สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เดินหน้ายกระดับศักยภาพด้านดิจิทัลของประเทศ จัดงานสัมมนา “BDI Seminar 2026: Human-AI Synergy ค้นหาสมดุลของมนุษย์และ AI” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองเชิงนโยบาย และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พร้อมมุ่งเน้น 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับทุนมนุษย์ การเสริมวิสัยทัศน์ด้าน AI และการสร้างธรรมาภิบาล AI เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทุกภาคส่วนประยุกต์ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ
การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำ ได้แก่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT), บริษัท คลิกเน็กซ์ เทคโนโลยี จำกัด, บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ในการต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก AI ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Data-Driven Nation อย่างยั่งยืน
ชูแพลตฟอร์ม D2 และแผนเชื่อมข้อมูลภัยพิบัติ 52 หน่วยงาน
ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Resilient Thailand: Data Stories” ว่า “การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI กำลังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดแรงงานทั่วโลก ประเทศไทยจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้ง Data Capability และ Human Capability เพื่อสร้าง ‘Thailand Resilience’ ให้ประเทศรับมือกับความท้าทายได้อย่างยืดหยุ่น โดย BDI ได้เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง D2 (Data Integration and Intelligence Platform) เพื่อทลายไซโลข้อมูลภาครัฐ ด้วยกลไกการเชื่อมโยงแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) โดยไม่ดึงฐานข้อมูลมาเก็บไว้ส่วนกลาง เพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมขับเคลื่อนร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. …. ซึ่ง ครม. มีมติเห็นชอบหลักการแล้วและอยู่ระหว่างรอประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการอำนวยความสะดวกและกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันของภาครัฐ”

นอกจากนี้ ศ. ดร.ธีรณี ยังระบุถึงแนวทางการดำเนินงานระยะเร่งด่วนว่า “เพื่อขับเคลื่อน Ecosystem นี้อย่างเป็นรูปธรรม BDI ได้ประเดิมแผนเร่งด่วนด้วยการนำร่องเชื่อมโยง 118 ชุดข้อมูลด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติธรรมชาติจาก 52 หน่วยงานภาครัฐ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนหลังระเบียบฯ ประกาศใช้ ก่อนจะขยายผลสู่ชุดข้อมูลมูลค่าสูง (High Value Data) ในประเด็นสำคัญอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองทางสังคม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ BDI เข้าไปสนับสนุนภาครัฐในการวิเคราะห์และเปลี่ยนข้อมูลให้ใช้ซ้ำได้ เพื่อให้คน ข้อมูล และ AI สามารถผสานพลังทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”
ถอดบทเรียนสากลและการวางกรอบธรรมาภิบาล AI ภาครัฐ
ด้านมุมมองระดับสากล Mr. Oleksiy Sluchynsky Senior Economist, World Bank Group กล่าวว่า “AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยสนับสนุนงานบริหารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการทำงานของภาครัฐ โดยมีกรณีศึกษาจากหลายประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ที่สะท้อนแนวทางการนำข้อมูลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการยกระดับ ระบบคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) ซึ่งประสบการณ์จากกรณีศึกษาเหล่านี้สามารถเป็นบทเรียนสำหรับประเทศไทยในการต่อยอดการใช้ข้อมูลและ AI เพื่อพัฒนานโยบายและโครงการภาครัฐให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน การนำ AI มาใช้ในบริการสาธารณะจำเป็นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงและความปลอดภัย รวมถึงคุณภาพของข้อมูล ระบบ และกรอบธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อให้ AI สามารถสร้างประสิทธิภาพ นวัตกรรม และประโยชน์ต่อประชาชนได้ในระยะยาว”
ขณะที่ ดร.ยุทธศาสตร์ นิธิไพจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้เน้นย้ำถึงโครงสร้างการกำกับดูแลว่า “การนำ AI มาใช้ในภาครัฐไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องมาพร้อมกับการวางกรอบกำกับดูแลตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การใช้ AI มีความปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ดังนั้น AI Governance และ Data Governance ต้องพัฒนาไปควบคู่กัน ตั้งแต่การกำหนด Use Case การประเมินความเสี่ยง การเตรียมความพร้อมของข้อมูล ไปจนถึงการติดตามและตรวจสอบการทำงานของระบบ ขณะเดียวกัน ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความเสี่ยง การบูรณาการระบบและการทำงานร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร โดยมีหลักสำคัญคือ Data First และ AI Governance From Day 1 เพื่อให้การพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI สามารถขยายผลได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน”
เจาะลึก Sovereign AI และการประยุกต์ใช้งานจริงในองค์กร
กิจกรรมภายในงานยังประกอบด้วยการบรรยายและเสวนาในประเด็นสำคัญ เช่น การเตรียมความพร้อมด้าน Sovereign AI ของประเทศไทย, แผนงานการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling) ในยุคปัญญาประดิษฐ์, การสำรวจกรอบกฎหมาย จริยธรรม และความรับผิดชอบในการใช้งาน ตลอดจนแนวโน้มและการสาธิตการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI (Vibe Coding)
ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากบุคลากรของ BDI ในการนำระบบ AI มาปรับใช้กับงานบริหารภายในองค์กร ทั้งสายงานทรัพยากรบุคคล กฎหมาย งานเลขานุการ รวมถึงงานนโยบายและแผน พร้อมทั้งการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การประยุกต์ใช้ AI Agent เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและค้นหาข้อมูลเชิงลึก (Insight) สำหรับการปฏิบัติงาน
#BDI, #HumanAISynergy, #BigData, #DataDrivenNation, #AIGovernance, #ปัญญาประดิษฐ์, #โทรคมนาคมแห่งชาติ

