ETDA ลุยจัดระเบียบแพลตฟอร์มดิจิทัล ชี้ 6 จุดอ่อนต้องแก้ไขด่วน

ETDA ลุยจัดระเบียบแพลตฟอร์มดิจิทัล ชี้ 6 จุดอ่อนต้องแก้ไขด่วน

ETDA เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดเวทีติวเข้มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลกว่า 70 ราย หลังตรวจพบข้อมูลการแจ้งประกอบธุรกิจยังคลาดเคลื่อนใน 6 ประเด็นสำคัญ พร้อมขีดเส้นตาย 13 สิงหาคมนี้ ให้เร่งแก้ไข ชี้หากเพิกเฉยมีโทษถึงขั้นสั่งหยุดกิจการ ย้ำเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือ ไม่ได้มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมาย แต่เพื่อวางรากฐานการกำกับดูแลที่โปร่งใสและยั่งยืน

ในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล “แพลตฟอร์มดิจิทัล” ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ระบบนิเวศนี้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ การกำกับดูแลที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลภายใต้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย DPS ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อจัดระเบียบและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการ

ETDA ได้จัด “การประชุมเพื่อทราบผลการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและข้อมูลรายปี” ขึ้น ภายใต้แคมเปญ ‘DPS Trust Every Click’ โดยเชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลกว่า 70 บริการ ทั้งของไทยและต่างประเทศเข้าร่วม เพื่อชี้แจงผลการตรวจสอบข้อมูลที่แพลตฟอร์มได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัว

นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า นับตั้งแต่กฎหมาย DPS มีผลบังคับใช้ ETDA ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจแล้วกว่า 1,920 บริการ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2568) อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกของทีมงานกำกับดูแล พบว่ายังมีแพลตฟอร์มจำนวนไม่น้อยที่แจ้งข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วนสมบูรณ์

“เพื่อให้แพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถดำเนินการแจ้งข้อมูลได้อย่างถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ETDAในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล จึงนำทีมกำกับดูแลกฎหมาย DPS เปิดเวทีประชุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงถึงสาระสำคัญของกฎหมาย สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อกำหนดของการแจ้งข้อมูลที่แพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งให้บริการแก่คนไทยมีหน้าที่ต้องดำเนินการก่อนเริ่มให้บริการ และต้องรายงานข้อมูลรายปีอย่างสม่ำเสมอ” นางสาวจิตสถากล่าว

เจาะลึก 6 ประเด็นร้อน ข้อมูลคลาดเคลื่อนที่ต้องเร่งแก้ไข

จากการตรวจสอบของETDA พบความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่ผู้ประกอบการแจ้งเข้ามาใน 6 ประเด็นหลัก ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการกำกับดูแลและความโปร่งใสของตลาดดิจิทัลโดยรวม

  1. แจ้งประเภทบริการไม่ตรงกับลักษณะธุรกิจจริง: ปัญหานี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะการระบุประเภทบริการผิดพลาด เช่น แพลตฟอร์ม E-commerce แต่แจ้งว่าเป็นเพียงสื่อกลางโฆษณา จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประเมินความเสี่ยงและการกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสม การจำแนกประเภทบริการที่ถูกต้องจะช่วยให้ภาครัฐสามารถกำกับดูแลได้ตรงจุด และทำให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงลักษณะของบริการที่ตนเองกำลังใช้งานอยู่ได้อย่างชัดเจน
  2. แจ้งลักษณะการให้บริการตามมาตรา 16 (1) ไม่ตรงกับธุรกิจจริง: มาตรา 16 (1) ของกฎหมาย DPS เน้นไปที่ลักษณะการให้บริการที่มีความเฉพาะเจาะจง การแจ้งข้อมูลในส่วนนี้ที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้การประเมินผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจผิดเพี้ยนไป ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มที่มีการจัดอันดับหรือแนะนำสินค้า/บริการ แต่ไม่ได้แจ้งข้อมูลในส่วนนี้ อาจทำให้ผู้ใช้บริการขาดข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจ และอาจนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมได้
  3. ระบุรายได้และมูลค่าธุรกรรมไม่สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจ: ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่น่ากังวลที่สุด ETDAพบกรณีที่แพลตฟอร์มกรอกข้อมูลรายได้เป็น “ศูนย์” หรือระบุตัวเลขที่ไม่สัมพันธ์กับข้อมูลอื่นที่มีอยู่ ซึ่งข้อมูลรายได้และมูลค่าธุรกรรมเป็นตัวชี้วัดขนาดและผลกระทบของแพลตฟอร์มต่อระบบเศรษฐกิจ การแจ้งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจเกิดจากความไม่เข้าใจในคำนิยาม หรืออาจเป็นการจงใจเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจัดเป็น “แพลตฟอร์มขนาดใหญ่” ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้น ข้อมูลที่แม่นยำในส่วนนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์ภาพรวมตลาดและการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
  4. ระบุสัดส่วนรายได้ในราชอาณาจักรไม่สอดคล้องกับธุรกิจจริง: สำหรับแพลตฟอร์มที่ดำเนินงานในหลายประเทศ การระบุสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงขนาดของตลาดในประเทศและผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย การแจ้งข้อมูลส่วนนี้คลาดเคลื่อนอาจทำให้ภาครัฐประเมินขนาดของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศต่ำหรือสูงเกินจริง ส่งผลต่อการวางแผนส่งเสริมและกำกับดูแลที่ไม่ตรงเป้าหมาย
  5. แจ้งประเภทและจำนวนผู้ใช้บริการไม่ครบถ้วน: จำนวนผู้ใช้งาน ทั้งฝั่งผู้บริโภคและฝั่งผู้ประกอบการ (เช่น ร้านค้า, ผู้ให้บริการ) เป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัดความสำคัญของแพลตฟอร์ม การแจ้งข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือจำแนกประเภทผู้ใช้งานผิด ทำให้การประเมินผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้างทำได้ยากขึ้น และอาจส่งผลต่อการออกมาตรการช่วยเหลือหรือคุ้มครองกลุ่มต่างๆ ได้ไม่ทันท่วงที
  6. แจ้ง URL ผิดหรือไม่สามารถตรวจสอบได้: แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การให้ที่อยู่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน (URL) ที่ไม่ถูกต้อง หรือลิงก์เสีย ทำให้เจ้าหน้าที่และสาธารณชนไม่สามารถเข้าถึงและตรวจสอบการให้บริการของแพลตฟอร์มได้ ซึ่งขัดต่อหลักการความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อันเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมาย DPS

