NT – กสทช. ผนึกกำลังสู้วิกฤตน้ำท่วม ติดตั้งเน็ต รพ.สนามน่าน

NT – กสทช. ผนึกกำลังสู้วิกฤตน้ำท่วม ติดตั้งเน็ต รพ.สนามน่าน

“โทรคมนาคมแห่งชาติ” หรือ NT ผสานความร่วมมือ กสทช. บรรเทาทุกข์ชาวน่านหลังเผชิญวิกฤตอุทกภัยหนัก เข้าติดตั้งบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ณ โรงพยาบาลสนาม กองบิน 466 เป็นการด่วน หลังโรงพยาบาลหลักเสียหายหนัก ชี้เป็นภารกิจเร่งด่วนเพื่อต่อลมหายใจระบบสาธารณสุขและการสื่อสารในภาวะวิกฤต พร้อมยืนยันเร่งฟื้นฟูโครงข่ายในพื้นที่ประสบภัยทั้งหมด

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่าน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการสื่อสารของชาติ ด้วยการเข้าคลี่คลายสถานการณ์เร่งด่วนด้านการสื่อสารในพื้นที่ประสบภัย

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า NT ได้รับการประสานงานและให้การสนับสนุนจาก กสทช. ในการเข้าติดตั้งจุดให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ณ โรงพยาบาลสนามชั่วคราว ซึ่งจัดตั้งขึ้นที่อาคารเอนกประสงค์ กองบิน 466 อำเภอเมือง จังหวัดน่าน การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นภารกิจเร่งด่วนสูงสุด เนื่องจากโรงพยาบาลหลักของจังหวัดได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอุทกภัยจนไม่สามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้

“ตามที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดน่าน NT ได้ประสานความร่วมมือกับ กสทช. ให้การสนับสนุนจุดให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในพื้นที่โรงพยาบาลสนาม ณ อาคารเอนกประสงค์ กองบิน 466 อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โดยเร่งด่วน จากเหตุโรงพยาบาลหลักได้รับความเสียหาย ไม่สามารถให้บริการได้จากสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าติดตั้งแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย” พันเอก สรรพชัยย์ กล่าว

อินเทอร์เน็ต: เส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงโรงพยาบาลสนามในภาวะวิกฤต

การติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตในโรงพยาบาลสนามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการอำนวยความสะดวก แต่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินอย่างยิ่ง ในทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข โครงข่ายการสื่อสารที่เสถียรเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะช่วยสนับสนุนภารกิจในหลายมิติ ได้แก่:

  1. การบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วย (Patient Data Management): ช่วยให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถเข้าถึงและบันทึกประวัติการรักษาข้อมูลผู้ป่วยในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Health Records) ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความผิดพลาด และสร้างความต่อเนื่องในการรักษา
  2. การแพทย์ทางไกล (Telemedicine): เปิดโอกาสให้ทีมแพทย์ในพื้นที่สามารถปรึกษาเคสผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่อยู่ในโรงพยาบาลส่วนกลางหรือในกรุงเทพฯ ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก
  3. การประสานงานและส่งต่อ: เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารระหว่างโรงพยาบาลสนามกับหน่วยงานบรรเทาทุกข์อื่นๆ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อการบริหารจัดการเตียง การส่งต่อผู้ป่วย และการขอรับการสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ
  4. การสื่อสารของผู้ป่วยและบุคลากร: ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวเพื่อบรรเทาความวิตกกังวล และยังเป็นช่องทางให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษากำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ที่ตึงเครียด

การดำเนินการของ NT และ กสทช. ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของ “โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล” (Digital Infrastructure) ที่กลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการรับมือกับภัยพิบัติสมัยใหม่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและต้นทุนทางเศรษฐกิจในการจัดการภาวะวิกฤต

ผลกระทบวงกว้างและแผนฟื้นฟูโครงข่าย

พันเอก สรรพชัยย์ ยังได้กล่าวถึงผลกระทบของอุทกภัยในภาพรวมว่า สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้โครงข่ายการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ของจังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียงประสบปัญหา ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การประกอบธุรกิจ และการประสานงานของหน่วยงานภาครัฐ

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว NTได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้มีการเตรียมทีมวิศวกรและช่างเทคนิคเฉพาะกิจไว้พร้อมแล้ว ซึ่งจะเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายทันทีที่สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายและเข้าสู่สภาวะปกติ

“NTขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอเรียนแจ้งให้ผู้ใช้บริการในพื้นที่ทราบว่า เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ NTจะเร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้สามารถให้บริการได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด” แถลงการณ์จากNT ระบุ

บทบาทรัฐวิสาหกิจในการสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของNT ในฐานะรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมของชาติ ไม่เพียงแต่เป็นการทำภารกิจเพื่อสังคม (CSR) เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทในการเป็นกลไกของรัฐเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นเสาหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศในยามวิกฤต การที่ระบบสื่อสารสามารถกลับมาใช้งานได้เร็วเพียงใด ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความรวดเร็วในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของพื้นที่ประสบภัย ทั้งในภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และธุรกิจรายย่อย ที่ต้องพึ่งพาการสื่อสารในการประสานงานซื้อขายและประเมินความเสียหาย

NTได้ส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยทุกท่านให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และยืนยันว่าจะรายงานความคืบหน้าในการฟื้นฟูโครงข่ายให้ทราบเป็นระยะต่อไป

สำหรับประชาชนและผู้ใช้บริการที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งปัญหาการใช้งาน สามารถติดต่อได้ที่NT Contact Center หมายเลข 1888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.ntplc.co.th และเฟซบุ๊ก NTPLC

#NT #กสทช #โทรคมนาคมแห่งชาติ #น้ำท่วมน่าน #น้ำท่วม2568 #โรงพยาบาลสนาม #อินเทอร์เน็ต #CSR #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล #ข่าวเศรษฐกิจ

Related Posts