“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รองนายกฯ และ รมว.ดีอี ขานรับข้อเสนอสภาอุตสาหกรรมโคราชเต็มสูบ ประกาศพร้อมนั่งหัวโต๊ะประธานเปิดงาน ‘AgroFEX 2025’ ดึงบิ๊กเทคฯ ร่วมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมรับลูกสารพัดเมกะโปรเจกต์ ทั้งศูนย์ประชุม MICE, Tax Incentive ดึงดูดนักลงทุน, พัฒนาแอปฯ SME และปั้นเมืองสู่ Digital Nomad Hub ตอกย้ำความมุ่งมั่นรัฐบาลในการผลักดันโคราชสู่เมืองเศรษฐกิจและเทคโนโลยีต้นแบบแห่งภาคอีสาน
นครราชสีมา, ประเทศไทย – นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าร่วมประชุมหารือกับคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ณ ที่ทำการสภาฯ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและวางแนวทางการพัฒนาจังหวัดในหลากหลายมิติ โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับจังหวัดนครราชสีมาให้ก้าวสู่การเป็น “เมืองศูนย์กลางดิจิทัลแห่งภาคอีสาน” อย่างเต็มรูปแบบ
การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในท้องถิ่น ซึ่งเต็มไปด้วยข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมและครอบคลุมตั้งแต่การจัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย
ชูโรง ‘AgroFEX 2025’ อีเวนต์เกษตร-เทคโนโลยีแห่งปี
ประเด็นไฮไลท์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญอันดับแรก คือ การจัดงาน ‘AgroFEX 2025’ (Agro and Food Exposition 2025) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมด้านการเกษตรและอาหารครั้งยิ่งใหญ่ของภูมิภาค โดยทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้เรียนเชิญนายประเสริฐให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช
ในโอกาสนี้ ภาคเอกชนได้ร้องขอให้นายประเสริฐช่วยประสานงานเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศและระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT, Huawei, AIS, True และไปรษณีย์ไทย ให้เข้ามาร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming), การแปรรูปอาหาร, โลจิสติกส์ และการตลาดดิจิทัล เพื่อสร้างสีสันและยกระดับงานให้มีความน่าสนใจและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เข้าร่วมงาน
ซึ่งนายประเสริฐได้ตอบรับคำเชิญในการเป็นประธานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังในการประสานงานและเชิญชวนบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ เพื่อแสดงศักยภาพของโคราชในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการเกษตรของภูมิภาค
ปักหมุด ‘MICE Center’ แห่งใหม่ รับการเติบโตของเมือง
อีกหนึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่ถูกผลักดันอย่างจริงจัง คือ การก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการ (MICE – Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการจัดงานประชุม สัมมนา และนิทรรศการขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดได้อย่างมหาศาล
สภาอุตสาหกรรมฯ ได้เสนอโมเดลการลงทุนที่น่าสนใจ โดยให้ภาครัฐเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น บริเวณสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 (ปภ.5) จากนั้นจึงเปิดให้ภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยประสบความสำเร็จและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นมาแล้วที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
นายประเสริฐรับทราบข้อเสนอดังกล่าวและระบุว่าจะนำเรื่องนี้ไปหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อไป พร้อมทั้งจะนำผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน

ยกระดับการลงทุน-พัฒนาคน สู่ ‘Digital Hub’ เต็มรูปแบบ
เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การเป็น “เมืองศูนย์กลางดิจิทัล” ให้เกิดขึ้นจริง ภาคเอกชนได้เสนอแนวทางเชิงรุกหลายด้าน ได้แก่:
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี: เสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นกรณีพิเศษ เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมไบโอเทค (Biotech) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและสอดคล้องกับฐานการผลิตด้านการเกษตรของจังหวัด
- ดึงดูด Cloud & Data Center: ผลักดันและเชิญชวนบริษัทผู้ให้บริการ Cloud Computing และ Data Center ระดับโลกให้เข้ามาตั้งฐานการลงทุนในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะช่วยสร้าง Ecosystem ทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและยกระดับจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลของภาคอีสาน
- พัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI: ขอความร่วมมือจากกระทรวงดีอีในการจัดทำหลักสูตรและโครงการส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงมัธยมศึกษา เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลในอนาคต
- แอปพลิเคชันเพื่อ SME: เสนอให้กระทรวงดีอีช่วยสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อช่วยในด้านการตลาดออนไลน์, การจัดการด้านภาษี, การบริหารสต็อกสินค้า และการจัดการธุรกิจโดยรวม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง
แก้ปัญหาพื้นฐาน-มองไกลถึงเมือง ‘Digital Nomad’
นอกเหนือจากโครงการขนาดใหญ่แล้ว ที่ประชุมยังได้หยิบยกปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยผู้แทนจาก นิคมอุตสาหกรรมนวนคร นครราชสีมา ได้สะท้อนถึงความกังวลใน ปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยย้ำว่าความมั่นคงของระบบชลประทานและน้ำเพื่ออุตสาหกรรมเป็นหัวใจสำคัญที่จะรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ขณะเดียวกันยังมีการผลักดัน โครงการขยายแนวเขตท่อประปา ไปยังพื้นที่เขาใหญ่ ซึ่งปัจจุบันยังขาดแคลนระบบน้ำประปาที่ได้มาตรฐาน
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอที่มองไปถึงอนาคตอย่างการพัฒนาโคราชให้เป็น เมืองสำหรับ Digital Nomad เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทำงานยุคใหม่ที่สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ในโลกผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะนำมาซึ่งการใช้จ่าย การเช่าที่พัก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคบริการของเมืองให้คึกคักยิ่งขึ้น
ปิดท้ายด้วยข้อเสนอการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างและปรับปรุง พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวหลักและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของจังหวัด
ด้านนายประเสริฐ ได้กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์และข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมกล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล
“ขอชื่นชมต่อสภาอุตสาหกรรมฯ ในการพยายามและแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองนครราชสีมา เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะพิจารณาสนับสนุนและประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพที่จะเป็นเมืองต้นแบบของภาคอีสาน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุนและเทคโนโลยี รัฐบาลพร้อมบูรณาการกับทุกหน่วยงานเพื่อผลักดันให้โคราชก้าวสู่การเป็นเมืองทันสมัย เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นกับโลกดิจิทัล และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประชาชน” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวย้ำ
การหารือครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการจุดประกายความหวังครั้งใหญ่ ที่จะผลักดันให้ “โคราช” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ประตูสู่ภาคอีสานอีกต่อไป แต่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้
#เศรษฐกิจ #โคราช #นครราชสีมา #ประเสริฐจันทรรวงทอง #สภาอุตสาหกรรม #AgroFEX2025 #DigitalHub #ศูนย์ประชุมMICE #การลงทุนภาคอีสาน #DigitalNomad #เศรษฐกิจดิจิทัล

