บ้านปู ทุ่มซื้อกิจการก๊าซสหรัฐฯ รุกแบตเตอรี่-แร่นิกเกิลรับเทรนด์โลก

บ้านปู ทุ่มซื้อกิจการก๊าซสหรัฐฯ รุกแบตเตอรี่-แร่นิกเกิลรับเทรนด์โลก

“บ้านปู” เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2568 เดินหน้าเต็มสูบตามกลยุทธ์ “Energy Symphonics” แม้เผชิญราคาถ่านหินโลกอ่อนตัว แต่ยังสร้างรายได้รวม 2,521 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมประกาศความคืบหน้าการลงทุนครั้งสำคัญ ทั้งการเข้าซื้อกิจการก๊าซ “Bedrock” ในสหรัฐฯ , ขยายพอร์ต BESS ขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย , และก้าวแรกสู่ธุรกิจแร่แห่งอนาคตด้วยการลงทุนในแหล่งนิกเกิลที่อินโดนีเซีย ตอกย้ำการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยบริษัทฯ กำลังขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญภายใต้กลยุทธ์ ‘Energy Symphonics’ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอพลังงาน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน โดยในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,521 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 84,543 ล้านบาท) และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 571 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 19,144 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิ 42.76 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและความแข็งแกร่งในการดำเนินงานของบริษัทฯ

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานว่า “ครึ่งปีแรกนี้ บ้านปูขยายการเติบโตภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics โดยมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ (Portfolio Optimization) หมุนเวียนเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ศักยภาพสูง ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน (Operations & Cost Excellence) และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ลดต้นทุนในธุรกิจเหมือง รวมถึงการบริหารโครงสร้างเงินทุน (Rebalanced Capital Structure) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ความคืบหน้าที่โดดเด่นเห็นได้จาก 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ CCUS ธุรกิจ Renewables+ และธุรกิจเหมืองยุคใหม่ ที่เรามองว่าเป็นภารกิจสำคัญที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน”

บ้านปู

ไฮไลท์ความก้าวหน้า 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

1. กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน: รุกก๊าซธรรมชาติ-แร่แห่งอนาคต บริหารต้นทุนธุรกิจเหมือง

  • ธุรกิจเหมือง: แม้ปริมาณการผลิตและขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ผลการดำเนินงานโดยรวมได้รับผลกระทบจากราคาถ่านหินในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะโครงการ Value Efficiency Program ที่เหมืองในออสเตรเลีย ซึ่งช่วยให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ก้าวใหม่สู่แร่แห่งอนาคต (นิกเกิล): บ้านปูได้เริ่มต้นการลงทุนใน PT Adhi Kartiko Pratama Tbk (AKP) ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่อุตสาหกรรมแร่สำหรับพลังงานแห่งอนาคตเป็นครั้งแรก การลงทุนนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการเข้าถึงแหล่งนิกเกิลคุณภาพสูงตั้งแต่ต้นน้ำ
  • ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ: มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 2.92 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.82 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียูในช่วงเดียวกันของปีก่อน
    • การเข้าซื้อกิจการ Bedrock: บ้านปูได้เข้าซื้อกิจการ Bedrock Production, LLC ซึ่งดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจกลางน้ำในแหล่งบาร์เน็ตต์ รัฐเท็กซัส คาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของ BKV เพิ่มขึ้นประมาณ 108 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และเพิ่มปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติ (1P) อีกประมาณ 1 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
    • โครงการ CCUS: มีความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในโครงการ East Texas ซึ่งจะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ประมาณ 70,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงต้นปี 2570

2. กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน: สร้างกระแสเงินสดมั่นคง ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน

  • ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน: โรงไฟฟ้าในทุกประเทศมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจและสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง
  • ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 969 เมกะวัตต์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 66 เมกะวัตต์จากครึ่งปีแรกของปี 2567 ส่งผลให้กำลังผลิตรวมของกลุ่มธุรกิจผลิตพลังงานทั้งหมดคงที่อยู่ที่ 3,935 เมกะวัตต์เทียบเท่า

3. กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน: โตเด่นในธุรกิจแบตเตอรี่ฯ และการจัดการพลังงาน

  • ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (BESS): มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ดำเนินการผ่าน บ้านปู เน็กซ์ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมตามสัดส่วนการลงทุนกว่า 1,130 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh)
    • ญี่ปุ่น: โครงการ Iwate Tono ขนาด 14.5 เมกะวัตต์ (58 MWh) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วในเดือนมิถุนายน 2568
    • ออสเตรเลีย: ได้ลงทุนในโครงการระบบกักเก็บพลังงานวูรีน (WESS) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 350 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานถึง 1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดดำเนินการภายในปี 2570
  • ธุรกิจจัดการพลังงาน: บ้านปู เน็กซ์ ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนสำหรับองค์กร (CFO) จาก TGO ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง นอกจากนี้ยังได้ลงนาม MOU กับ Asuene ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับลดการปล่อยคาร์บอนในภาคธุรกิจ
  • ธุรกิจการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading): ในประเทศญี่ปุ่น มีผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจ สามารถจำหน่ายไฟฟ้าได้รวม 3,525 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้บริการลูกค้ารวม 1,956 ราย โดยได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ราคาซื้อขาย เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไร

ความคืบหน้าทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบ้านปูในการปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอให้สอดรับกับทิศทางพลังงานโลก โดยกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว

#บ้านปู #Banpu #ผลประกอบการ #เศรษฐกิจ #การลงทุน #ธุรกิจพลังงาน #ก๊าซธรรมชาติ #BESS #นิกเกิล #EnergySymphonics

Related Posts