เอไอเอส นำทัพจัดระเบียบสายสื่อสาร ดันเศรษฐกิจดิจิทัลสู่เมืองปลอดภัย

เอไอเอส นำทัพจัดระเบียบสายสื่อสาร ดันเศรษฐกิจดิจิทัลสู่เมืองปลอดภัย

เอไอเอส (AIS) ขานรับนโยบายรัฐ ผนึกกำลัง กสทช., กทม., การไฟฟ้านครหลวง และสมาคมโทรคมนาคมฯ ครั้งใหญ่ เดินหน้าภารกิจจัดระเบียบสายสื่อสารบนถนนงามวงศ์วาน ชูเป้าหมายสร้างความปลอดภัย ทัศนียภาพที่สวยงาม พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง หนุนเศรษฐกิจของประเทศสู่การเป็น Cognitive Tech-Co อย่างเต็มรูปแบบ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ปัญหาสายสื่อสารที่รกรุงรังและห้อยระโยงระยางบนเสาไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแต่บดบังทัศนียภาพที่สวยงามของเมือง แต่ยังแฝงไว้ด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งจากเหตุอัคคีภัยและการร่วงหล่นที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงการ “จัดระเบียบ” แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้แสดงความมุ่งมั่นในการร่วมแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยได้ส่งทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณถนนงามวงศ์วาน ตั้งแต่แยกแครายไปจนถึงถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการสัญจรหนาแน่นและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ

โครงการนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชน นำโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลชั้นนำของประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน

ภารกิจเพื่อความปลอดภัยและทัศนียภาพ สู่รากฐานเมืองอัจฉริยะ

เป้าหมายหลักของการจัดระเบียบสายสื่อสารในครั้งนี้ AIS และพันธมิตรทุกภาคส่วนได้เน้นย้ำถึงประโยชน์ใน 2 มิติที่สำคัญ คือ มิติด้านความปลอดภัย และ มิติด้านทัศนียภาพ

ในมิติของความปลอดภัย การจัดระเบียบสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งานหรือติดตั้งอย่างผิดระเบียบออกไป จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยที่อาจลุกลามได้อย่างรวดเร็วผ่านสายสื่อสารที่พันกันรกรุงรัง นอกจากนี้ ยังช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุจากการที่สายไฟหรือสายสื่อสารร่วงหล่นลงมาบนท้องถนนหรือทางเท้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่สัญจรไปมา การดำเนินการในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงให้กับชุมชนโดยรอบ

สำหรับมิติด้านทัศนียภาพ การจัดระเบียบสายสื่อสารให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย จะช่วยคืนทิวทัศน์ที่สวยงามให้กับเมือง ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศโดยรวม โดยเฉพาะในสายตานักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ การมีสภาพแวดล้อมของเมืองที่เป็นระเบียบสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศ

เอไอเอส

การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดระเบียบสายที่มองเห็น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยโครงข่ายการสื่อสารที่มีเสถียรภาพและปลอดภัยสูงสุด การจัดระเบียบสายในวันนี้ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น 5G, Internet of Things (IoT) หรือโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกความเร็วสูง ที่ต้องการความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของระบบสายส่งสัญญาณ

ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Cognitive Tech-Co ผ่านการลงมือทำ

การเข้าร่วมภารกิจจัดระเบียบสายสื่อสารของ AIS ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั่วไป แต่เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องโดยตรงกับวิสัยทัศน์ขององค์กรในการมุ่งสู่การเป็น

“องค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co” ซึ่งหมายถึงการเป็นมากกว่าผู้ให้บริการสัญญาณมือถือหรืออินเทอร์เน็ต แต่คือการเป็นผู้สร้างและดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) ที่เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

การลงพื้นที่ของทีมวิศวกร AIS สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมทั้งในด้านบุคลากรและองค์ความรู้ทางเทคนิคในการบริหารจัดการโครงข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญของบริษัท การดูแลรักษาสายสื่อสารซึ่งเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงบริการต่างๆ ของ AIS ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย จึงเป็นทั้งการสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะและในขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้าของตนเองอีกด้วย

จากข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2568 AIS มีฐานลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจรวมกันมากถึง 50.8 ล้านราย แบ่งออกเป็น:

  • ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: มีผู้ใช้งานกว่า 45.7 ล้านเลขหมาย บนโครงข่าย 5G อัจฉริยะที่ถือครองคลื่นความถี่มากที่สุดในตลาด รวม 1460 MHz
  • ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง: ภายใต้แบรนด์ AIS 3BB FIBRE3 มีฐานผู้ใช้งานกว่า 5.1 ล้านราย
  • ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร และธุรกิจบริการดิจิทัล

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า โครงข่ายสายสื่อสารของ AIS เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อผู้คนและภาคธุรกิจจำนวนมหาศาลทั่วประเทศ การลงทุนลงแรงเพื่อจัดระเบียบสายสื่อสาร จึงเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสนับสนุนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัลตามวิสัยทัศน์ที่บริษัทได้วางไว้

ความร่วมมือแบบบูรณาการ: โมเดลขับเคลื่อนประเทศ

ความสำเร็จของภารกิจจัดระเบียบสายสื่อสารบนถนนงามวงศ์วานในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากพลังของความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ซึ่งถือเป็นโมเดลที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ ต่อไป

  • กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล มีบทบาทในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานกลาง
  • กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ มีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและประสานงานในระดับท้องถิ่น
  • การไฟฟ้านครหลวง ในฐานะเจ้าของเสาไฟฟ้า มีบทบาทสำคัญในการอนุญาตและควบคุมการพาดสาย
  • ผู้ประกอบการภาคเอกชน เช่น AIS และบริษัทอื่นๆ ในสมาคมโทรคมนาคมฯ เป็นผู้ลงมือปฏิบัติการในภาคสนาม นำความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์

โมเดลความร่วมมือเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนและเรื้อรังจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน และเมื่อภาครัฐและเอกชนมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนและประเทศชาติ ก็จะสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในอนาคต คาดว่าโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารจะยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ และขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่ง AIS ก็ได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีความปลอดภัย และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความท้าทายและการเติบโตทางเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่อย่างยั่งยืน

#AIS #จัดระเบียบสายสื่อสาร #งามวงศ์วาน #กสทช #กทม #การไฟฟ้านครหลวง #เศรษฐกิจดิจิทัล #CognitiveTechCo #โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล #เมืองน่าอยู่ #ความปลอดภัย #AIS5G #AIS3BBFIBRE3

Related Posts