ETDA

‘Platform Clinic Zone’ โมเดลใหม่ของการกำกับดูแลเชิงรุก

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างตรงจุดและสร้างสรรค์ ETDAไม่ได้เพียงแค่ชี้แจงข้อผิดพลาด แต่ยังได้เปิดห้อง ‘Platform Clinic Zone’ เพื่อให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว (One-on-One) กับเจ้าหน้าที่โดยตรง ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและภาคเอกชน

“เราเปิดโอกาสให้แต่ละแพลตฟอร์มสามารถสอบถามข้อสงสัยได้โดยตรง พร้อมรับคำแนะนำเชิงลึกในแต่ละประเด็น ทั้งในด้านข้อกฎหมาย การดำเนินธุรกิจ และการปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงาน ช่วยให้เกิดความเข้าใจได้อย่างตรงจุดมากขึ้น” นางสาวจิตสถาเสริม

แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า ETDAมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจ (Collaborative Regulation) มากกว่าการใช้ไม้แข็งบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการที่มีผู้ให้บริการเข้าร่วมงานถึง 70 บริการ ทั้งแพลตฟอร์มสัญชาติไทยและแพลตฟอร์มต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความพร้อมของภาคธุรกิจที่จะปฏิบัติตามกฎกติกาเพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือร่วมกัน

ขีดเส้นตาย 13 ส.ค. และบทลงโทษหากเพิกเฉย

อย่างไรก็ตาม การให้ความร่วมมือก็มาพร้อมกับกรอบเวลาที่ชัดเจน ETDAได้ให้เวลาแก่แพลตฟอร์มดิจิทัลในการตรวจสอบข้อมูลของตนเอง และดำเนินการชี้แจงข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนด ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้ง “การยืนยันข้อมูลเดิม, แก้ไขข้อมูลใหม่ หรือชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย” โดยต้องส่งแบบฟอร์มดังกล่าวกลับมายังETDA ภายในวันที่ 13 สิงหาคม 2568 นี้

หลังจากนั้น ทีมกำกับดูแลของETDA จะดำเนินการตรวจสอบและติดตามผลอีกครั้ง หากยังพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน จะมีการออกคำสั่งเพื่อให้แก้ไขอย่างเป็นทางการ และหากผู้ประกอบการยังคงเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ก็จะเข้าสู่กระบวนการลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งมีตั้งแต่การสั่งให้หยุดการดำเนินธุรกิจชั่วคราว ไปจนถึงการเพิกถอนการรับแจ้ง ซึ่งหมายถึงการไม่สามารถให้บริการในประเทศไทยได้อีกต่อไป

การเคลื่อนไหวของETDA ในครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกคนว่า การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้หลักการของความโปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้ เพราะข้อมูลที่น่าเชื่อถือคือจุดเริ่มต้นและเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการยกระดับกลไกการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจ สามารถติดตามประกาศและคู่มืออื่นๆ ภายใต้กฎหมาย DPS เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของETDA หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected] และติดตามความเคลื่อนไหวของแคมเปญ DPS Trust Every Click ได้ที่เพจ ETDA Thailand

#ETDA #DPS #กฎหมายDPS #แพลตฟอร์มดิจิทัล #เศรษฐกิจดิจิทัล #กำกับดูแล #DigitalPlatform #DigitalEconomy #Regulation #DPSTrustEveryClick #ข่าวเศรษฐกิจ #จัดระเบียบแพลตฟอร์ม

Related Posts