ดีอี เตือนภัย SMS ปลอมแอบอ้างกรมการขนส่งทางบก แจ้งจ่ายใบสั่ง

ดีอี เตือนภัย SMS ปลอมแอบอ้างกรมการขนส่งทางบก แจ้งจ่ายใบสั่ง
⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 7 นาที

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เตือนภัยประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งข้อความสั้นแนบลิงก์ปลอมแอบอ้างกรมการขนส่งทางบกเพื่อแจ้งชำระใบสั่งจราจร เสี่ยงสูญเสียเงินและข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมยืนยันกรมการขนส่งทางบกไม่มีนโยบายส่งข้อความเรียกเก็บค่าปรับหรือขอข้อมูลธุรกรรม

ดีอีประสานขนส่งทางบก ยืนยันลิงก์ชำระค่าปรับเป็นเว็บไซต์ปลอม

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม กรณีพบข้อความที่มีการเผยแพร่เรื่อง กรมการขนส่งทางบก ส่ง SMS แจ้งชำระใบสั่งจราจร ผ่านเว็บไซต์ [suspicious link removed] ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าเป็นข่าวปลอม

กรมการขนส่งทางบกชี้แจงว่า หน่วยงานไม่มีนโยบายในการส่งข้อความสั้น (SMS) หรือส่งลิงก์เพื่อให้ประชาชนชำระค่าปรับจราจรที่ค้างชำระแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอให้โอนเงิน การส่งลิงก์ผ่านทางข้อความสั้นและแอปพลิเคชัน Line จึงไม่ใช่การติดต่อจากหน่วยงานภาครัฐ

หากประชาชนได้รับข้อความสั้นหรือสายโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ขอความร่วมมือไม่กดลิงก์ ไม่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก และไม่โอนเงินตามคำกล่าวอ้างอย่างเด็ดขาด โดยสามารถสอบถามข้อเท็จจริงได้โดยตรงที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584

สถิติมอนิเตอร์ข่าวปลอมรอบวัน ตรวจพบประเด็นสำคัญหลอกลวงประชาชน

การตรวจสอบเบาะแสดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนในสังคม

จากการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ประจำวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ได้ตรวจสอบข้อความทั้งหมด 110,806 ข้อความ และมีข้อความที่เข้าเกณฑ์ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งสิ้น 10,332 ข้อความ โดยพบเบาะแสจากระบบรับฟังเสียงบนสังคมออนไลน์ (Social Listening) จำนวน 10,329 ข้อความ และช่องทาง Line Official จำนวน 3 ข้อความ รวมเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ 38 เรื่อง ซึ่งได้รับผลการตรวจสอบแล้ว 5 เรื่อง

ในกลุ่มข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุด 7 อันดับแรก พบข่าวจริง 3 เรื่อง ได้แก่ การห้ามจัดสอบแข่งขันเด็กปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการ, การเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมพลัส ครั้งที่ 2 ในวันที่ 4 กันยายน 2569 ของกระทรวงการคลัง, และการเตือนระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงใน 7 จังหวัด ส่วนข่าวปลอม 3 เรื่อง ได้แก่ ข้อมูลต้มน้ำประปาซ้ำทำให้เกิดมะเร็ง, อุบัติเหตุเครื่องบินชนหอบังคับการบินเก่าสมุย, และข้อความ SMS ปลอมแจ้งชำระใบสั่งจราจร ขณะที่ข้อมูลการใช้ใบโหระพาผสมเกลือรักษาแผลร้อนในถูกจัดเป็นข่าวบิดเบือน

ช่องทางการตรวจสอบและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเน้นย้ำให้ประชาชนเลือกรับและส่งต่อข้อมูลที่เผยแพร่จากหน่วยงานทางการเท่านั้น พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและที่อยู่เว็บไซต์อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนตัวที่อาจขยายตัวเป็นวงกว้าง

ประชาชนที่พบข้อความหรือข้อมูลน่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสและตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน สายด่วน 1111 ต่อ 87 หรือช่องทางออนไลน์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้แก่ เว็บไซต์ antifakenewscenter.com, บัญชี Line ID @antifakenewscenter, บัญชี Facebook Anti-Fake News Center Thailand รวมถึงแพลตฟอร์ม X, TikTok และ Instagram ในชื่อ afnc_thailand

#กระทรวงดีอี #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม #กรมการขนส่งทางบก #เตือนภัยไซเบอร์ #ข่าวปลอม #ใบสั่งจราจร

Related Posts