รู้จัก BYD ผ่าน “หวัง ชวนฝู” สู่ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่

หวัง ชวนฝู

BYD ย่อมาจาก “Build Your Dreams” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของบริษัท และสะท้อนมาจากวิสัยทัศน์ของ “หวัง ชวนฝู” ในความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ยานยนต์แห่งอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนรายนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย นวัตกรรมที่โดดเด่น และความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

เบื้องหลังความสำเร็จของ BYD คือวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ “หวัง ชวนฝู” ผู้ก่อตั้งบริษัท เขาเกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจนในมณฑลอันฮุย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความขยันหมั่นเพียร เขาสามารถศึกษาจนจบปริญญาโทจากสถาบันวิจัยโลหะนอกกลุ่มเหล็กปักกิ่ง (Beijing Non-Ferrous Research Institute)

หวัง ชวนฝู

ประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานวิจัยของรัฐบาลและบริษัทเอกชน ทำให้ หวัง ชวนฝู มองเห็นโอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในประเทศจีน เขาจึงตัดสินใจก่อตั้ง BYD ในปี 1995 เพื่อผลิตแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้

1995 – จุดเริ่มต้น: จากผู้ผลิตแบตเตอรี่สู่ผู้นำยานยนต์พลังงานใหม่

BYD เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ BYD ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดยานยนต์ในปี 2003 ด้วยการเข้าซื้อกิจการบริษัทรถยนต์ Qin Chuan Auto และในปี 2004 BYD ได้เปิดตัวยานยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัท ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการบุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจีน

2008-2013 – จุดเปลี่ยน: นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนความสำเร็จ

BYD ไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ในปี 2008 BYD ได้เปิดตัว F3DM ซึ่งเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก รวมถึง วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ที่เข้ามาลงทุนใน บีวายดี ในปี 2010

บีวายดี ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ในปี 2013 ได้เปิดตัว BYD Qin รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นที่สอง และร่วมมือกับ Mercedes-Benz ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าหรูภายใต้แบรนด์ Denza นอกจากนี้ BYD ยังเปิดตัวเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ในปี 2021 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพและความประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า

ในปี 2022 บีวายดี ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการประกาศยุติการผลิตรถยนต์สันดาปภายในทั้งหมด หันมาทุ่มเทให้กับการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวเทคโนโลยี CTB (Cell to Body) ที่ผสานเซลล์แบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างตัวถังรถยนต์ และบรรลุเป้าหมายสำคัญด้วยการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 5 ล้าน

หวัง ชวนฝู

ความสำเร็จที่ยั่งยืนและการขยายตลาดทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง

ปัจจุบัน บีวายดี เป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของโลก ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและการขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก บริษัทมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ ได้แก่:

  • การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี: BYD เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบพลังงานชั้นนำ มีสิทธิบัตรที่ยื่นขอมากกว่า 48,000 รายการ และสิทธิบัตรที่ได้รับมากกว่า 30,000 รายการ นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้ BYD สามารถพัฒนารถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและราคาที่แข่งขันได้
  • การควบคุมห่วงโซ่อุปทาน: BYD มีความสามารถในการผลิตส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้
  • การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง: BYD ได้สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ โดยเน้นการสื่อสารถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ความใส่ใจในคุณภาพ และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
  • การขยายตลาดอย่างรวดเร็ว: BYD ได้ขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
  • การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร: BYD ได้สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น Daimler AG และ Toyota Motor Corporation เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและขยายตลาดร่วมกัน

หวัง ชวนฝู

BYD ในประเทศไทย: ยอดขายทะยานสู่ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมโรงงานผลิตแห่งใหม่

BYD ได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2565 โดยร่วมมือกับบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ (Rêver Automotive) ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของ BYD ในประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ BYD ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2566 BYD กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย ด้วยยอดขายมากกว่า 30,500 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น ATTO 3 ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

หวัง ชวนฝู

ความสำเร็จของ BYD ในประเทศไทยเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ และการได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในตลาดประเทศไทย BYD ได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 โดยมีกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี

ซึ่งจะช่วยให้ BYD สามารถตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงงานแห่งนี้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ยังมีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่และระบบส่งกำลังภายในโรงงานอีกด้วย

หวัง ชวนฝู

การส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8 ล้านให้กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์:

ในวันเปิดโรงงานผลิตอย่างเป็นทางการ BYD ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่แปดล้านที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้ ให้กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีนายหวัง ชวนฟู่ ประธานกรรมการและประธานบริษัท บีวายดี กรุ๊ป เป็นผู้มอบรถให้กับ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ การส่งมอบรถยนต์คันนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ BYD ในการสร้างสรรค์

หวัง ชวนฝู

อนาคตของ BYD: มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานใหม่ในไทยและทั่วโลก

BYD มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่ยุคของพลังงานสะอาดและยั่งยืน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับผู้คนทั่วโลก

ในประเทศไทย BYD ตั้งเป้าที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค นอกจากนี้ BYD ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างงานและพัฒนาทักษะให้กับแรงงานไทยในอุตสาหกรรมยาน

#BYD #บีวายดี #BuildYourDreams #F3DM #WarrenBuffett #Denza #ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า #BYDประเทศไทย #โรงงานรถยนต์ไฟฟ้า #BYDDOLPHIN #มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

banner Sample

Related Posts