้อนสูงกว่าในอดีตหลายเท่าตัว แต่การเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง การหมุนเวียนงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่หลากหลาย และความเข้าใจในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพ จะช่วยให้พนักงานสามารถสร้างคุณค่าใหม่และเติบโตในสายอาชีพได้อย่างไร้ขีดจำกัด
คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ได้สรุปหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาคนไว้อย่างน่าประทับใจว่า:
“เราอยากให้เอสซีจีเป็นองค์กรแห่งโอกาส เพราะโอกาสเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่และคนทุกรุ่นต้องการ ถ้าเราสร้างบรรยากาศให้ทุกคนอยากเข้ามาคว้าโอกาส องค์กรของเราจะก้าวหน้าอย่างแน่นอน และสิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่หยุดเรียนรู้ เพราะในยุคของปัญญาประดิษฐ์ ความสามารถและวินัยในการเรียนรู้จะกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดสำหรับทุกคน”
#SCG #HumanCapital #ChinaIntegration #AITransformation #CEIP #BusinessStrategy

