DAIVID พลิกโฉมรีเทลมีเดีย ส่ง AI วัดผลครีเอทีฟเรียลไทม์

DAIVID พลิกโฉมรีเทลมีเดีย ส่ง AI วัดผลครีเอทีฟเรียลไทม์

DAIVID เปิดตัวเครื่องมือ AI สุดล้ำ “Creative Data Feed API” ปฏิวัติวงการรีเทลมีเดีย เน็ตเวิร์ก (RMNs) ช่วยให้แบรนด์และแพลตฟอร์มสามารถวัดผลและเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาได้แบบเรียลไทม์ ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างการรับรู้ถึงการตัดสินใจซื้อ ชี้เป็นเครื่องมือสำคัญในยุคที่งบโฆษณารีเทลมีเดียพุ่งทะยานแตะ $1.76 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งเป้าช่วยแบรนด์ชนะใจและชนะยอดขายในสมรภูมิดิจิทัลที่ดุเดือด

ลอนดอน, สหราชอาณาจักร; สกอตส์เดล, แอริโซนา – ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรีเทลมีเดีย (Retail Media) ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงผู้บริโภคที่มีความตั้งใจซื้อสูง DAIVID ผู้ให้บริการข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ (Creative Data Provider) ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องมือปฏิวัติวงการที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าวโดยเฉพาะ

DAIVID ได้ทำการอัปเดตโซลูชัน Creative Data Feed API ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อให้เครือข่ายรีเทลมีเดีย (Retail Media Networks – RMNs) และแพลตฟอร์มโฆษณาสามารถนำไปเชื่อมต่อและใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดยหัวใจสำคัญของเครื่องมือนี้คือความสามารถในการประเมินประสิทธิภาพของชิ้นงานโฆษณา (Creative) ในแคมเปญรีเทลมีเดียได้แบบเรียลไทม์และในสเกลขนาดใหญ่ ทำให้แบรนด์สามารถวัดผลลัพธ์ได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่การคาดการณ์การดึงดูดความสนใจ (Predicted Attention), ผลกระทบทางอารมณ์ (Emotional Impact), การจดจำแบรนด์ (Brand Recall) ไปจนถึงแนวโน้มการตัดสินใจซื้อ (Purchase Intent) ของผู้บริโภค

เจาะลึกความสำคัญในยุคทองของรีเทลมีเดีย

การเปิดตัวเครื่องมือของ DAIVID เกิดขึ้นในจังหวะที่เม็ดเงินโฆษณาในช่องทางรีเทลมีเดียกำลังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ รายงานแนวโน้มการโฆษณาทั่วโลกล่าสุดจาก WARC Media ระบุว่า ในปี 2568 นี้ การใช้จ่ายด้านโฆษณารีเทลมีเดียทั่วโลกจะสูงถึง $176.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนถึง 15.2% ของค่าใช้จ่ายโฆษณาทั่วโลกทั้งหมด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รีเทลมีเดียได้กลายเป็นช่องทางหลักที่แบรนด์เลือกใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ณ จุดที่ใกล้เคียงกับการตัดสินใจซื้อมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดเติบโตและสมบูรณ์ขึ้น นักการตลาดและแบรนด์ต่างตระหนักว่า รีเทลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างยอดขายที่ปลายทาง (Bottom-of-funnel conversion tool) เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญตลอดเส้นทางของผู้บริโภค (Full-funnel) ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงการพิจารณา (Consideration)

ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นนี้เองที่ผลักดันให้เกิดความต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ “ประสิทธิภาพของครีเอทีฟ” ว่าชิ้นงานโฆษณาแบบใดที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง และสามารถเชื่อมโยงคุณลักษณะของโฆษณาเข้ากับยอดขายที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นช่องว่างที่ DAIVID ตั้งเป้าเข้ามาเติมเต็ม

Creative Data Feed API: อาวุธลับปลดล็อกศักยภาพโฆษณา

Creative Data Feed API ของ DAIVID ถูกออกแบบมาเพื่อผสาน “ข้อมูลอัจฉริยะเชิงสร้างสรรค์” (Creative Intelligence) เข้าไปในระบบของ RMNs และแพลตฟอร์มโฆษณาโดยตรงแบบเรียลไทม์ ช่วยให้นักการตลาดสามารถเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ ลดการสูญเสียงบประมาณไปกับโฆษณาที่ไม่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือสามารถสร้างความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างคุณสมบัติของชิ้นงานโฆษณาและผลลัพธ์ทางธุรกิจ

นายเอียน ฟอร์เรสเตอร์ (Ian Forrester) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง DAIVID ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังการพัฒนาเครื่องมือนี้ว่า สิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของศักยภาพที่แท้จริงของรีเทลมีเดีย บทบาทของครีเอทีฟในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ตลอดทั้งฟันเนลยังคงถูกประเมินค่าต่ำเกินไปอย่างมหาศาล สิ่งที่ขาดหายไปคือความสามารถในการวัดผลกระทบทางอารมณ์, การดึงดูดความสนใจ และแนวโน้มการตัดสินใจซื้อในสเกลขนาดใหญ่ และการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นเข้ากับข้อมูลการขายโดยตรง

