ดีอี – ดีป้า ปั้นเกษตรอัจฉริยะ ดัน OTOD#2 สร้างมูลค่า 500 ล้าน

ดีอี – ดีป้า ปั้นเกษตรอัจฉริยะ ดัน OTOD#2 สร้างมูลค่า 500 ล้าน

กระทรวงดีอี จับมือ ดีป้า ประกาศความสำเร็จโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD#2) จัดเวที Final Pitching Day เฟ้นหาสุดยอดชุมชนและธุรกิจเกษตรกรยุคใหม่ ชูเทคโนโลยีโดรน-IoT พลิกโฉมเกษตรกรรมไทยสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” รองนายกฯ “ประเสริฐ” มอบรางวัล ชี้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาทต่อปี พร้อมประกาศเดินหน้าโครงการ OTOD AI และ OTOD ทุเรียนดิจิทัล ต่อยอดความสำเร็จเต็มสูบ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ภาคเกษตรกรรมของไทยซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจชาติ กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ผ่านการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่มุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปฏิวัติภาคการผลิตแบบดั้งเดิม โดยล่าสุด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ได้จัดกิจกรรม “Digital Agriculture Final Pitching Day” ซึ่งเป็นเวทีตัดสินรอบชิงชนะเลิศภายใต้ “โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2)” โดยได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับเกษตรกรไทยสู่การเป็นเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) สร้างความเข้มแข็งจากฐานรากและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก

โครงการ OTOD#2 ถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของประเทศให้ก้าวทันยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกร กลุ่มชุมชน และช่างชุมชนทั่วประเทศ ได้เรียนรู้และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเกษตร (Digital Agriculture) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

รัฐบาลชู ‘OTOD#2’ กลไกหลักพลิกโฉมเกษตรไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคเกษตรกรรมว่าเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงดีอี ได้ทุ่มเทความพยายามในการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยมีหัวใจสำคัญคือการส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบเดิม ๆ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล

“โครงการ OTOD#2 คือกลไกที่เป็นรูปธรรมที่สุดในการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าว” นายประเสริฐกล่าว “เราได้ส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภาคการเกษตรแก่เกษตรกร กลุ่มชุมชน และช่างชุมชนใน 5 ภูมิภาคทั่วไทย โดยมีผู้เข้าร่วมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 54.83% ตามมาด้วยภาคเหนือ 18.88% ภาคกลาง 14.16% ภาคตะวันออก 8.31% และภาคใต้ 3.82% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความต้องการในการเข้าถึงเทคโนโลยีของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ”

สำหรับเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (IoT) ภาคการเกษตรอัจฉริยะ, โดรนเพื่อการเกษตร และแทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้ใหม่ ๆ และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ถือเป็นการสร้างสังคมดิจิทัลบนฐานความรู้ที่ทั่วถึงและเท่าเทียม สอดรับกับเป้าหมายใหญ่ของประเทศในการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

‘ดีป้า’ เผยยุทธศาสตร์ “คิดเอง ทำเป็น ทำได้” ปั้นเกษตรกรดิจิทัล

ด้านผู้ผลักดันโครงการอย่างใกล้ชิด ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงแนวทางการดำเนินงานว่า โครงการ OTOD#2 ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนา “ทักษะดิจิทัลเพื่อการเกษตร” ที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการจัดการผลผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรไทยก้าวสู่การเป็นเกษตรกรอัจฉริยะอย่างเต็มตัวในอนาคต

โครงการได้คัดเลือก 3 เทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร, แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และ IoT ภาคการเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ล้ำสมัย แต่ยังเชื่อถือได้ โดยผ่านการรับรองมาตรฐาน dSURE และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัลของภาครัฐเรียบร้อยแล้ว

