เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ตั้งเป้ารายได้แตะ 12,000 ล้านบาท

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ในเครือ สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประกาศยกระดับความสามารถในการสร้างกำไรต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้ปี 2567 รวมมูลค่า 12,000 ล้านบาท รุกผลักดัน EBITDA Margin เติบโตร้อยละ 3 – 5 โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนผลกำไร ลุยปรับปรุงและเพิ่มมูลค่าโรงแรมในจุดหมายปลายทางสำคัญ ยกระดับแบรนด์ ทราย (SAii) เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้เข้าพัก ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจบนโมเดล Asset-Light และขยายธุรกิจผ่านการซื้อและควบรวมกิจการ พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน เดินหน้าเติมเต็มประสบการณ์การเข้าพัก ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ และศาสตร์แห่งอาหารที่ผูกพันกับท้องถิ่น

นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา รวมถึงข้อได้เปรียบจากสถานที่ตั้งโรงแรมของเราซึ่งอยู่ในจุดหมายปลายทางสำคัญ เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท สามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้างรายได้รวมทะลุ 10,000 ล้านบาท และรักษาตำแหน่งผู้ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของไทย

โดยการปรับปรุงโรงแรมที่เป็นสินทรัพย์หลักของบริษัทฯ ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวัน (Average Daily Rate: ADR) ในปี 2566 สำหรับโรงแรมในไทยและฟิจิให้สูงขึ้นร้อยละ 20 นอกจากนี้ การเปิดตัว โซ/ มัลดีฟส์ (SO/ Maldives) รีสอร์ทระดับ 5 ดาว ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงการ ‘ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์’ (CROSSROADS Maldives) ในการตอบรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยวนานาชาติ และเติมเต็มให้ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ เป็นผู้นำจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรที่สุดในหมู่เกาะมัลดีฟส์”

นอกจากนี้เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ยังได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุน จากการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ที่มียอดจองซื้อสูงเกินกว่าเป้าหมาย ปิดการขายด้วยมูลค่า 1,300 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนและรองรับกลยุทธ์การลงทุนในอนาคต

สำหรับในปี 2567 เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไร โดยตั้งเป้ารายได้รวมมูลค่า 12,000 ล้านบาท ด้วย 4 กลยุทธ์ ดังนี้

ขับเคลื่อนประสิทธิภาพ มุ่งสร้างการเติบโต (Drive efficiency, ignite growth): บริษัทฯ มีแผนที่จะยกระดับศักยภาพในการสร้างอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 – 5 ผ่านปัจจัยการเติบโต 3 ด้าน ได้แก่ อัตราเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ซึ่งตั้งเป้าว่าจะเติบโตร้อยละ 25 จากยอดการจองห้องพักในมัลดีฟส์ในไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ดี และค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ซึ่งคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 20 จากการปรับปรุงห้องพักของโรงแรมในฟิจิและไทย และการเปิดตัวของโซ/ มัลดีฟส์

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อื่นนอกเหนือจากการเข้าพัก (Non-room Revenue) ที่ร้อยละ 15 โดยบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการนำเสนอ ประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของแบรนด์ พร้อมแผนเปิดตัวบีชคลับในทุกรีสอร์ทในเครือแบรนด์ทราย (SAii) และตอบรับความต้องการในตลาดไมซ์ (MICE) ผ่านบริการด้านอีเวนต์ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานและการประชุมธุรกิจ ในส่วนของกระบวนการดำเนินธุรกิจเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะยกระดับระบบการจัดซื้อแบบรวมศูนย์ และควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยไม่กระทบต่อคุณภาพของบริการ ซึ่งคาดว่า จะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้นร้อยละ 20

ปลดล็อคศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ (Unleash the power of the portfolio): ด้วยเป้าหมายในการยกระดับพอร์ตโฟลิโอและหมุนเวียนสินทรัพย์ (Portfolio Enhancement) เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะสานต่อความสำเร็จจากปี 2566 ในการยกระดับมูลค่าของสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง พร้อมตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Return Rate: IRR) ไว้ที่ร้อยละ 12 – 15

โดยจะต่อยอดแผนการปรับปรุงโรงแรมในประเทศไทยที่ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต และ ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร บริษัทฯ จะดำเนินกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่และรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว อาทิ แมนเชสเตอร์ เอดินเบอระ เลสเตอร์ และกลาสโกว์

