“ประเสริฐ” ปลุกเศรษฐกิจฐานราก ดันเจ้าหน้าที่ดิจิทัล 878 อัตราทั่วไทย

“ประเสริฐ” ปลุกเศรษฐกิจฐานราก ดันเจ้าหน้าที่ดิจิทัล 878 อัตราทั่วไทย

รองนายกฯ และรัฐมนตรีดีอี “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ตรวจเยี่ยมโครงการยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ ประกาศเดินหน้าเต็มสูบสร้าง “ทุนมนุษย์ดิจิทัล” ผ่านกลไก “เจ้าหน้าที่บริหารงานดิจิทัลระดับอำเภอ” 878 คนทั่วประเทศ เริ่มปฏิบัติงาน 1 สิงหาคม 2568 ชูบทบาท “เซลส์แมนดิจิทัล” เคาะประตูบ้านสำรวจความต้องการประชาชน พร้อมพลิกโฉมศูนย์ดิจิทัลชุมชนสู่ “ศูนย์กลางการเรียนรู้และบริการ” ครบวงจร ตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สุราษฎร์ธานี, ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ที่ทวีความสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการกระจายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลสู่ระดับภูมิภาค โดยในวันนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าของ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ” ณ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงที่มุ่งสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากระดับชุมชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงดีอี อาทิ นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร, นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE, และนางสาวพัชราภรณ์ สิริวรเวชยางกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง

เปิดตัว “เซลส์แมนดิจิทัล” กลไกใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายสำคัญของโครงการว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทั้งในด้านอาชีพ การศึกษา และการเข้าถึงบริการภาครัฐ

“หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศในวันนี้ คือการสร้าง ‘ทุนมนุษย์ดิจิทัล’ (Digital Human Capital) ที่มีคุณภาพ” นายประเสริฐกล่าว “เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่ให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรายได้ พัฒนาอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่ต้องกระจายไปสู่ทุกอำเภอ ทุกตำบลทั่วประเทศ”

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงดีอี โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้ริเริ่มกลไกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ “เจ้าหน้าที่บริหารงานดิจิทัลระดับอำเภอ” จำนวน 878 คนทั่วประเทศ ซึ่งได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

นายประเสริฐได้อธิบายบทบาทของเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ไว้อย่างเห็นภาพว่า “เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะต้องทำหน้าที่เปรียบเสมือน ‘พนักงานขาย’ หรือ ‘เซลส์แมนดิจิทัล’ ที่ไม่ได้รอให้ประชาชนเดินเข้ามาหา แต่ต้องทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ไปสำรวจความต้องการด้านดิจิทัลของพี่น้องประชาชนถึงในชุมชน เพื่อให้ทราบว่าพวกเขามีปัญหาอะไร ต้องการเรียนรู้ทักษะด้านไหน หรือต้องการบริการดิจิทัลอะไรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ”

บทบาทของเจ้าหน้าที่ดิจิทัลระดับอำเภอจึงไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ แต่จะเป็นผู้ประสานงานหลัก (Coordinator) ที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เช่น สำนักงานสถิติจังหวัด, หน่วยงานราชการต่างๆ ในอำเภอ กับประชาชนโดยตรง เพื่อนำหลักสูตรการอบรม บริการดิจิทัล และองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปส่งมอบให้ถึงมือประชาชนได้อย่างตรงจุด

“ผมเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่บริหารงานดิจิทัลระดับอำเภอทั้ง 878 คน จะเป็นพลังสำคัญในการจุดประกายความรู้ดิจิทัลและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในชุมชนทั่วประเทศ พวกเขาคือฟันเฟืองที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเสริม

ประเสริฐ

พลิกโฉม “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” สู่ฮับแห่งการเรียนรู้และบริการครบวงจร

นอกจากการสร้างบุคลากรแล้ว อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของโครงการนี้คือการยกระดับ “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ให้กลายเป็นมากกว่าสถานที่ที่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตให้บริการ

นายประเสริฐเน้นย้ำว่า “ศูนย์ดิจิทัลชุมชนต้องไม่เป็นเพียงแค่สถานที่ แต่ต้องกลายเป็น ‘ศูนย์กลางการเรียนรู้และบริการดิจิทัล’ (Digital Learning and Service Hub) ของชุมชนอย่างแท้จริง ต้องเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย สามารถเข้ามาเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างเท่าเทียม”

จากการตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ วิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี พบว่าศูนย์แห่งนี้เป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยได้ให้บริการแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เข้ามาใช้บริการแล้วมากกว่า 4,500 คน

บริการของศูนย์ฯ มีความหลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อย่างครอบคลุม ได้แก่:

  • การให้คำปรึกษาและส่งเสริมการค้าขายออนไลน์ (E-commerce): ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้าในชุมชนให้นำสินค้าของตนเองขึ้นสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อขยายตลาดและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
  • การจัดอบรมพัฒนาทักษะดิจิทัล: จัดหลักสูตรที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น, การใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการทำธุรกรรม, การสร้างคอนเทนต์เพื่อการตลาด ไปจนถึงการป้องกันภัยไซเบอร์
  • การแนะนำบริการภาครัฐดิจิทัล (E-Government): เป็นจุดบริการและให้คำแนะนำในการเข้าถึงบริการของรัฐผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น การยื่นภาษีออนไลน์, การตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ
  • การให้บริการอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง: มีเครื่องคอมพิวเตอร์และสัญญาณ Wi-Fi ให้บริการฟรี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีอุปกรณ์สามารถเข้าถึงโลกดิจิทัลได้
  • การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะอาชีพใหม่ๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล

ศูนย์ดิจิทัลชุมชนแห่งนี้เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้พิการทางการเคลื่อนไหวและทางจิตใจ ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. ซึ่งถือเป็นการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เอื้อต่อการพัฒนาคนและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและก้าวต่อไป

นโยบายการสร้าง “ทุนมนุษย์ดิจิทัล” ผ่านกลไกเจ้าหน้าที่ดิจิทัลระดับอำเภอและศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่ได้รับการยกระดับนี้ คาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในหลายมิติ ตั้งแต่ระดับจุลภาคไปจนถึงมหภาค

  1. กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถค้าขายออนไลน์ได้ จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้โดยตรงให้กับครัวเรือนในต่างจังหวัด
  2. ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้: การสร้างทักษะดิจิทัลใหม่ๆ เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาชีพที่มีรายได้สูงขึ้น หรือประกอบอาชีพอิสระที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ
  3. เพิ่มผลิตภาพ (Productivity): ประชาชนและผู้ประกอบการที่สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  4. สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน: ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจะเป็นพื้นที่กลางให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่น

การเดินทางลงพื้นที่ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการติดตามงานตามปกติ แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่า การลงทุนใน “คน” คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมี “เจ้าหน้าที่ดิจิทัลระดับอำเภอ” เป็นทัพหน้า และ “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน

#เศรษฐกิจดิจิทัล #กระทรวงดีอี #ประเสริฐจันทรรวงทอง #กำลังคนดิจิทัล #เจ้าหน้าที่ดิจิทัลอำเภอ #ศูนย์ดิจิทัลชุมชน #ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก #สุราษฎร์ธานี #DigitalThailand #ทุนมนุษย์ดิจิทัล

Related Posts