ผศ.ดร.ณัฐพล ได้ฉายภาพกระบวนการของโครงการที่เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ผ่านสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ใน 3 เทคโนโลยีหลัก จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะอย่างเข้มข้น (Accelerate) โดยทีมงานดีป้าได้ลงพื้นที่จริงใน 11 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจัดกิจกรรมอบรมเชิงลึก, การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างเครือข่าย, การให้คำปรึกษาในการเขียนข้อเสนอโครงการ และการฝึกฝนทักษะการนำเสนอ (Pitching) ก่อนที่จะคัดเลือกโครงการที่โดดเด่นเข้าสู่เวทีระดับภูมิภาคใน 5 จังหวัด และ culminate ที่เวทีตัดสินระดับประเทศในวันนี้

1 ตำบล 1 ดิจิทัล

“หัวใจของโครงการ OTOD#2 คือปรัชญา ‘คิดเอง ทำเป็น ทำได้’” ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าว “เราเน้นให้เกษตรกรที่เป็นกลุ่มชุมชนและกลุ่มธุรกิจชุมชน สามารถเรียนรู้และคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้ในทุกขั้นตอน โดยมีดีป้าทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่คอยให้การสนับสนุนเท่าที่จำเป็น เป้าหมายเพื่อให้ชุมชนสามารถยืนได้ด้วยขาของตัวเอง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้มาตรฐาน”

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง มีผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่องกว่า 550,000 ราย, มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมยกระดับทักษะเข้มข้นกว่า 1,300 ราย ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1,000 ราย และมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบ Final Pitching มากถึง 500 ราย “ความสำเร็จเหล่านี้คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายหลักของโครงการที่ต้องการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะอย่างแท้จริง” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวเสริม

ประกาศผลสุดยอดโครงการ OTOD#2 และก้าวต่อไปสู่อนาคต

สำหรับบรรยากาศในกิจกรรม Digital Agriculture Final Pitching Day เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและธุรกิจชุมชนจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศได้นำเสนอศักยภาพและแผนงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มที่ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:

  1. ประเภทกลุ่มชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยี: มีทีมเข้าร่วม 350 ราย ซึ่งจะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนสูงสุด 150,000 บาทต่อโครงการ
  2. ประเภทพัฒนาธุรกิจชุมชน: มีทีมเข้าร่วม 50 ราย จะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาทต่อโครงการ

โดยทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศดีเด่นในประเภทกลุ่มชุมชนประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนหอมเชียงม่วนภาคเหนือ และทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศดีเด่นในประเภทพัฒนาธุรกิจชุมชน คือ นายอรันดร์ จันโท ซึ่งทั้งสองทีมถือเป็นต้นแบบของความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้ได้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ

“กิจกรรมในวันนี้ทำให้เราได้เห็นว่าเกษตรกรไทยของเรามีความสามารถและมีศักยภาพซ่อนอยู่มากมาย ขอเพียงได้รับการสนับสนุนอย่างถูกจุดและถูกวิธี พี่น้องเกษตรกรก็จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยตนเอง” ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวในช่วงท้าย

พร้อมกันนี้ ดีป้าได้ประกาศถึงทิศทางในอนาคตที่จะต่อยอดความสำเร็จของโครงการ OTOD อย่างไม่หยุดยั้ง ผ่าน 2 โครงการใหม่ที่น่าจับตา ได้แก่

โครงการ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ ซึ่งจะมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในวงกว้าง ทั้งในกลุ่มชุมชน ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรม รวมกว่า 10,000 ราย เพื่อเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล และ โครงการ OTOD ทุเรียนดิจิทัล ที่จะยกระดับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการในเฟสที่ 2 แล้ว

นอกจากนี้ ดีป้ายังได้ทำงานร่วมกับกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันมาตรการลดหย่อนภาษี 200% สำหรับการลงทุนด้านดิจิทัล เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจและชุมชนหันมาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของดีป้าที่ต้องการให้ “คนไทยทุกคนสามารถรู้ เข้าใจ และประยุกต์ใช้ดิจิทัลเป็น เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

#OTOD2 #เกษตรอัจฉริยะ #ดีป้า #กระทรวงดีอี #เศรษฐกิจดิจิทัล #DigitalAgriculture #สมาร์ทฟาร์มมิ่ง #โดรนเพื่อการเกษตร #IoTการเกษตร #ประเสริฐจันทรรวงทอง

Related Posts