การยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในยุคดิจิทัลกำลังเปลี่ยนผ่านสู่จุดตัดครั้งสำคัญ เมื่อภาครัฐจับมือผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกเปิดประตูให้คนไทยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านต้นทุนและความรู้ สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคต
ปรากฏการณ์ความตื่นตัวระดับประเทศกับก้าวแรกสู่ศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้เปิดตัวโครงการ “TH-AI Passport” (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของประเทศ การประกาศความพร้อมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม หลังจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมียอดผู้สมัครทะลุ 1.3 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความต้องการใช้งานเครื่องมือขั้นสูงของคนไทยอย่างแท้จริง ก่อนที่ระบบจะเปิดบริการเต็มรูปแบบในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
กระแสตอบรับที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา แรงงานวิชาชีพ ไปจนถึงผู้ประกอบการในทุกภูมิภาค ตระหนักถึงความจำเป็นของการปรับตัวรับคลื่นลูกใหม่ของเทคโนโลยี โครงการ TH-AI Passport วางเป้าหมายระยะยาวในการส่งมอบสิทธิ์เข้าถึงโมเดลปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำแก่คนไทยสูงสุดถึง 5 ล้านคน ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และเสริมสร้างผลิตภาพของแรงงานทั่วประเทศอย่างเท่าเทียม
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังโครงการนี้ว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมของคนไทยจึงเป็นภารกิจสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570 เพื่อเพิ่มผลิตภาพและรักษาขีดความสามารถการแข่งขัน
“ผมเชื่อว่าการแข่งขันของประเทศในยุคต่อไป จะไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่อยู่ที่ว่าประเทศไหนพัฒนาคนของตัวเองให้ใช้เทคโนโลยีเป็นได้มากที่สุด AI จะมีค่าก็ต่อเมื่ออยู่ในมือของคนที่รู้จักใช้มัน การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่การลงทุนในเครื่องมือ แต่คือการลงทุนในศักยภาพของคน”
ยอดผู้ลงทะเบียนกว่า 1 ล้านคนในเวลาเพียงไม่กี่วัน คือเครื่องยืนยันว่าคนไทยพร้อมแล้วที่จะเรียนรู้และเติบโตไปกับเทคโนโลยีนี้ TH-AI Passport จึงไม่ใช่เพียงการเปิดให้คนไทยได้ใช้ AI แต่คือการวางรากฐานเพื่อพาประเทศก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่คนไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้สร้างสรรค์และสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้ด้วยตัวเอง” นายไชยชนก ชิดชอบ กล่าว
ผ่าโจทย์ความพร้อมด้านแรงงานและช่องว่างการแข่งขันในเวทีสากล
แม้ความตื่นตัวของคนไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รายงานจาก Microsoft AI Economy Institute ชี้ให้เห็นภาพความเป็นจริงเชิงโครงสร้าง โดยพบว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 สัดส่วนประชากรวัยทำงานของไทยที่นำ Generative AI มาใช้งานปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จากเดิม 9.1% คิดเป็นอัตราการเติบโต 36.4% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกในการทดลองใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในภาคการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี อัตราการใช้งานในปัจจุบันของไทยยังคงตามหลังค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 17.8% และยังทิ้งห่างจากผู้นำด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ที่มีอัตราการนำมาใช้งานสูงถึง 63.4% ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวกลายเป็นโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ภาครัฐต้องเร่งขับเคลื่อนทั้งในมิติของความรู้ความเข้าใจพื้นฐาน (AI Literacy) และการประยุกต์ใช้งานเชิงลึก (AI Adoption) เพื่อไม่ให้ตลาดแรงงานไทยสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน
โครงการ TH-AI Passport จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสะพานเชื่อมช่องว่างดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้เทคโนโลยีระดับโลกเข้าถึงได้โดยไม่มีอุปสรรคด้านต้นทุน การส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเครื่องมือประสิทธิภาพสูง จะช่วยยกระดับทักษะแรงงานให้สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเร่งอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง
แพลตฟอร์ม AiPASS รวมศูนย์ขุมพลังโมเดลชั้นนำและระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้
จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้คือการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “AiPASS” ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกจากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลเข้าไว้ด้วยกัน ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้โมเดลที่สอดคล้องกับลักษณะงานผ่านจุดเข้าถึงเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาสมัครใช้งานแยกรายบริการ ครอบคลุมงานวิเคราะห์ การเขียนโค้ดโปรแกรม การค้นคว้าเชิงลึก และงานสร้างสรรค์มัลติมีเดีย เช่น GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro, Nano Banana Pro, Lyria 3 Pro, Sonar Reasoning Pro, Seedream 4.0 และ Seedance 2.0
นอกเหนือจากการเข้าถึงเครื่องมือแล้ว โครงการยังได้ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google for Education, Microsoft Elevate, NVIDIA Deep Learning Institute รวมถึงสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ในการนำหลักสูตรและองค์ความรู้ระดับสากลมาสู่ผู้เรียน การบูรณาการร่วมกันนี้จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด “Learn • Earn • Plern” เพื่อผลักดันให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติจริงกับโมเดลระดับแนวหน้า ควบคู่ไปกับการเก็บเกี่ยวทักษะที่นำไปต่อยอดในสายอาชีพได้จริง
กลไกการเรียนรู้ภายในแพลตฟอร์มยังออกแบบระบบสะสมคะแนนจากการเรียนรู้เพื่อปลดล็อกสิทธิ์การใช้งานโมเดลระดับ Pro และยกระดับสู่สถานะ “ผู้สร้างสรรค์” (Innovator) พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรรับรองทักษะตามเงื่อนไขที่กำหนด โครงสร้างนี้เปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากการเป็นเพียงผู้รับเทคโนโลยีไปสู่ผู้สร้างนวัตกรรมที่มีความคุ้นเคย มีความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน
เงื่อนไขและขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับประชาชนไทย
สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ์ ประชาชนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าได้ผ่านทางเว็บไซต์ aipass.go.th โดยสามารถเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google, Microsoft หรือ Apple และดำเนินการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐหรือแอปพลิเคชัน ThaiD ขั้นตอนนี้เป็นการยืนยันสิทธิ์และสร้างบัญชีล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าใช้งานโมเดลต่างๆ พร้อมกันในวันเปิดบริการ 31 สิงหาคม 2569
ผู้สมัครจำเป็นต้องทำรายการผ่านเว็บเบราว์เซอร์ในโหมดปกติเท่านั้น เนื่องจากระบบความปลอดภัยไม่รองรับการลงทะเบียนผ่านโหมดไม่บันทึกประวัติการใช้งานหรือโหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito/Private Window) ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับสิทธิ์อัปเกรดการใช้งานเป็นระดับผู้สร้างสรรค์หรือ Innovator เป็นระยะเวลา 30 วันนับจากวันเปิดให้บริการ ซึ่งช่วยให้สามารถทดลองใช้งานเครื่องมือระดับสูงและวิเคราะห์ความเหมาะสมของแต่ละโมเดลกับโจทย์งานของตนได้อย่างเต็มที่
ประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับความช่วยเหลือในการลงทะเบียนได้ผ่าน Call Center โทรศัพท์ (02) 021-0300 หรือติดต่อผ่านช่องทางอีเมล [email protected] ตลอดจนศึกษารายละเอียดโครงการทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ทางการ aipass.go.th
#THAIPassport #AiPASS #กระทรวงดิจิทัล #เศรษฐกิจดิจิทัล #ปัญญาประดิษฐ์ #AIEconomy #พัฒนาทักษะดิจิทัล