นายฟอร์เรสเตอร์เน้นย้ำว่า “เป้าหมายไม่ใช่แค่การเข้าถึงผู้ซื้อ แต่คือการเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นลูกค้า หรือที่เราเรียกว่าเป็นการเอาชนะทั้ง ‘ตะกร้าสินค้าและจิตใจ’ (Winning ‘carts and minds’) ของผู้บริโภค หากครีเอทีฟในรีเทลมีเดียของคุณไม่มีประสิทธิภาพ คุณก็มีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้บนชั้นวาง ด้วย Creative Data Feed API ของ DAIVID เรากำลังมอบพลังให้ RMNs สามารถประเมินทุกชิ้นงานโฆษณาได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้นักการตลาดสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้อย่างชาญฉลาด และเพิ่มประสิทธิภาพของครีเอทีฟได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ วินาที”

เบื้องหลังเทคโนโลยี: AI ที่เรียนรู้จากมนุษย์นับสิบล้าน

พลังของเครื่องมือนี้มาจากโมเดล AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ DAIVID ซึ่งสามารถให้คะแนนชิ้นงานโฆษณาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบวิดีโอหรือภาพนิ่ง โดยอิงตามตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่สำคัญ ทำให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงข้อมูลคาดการณ์เชิงลึกได้ทั้งก่อนและหลังการปล่อยแคมเปญ เพื่อการตัดสินใจที่ว่องไวและมุ่งเน้นผลลัพธ์เป็นสำคัญ

โมเดล AI เหล่านี้ได้รับการฝึกฝนโดยใช้ข้อมูลการตอบสนองของมนุษย์ต่อโฆษณานับสิบล้านครั้ง ซึ่งรวบรวมผ่านเทคโนโลยีที่หลากหลาย ทั้งการอ่านรหัสบนใบหน้า (Facial Coding), การติดตามสายตา (Eye Tracking), ข้อมูลจากแบบสำรวจ (Survey Data) ผสานกับการวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) และการวิเคราะห์เสียง (Audio Analysis) ทำให้ AI สามารถคาดการณ์อารมณ์ที่โฆษณาชิ้นนั้นๆ จะสร้างขึ้น และผลกระทบที่มีต่อตัวชี้วัดทางธุรกิจและแบรนด์ได้อย่างแม่นยำ

ผลการทดสอบยืนยันประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้อย่างชัดเจน โดยชิ้นงานโฆษณาที่ได้รับคะแนนสูงจากเทคโนโลยีของ DAIVID มี ประสิทธิภาพในการดึงดูดความสนใจเพิ่มขึ้นถึง 36%, เพิ่มการจดจำแบรนด์ได้ 41% และ สร้างแรงจูงใจในการซื้อสูงขึ้น 32% เมื่อเทียบกับโฆษณาที่ได้คะแนนต่ำ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ความสำเร็จและความน่าเชื่อถือของ DAIVID ยังได้รับการยอมรับจากลูกค้าระดับโลกหลายราย เช่น Nike, Snapchat และ EssenceMediacom ซึ่งต่างใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกของ DAIVID ในการวางกลยุทธ์โฆษณา

คุณสมบัติเด่นของ Creative Data Feed API:

  • เชื่อมต่อง่ายดาย: สามารถผสานการทำงานเข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ ผ่าน API ที่ใช้งานง่าย
  • วัดผลเรียลไทม์: ประเมินชิ้นงานโฆษณาทุกชิ้นได้ทันที
  • ตัวชี้วัดที่ครอบคลุม: มีตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่เป็นกรรมสิทธิ์กว่าหลายสิบรายการ รวมถึงระดับความสนใจ, การวิเคราะห์อารมณ์ที่แตกต่างกันถึง 39 รูปแบบ, การจดจำแบรนด์ที่ถูกต้อง และแนวโน้มการตัดสินใจซื้อแบบวินาทีต่อวินาที
  • รองรับสเกลขนาดใหญ่: สามารถจัดการคลังโฆษณาขนาดใหญ่บนหลายรูปแบบและหลายแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Creative Data Feed API จาก DAIVID พร้อมให้บริการแล้วสำหรับเครือข่ายรีเทลมีเดียและแบรนด์ที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาในช่องทางที่สำคัญที่สุดในยุคดิจิทัลนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนวิธีการวัดผลและสร้างสรรค์โฆษณา จากการคาดเดาไปสู่การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง

#DAIVID #RetailMedia #AI #AdTech #MarketingTechnology #CreativeEffectiveness #DigitalMarketing #Ecommerce #รีเทลมีเดีย #ปัญญาประดิษฐ์ #การตลาดดิจิทัล #โฆษณาออนไลน์ #เทคโนโลยีการตลาด #เศรษฐกิจดิจิทัล

Related Posts