บอร์ด AI ชาติไฟเขียวทุ่ม 2.5 หมื่นล้าน ดัน 10 ศูนย์เชี่ยวชาญ

บอร์ด AI ชาติไฟเขียวทุ่ม 2.5 หมื่นล้าน ดัน 10 ศูนย์เชี่ยวชาญ

บอร์ด AI แห่งชาติ เคาะมติสำคัญ อัดฉีดงบประมาณภาครัฐไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 เดินหน้ายุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์เต็มสูบ ไฟเขียวตั้ง 10 ศูนย์ความเป็นเลิศ (CoE) เฉพาะทาง หวังเป็นหัวหอกเชื่อมโยงภาครัฐ-เอกชน สร้างระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่ง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในทุกมิติ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติฯ ครั้งล่าสุด ซึ่งมี ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ รองนายกฯ และรัฐมนตรีดีอี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบ 4 ประเด็นหลัก ทั้งการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือรัฐ-เอกชน การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ 10 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่การเกษตร, สาธารณสุข, ท่องเที่ยว ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พร้อมรับทราบกรอบงบประมาณมหาศาลกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นทุนรอนในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคเศรษฐกิจ AI อย่างเต็มรูปแบบ

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศไทยก้าวไปอีกขั้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ได้อนุมัติแผนการลงทุนและโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่ เพื่อผลักดันให้ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2568 ซึ่งมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และตัวแทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม 4 ประเด็นสำคัญ ซึ่งจะกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของการพัฒนา AI ของไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาต่อยอดแนวทางการขับเคลื่อนตามกรอบการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Program) ให้มีความชัดเจนและเป็นระบบต่อเนื่อง โดยครอบคลุมทั้งในมิติของการสร้างความพร้อมด้าน AI (AI Readiness) และการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในภาคส่วนต่างๆ (AI Adoption)

ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน ผ่านภาคีเครือข่าย “Consortium”

ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการสำคัญข้อแรก คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในลักษณะของกลุ่มภาคีเครือข่าย (Consortium) เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นหน่วยงานแกนกลางในการพัฒนาและประสานงานเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าว

โมเดล Consortium นี้มีเป้าหมายเพื่อทลายกำแพงการทำงานแบบแยกส่วนระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้, ทรัพยากร, ข้อมูล และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและบริการได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศมากขึ้น

บอร์ด AI

จัดตั้ง 10 ศูนย์ความเป็นเลิศ (CoE) หัวหอกขับเคลื่อน AI รายสาขา

เพื่อยกระดับการทำงานให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้ง ศูนย์รวมความเชี่ยวชาญ (Center of Excellence: CoE) ในสาขาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 10 แห่ง เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานวิจัย พัฒนา และส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนี้

  1. ศูนย์นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ด้านการศึกษา (AI for Education): มุ่งพัฒนา AI เพื่อการเรียนรู้ส่วนบุคคล (Personalized Learning) และเครื่องมือช่วยสอนสำหรับครู
  2. ศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI for Creative Industries): ส่งเสริมการใช้ AI ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์, เกม, ดนตรี และการออกแบบ
  3. ศูนย์นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ด้านการเกษตร (AI for Agriculture): พัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) การพยากรณ์ผลผลิต และการบริหารจัดการฟาร์ม
  4. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อการท่องเที่ยว (AI for Tourism): ยกระดับบริการท่องเที่ยวด้วย AI เช่น การแนะนำแผนการเดินทางส่วนบุคคล และการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว
  5. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อสุขภาพและสุขภาวะ (AI for Health and Wellness): สนับสนุนการใช้ AI ในการวินิจฉัยโรค, การพัฒนายา และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
  6. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อการผลิต (AI for Manufacturing): ขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และระบบซ่อมบำรุงเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance)
  7. กลุ่มภาคีเครือข่ายด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาไทย (Thai Large Language Model Consortium): พัฒนาแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญภาษาและบริบทของไทยโดยเฉพาะ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
  8. ศูนย์การประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ภาครัฐ (Government AI Computing Center): เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางสำหรับหน่วยงานรัฐในการพัฒนาและใช้บริการ AI เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ
  9. ศูนย์สอบเทียบสมรรถนะและทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Standardization and Testing Center): ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและทดสอบผลิตภัณฑ์ AI เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
  10. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความมั่นคงและความปลอดภัย (AI for Safety and Security): ซึ่งที่ประชุมมีมติให้รับหลักการในการจัดตั้งเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านความปลอดภัยไซเบอร์, การป้องกันการใช้ AI ในทางที่ผิด และความมั่นคงของชาติ

กำหนดเดดไลน์แผนงานและอนุมัติงบประมาณ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้กำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจนเพื่อให้แผนงานเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยมีมติในประเด็นรองอีก 2 ข้อ คือ

3. การจัดทำแผนย่อยรายสาขา: ที่ประชุมได้มอบหมายให้ศูนย์ความเป็นเลิศ (CoE) ทั้ง 10 แห่ง ไปดำเนินการจัดทำแผนย่อยรายสาขาของตนเองให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2568 โดยแผนดังกล่าวจะต้องครอบคลุมทั้งด้านการเตรียมความพร้อม (Readiness) และแผนการส่งเสริมให้เกิดผู้ใช้งาน (Adoption) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจัง

4. การอนุมัติกรอบงบประมาณมหาศาล: นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากภาครัฐ โดยที่ประชุมได้ เห็นชอบในหลักการของกรอบการใช้จ่ายงบประมาณการขับเคลื่อนตามกรอบการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 และรับทราบว่างบประมาณของภาครัฐที่จะใช้ในการขับเคลื่อนแผนงานด้าน AI ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นั้น มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่มาจากทั้งในแผนและนอกแผน รวมถึงเงินจากกองทุนต่างๆ ของรัฐที่ได้มีการลงทุนไปแล้ว

งบประมาณก้อนใหญ่นี้จะถูกจัดสรรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ CoE, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, การสร้างบุคลากร และการส่งเสริมโครงการวิจัยและพัฒนาต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถสร้างขีดความสามารถด้าน AI ของตนเองได้อย่างก้าวกระโดด

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้กล่าวสรุปในที่ประชุม บอร์ด AI ว่า “ที่ประชุมได้เน้นย้ำการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน การยกระดับโครงสร้างและการประยุกต์ใช้ AI ผ่านศูนย์รวมความเชี่ยวชาญ การจัดทำแผนย่อยรายสาขาเพื่อให้ดำเนินงานได้ตามกรอบที่กำหนด และการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ของประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง”

การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของบอร์ด AI แห่งชาติในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการจุดพลุเริ่มต้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทยอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง

#บอร์ดAIแห่งชาติ #ประเสริฐจันทรรวงทอง #AIThailand #เศรษฐกิจดิจิทัล #ปัญญาประดิษฐ์ #กระทรวงดีอี #กระทรวงอว #ศูนย์ความเป็นเลิศAI #งบประมาณAI #Thailand40 #AIEconomy

Related Posts