สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของขอบเขตงาน (TOR) ข้อ 2.2 ทุกประการ พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด
ข้อเท็จจริงวัตถุประสงค์ TOR ข้อ 2.2
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานดำเนินการโครงการ TH-AI Passport เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งระบุว่าระบบส่งข้อมูลไปประมวลผลยังต่างประเทศและขัดแย้งกับ TOR ข้อ 2.2 นั้น เป็นการบิดเบือนข้อความจากข้อเท็จจริง โดยวัตถุประสงค์ข้อ 2.2 ระบุไว้ชัดเจนว่า “เพื่อส่งเสริมให้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย รวมทั้งยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไทยอย่างสูงสุด” แต่กลับมีการนำไปบิดเบือนเป็นคำว่า “ต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย”
ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการลงทะเบียน ข้อมูลการเรียนออนไลน์ การจัดทำแดชบอร์ด (Dashboard) ล้วนจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทยทั้งสิ้น
มาตรการคัดกรองข้อมูลก่อนส่งประมวลผล AI ต่างประเทศ
โครงการ TH-AI Passport ได้วางระบบตรวจ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนจะนำคำสั่ง (Prompt) รวมถึงไฟล์ภาพและเสียงไปประมวลผลร่วมกับผู้ให้บริการ AI ในต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้บริการภายนอกจะไม่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อื่นหรือนำไปฝึกฝน (Train) โมเดล AI ของตนเองได้ และเมื่อส่งผลลัพธ์กลับมาแล้ว ผู้ให้บริการจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลไว้ภายหลังการประมวลผลเสร็จสิ้น
“ขอยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลในประเทศไทยที่มีการเข้ารหัส เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล และดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมทั้งไซเบอร์ซีเคียวริตี้ อย่างเคร่งครัด และขอขอบคุณข้อเสนอแนะ คำแนะนำ การวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ ซึ่งพร้อมนำข้อมูลไปประกอบการดำเนินโครงการนี้ต่อไป” นายเวทางค์ ระบุ
#THAIPassport #สดช #GenerativeAI #ปัญญาประดิษฐ์ #คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #CyberSecurity