SAii-Lagoon-Maldives

เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด (Scale Without Limits): เพื่อตอบรับการเติบโตของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ บริษัทฯ มีแผนที่จะยกระดับแบรนด์ (Brand Enhancement) โดยสร้างการจดจำแบรนด์ ทราย (SAii) ในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวแบบลักชูรีอย่างยั่งยืน ผ่านการยกระดับประสบการณ์ของแขกผู้เข้าพักให้ตอบโจทย์ความต้องการและเทรนด์ในระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวว่าการเข้าพักจะสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด นำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่น่าตื่นตาตื่นใจ และกิจกรรมด้านสุขภาพที่โดดเด่น

อีกทั้งยังผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์ อาทิ แพ็คเกจพิเศษ และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ จะนำความแข็งแกร่งของแบรนด์มาต่อยอดในการสร้างการเติบโตที่ยืดหยุ่นขึ้นและมีข้อจำกัดที่ลดลง โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มจำนวนโรงแรม ในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดจำนวนไม่น้อยกว่า 50 แห่ง ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะอยู่ภายใต้โมเดลธุรกิจแบบ Asset-Light อาทิ สัญญาบริหารโรงแรม (Hotel Management Agreement: HMA) หรือภายใต้การเข้าซื้อสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ และการร่วมลงทุน (Joint Venture) อันจะนำไปสู่การเพิ่มขนาดพอร์ตโฟลิโอและรายได้รวมของบริษัทฯ เป็น 2 เท่าตัว

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ มีแผนจะยกระดับแบรนด์ ทราย (SAii) ให้เป็นที่จดจำในระดับสากล โดยผ่านการดำเนินงานในหลากหลายด้าน เช่น กระบวนการทำงานที่เชื่อมกันในแต่ละพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ การลงทุนในนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น (personalised experiences) แผนการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายทั่วโลก และกลยุทธ์ด้านดิจิทัลที่โดดเด่น พร้อมด้วยการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) ที่มีประสิทธิภาพ

ปักหมุดรุกตลาดใหม่ (Beyond Borders): เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้จัดสรรงบในการลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านบาทเพื่อซื้อและควบรวมกิจการ (Merger and Acquisition) ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า โดยยังคงพุ่งเป้าไปที่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในภาคพื้นทวีปยุโรปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน สหราชอาณาจักร แถบมหาสมุทรอินเดีย เอเชียแปซิฟิค และฟิจิ เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่พอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในด้านรายได้ รวมถึงลดความผันผวนทางฤดูกาล (Seasonal Effect) ของโรงแรมในเครืออีกด้วย

การดำเนินงานอย่างยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่สังคม โดยในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 5 ต่อปี ตามแผนของประเทศไทยในการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 40 โดยคาดว่าการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในกลุ่มโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ รวมถึง โซ/ มัลดีฟส์ จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึงร้อยละ 20

ในขณะที่การดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุ์สิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ของบริษัทฯ ยังทำให้พบสิ่งมีชีวิต 21 สายพันธุ์ในกลุ่มสีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อยู่บ่อยครั้งในพื้นที่โครงการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ของรัฐบาลมัลดีฟส์ เพื่อสนับสนุนพื้นที่อนุรักษ์นอกพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ภายในโครงการครอสโร้ดส์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.1 ล้านตารางเมตร หรือกว่าร้อยละ 31 ของพื้นที่โครงการ โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย

ยิ่งไปกว่านั้นเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ยังเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การเข้าพัก ผ่านการนำเสนอโครงการด้านความยั่งยืนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล เกาะพีพี และมัลดีฟส์ ที่ตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมกว่า 50,000 คนในปี 2567 นี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมของชุมชน ไปจนถึงการใช้ผลผลิตและวัตถุดิบที่ปลูกและจัดหาจากท้องถิ่น เพื่อนำเสนอเมนูจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (Farm to Table) และอาหารทะเลสดใหม่แก่แขกที่เข้าพักอีกด้วย

“ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท สามารถเดินตามแผนในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และเพิ่มพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพร้อยละ 30 ภายในปี 2573 ตามเป้าหมายความยั่งยืนระยะยาวของกลุ่มบริษัทสิงห์ เอสเตท ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า โครงการที่มีเอกลักษณ์และพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้เราสามารถตอบรับความต้องการใหม่ๆ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” นายไมเคิล กล่าวสรุป

banner Sample

Related Posts