ETIX Everywhere ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก ประกาศตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเปิดตัว “ETIX BKK#2” ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่สองในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะจากกระแสการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมชี้ชัดข้อมูลสำคัญว่าปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวขึ้นแซงหน้าอินโดนีเซียในด้านกำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้งานอยู่แล้ว และกำลังมุ่งหน้าสู่ยุคใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ
การเปิดตัว ETIX BKK#2 ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นบนที่ดินขนาดใหญ่ถึง 27,000 ตารางเมตร มีพื้นที่อาคารกว่า 16,000 ตารางเมตร และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการด้าน IT (IT Load) ให้กับประเทศได้อีกมหาศาลถึง 23 เมกะวัตต์ การขยายตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อดีมานด์จากกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Hyperscaler) และองค์กรต่างๆ ที่ต้องการประมวลผลข้อมูลความหนาแน่นสูง (High-Density Computing) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา AI และ Machine Learning
เจาะลึก “ETIX BKK#2” ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคตเพื่อ AI
นายปิแอร์ ปาทริส ซีอีโอ ประจำภูมิภาคเอเชียของETIX Everywhere เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังการพัฒนาแคมปัสแห่งนี้ว่า “ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งแคมปัสของเราได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับงานประมวลผลความหนาแน่นสูง เช่น งานด้าน AI, การประมวลผลกราฟิก (GPU) และระบบคลาวด์ขนาดใหญ่”
จุดเด่นที่สำคัญของETIX BKK#2 คือการออกแบบทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัยเพื่อรองรับการใช้งานที่ต้องการพลังงานสูงเป็นพิเศษ โดยสามารถรองรับพลังงานได้สูงถึง 150 กิโลวัตต์ต่อแร็ค (kW/rack) ซึ่งสูงกว่าดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิมหลายเท่าตัว เพื่อให้พร้อมรับมือกับความร้อนมหาศาลที่เกิดจากชิปประมวลผลสมรรถนะสูง ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้จึงติดตั้งระบบระบายความร้อนที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย:
- ระบบระบายความร้อนด้วยลม (Air Cooling): เป็นระบบพื้นฐานที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพให้รองรับความร้อนได้ดียิ่งขึ้น
- ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling): การใช้ของเหลวนำความร้อนออกจากอุปกรณ์โดยตรง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้ลม
- ระบบแช่ในของเหลว (Immersion Cooling): เทคโนโลยีขั้นสูงสุดที่นำเซิร์ฟเวอร์ทั้งเครื่องแช่ลงในของเหลวที่ไม่นำไฟฟ้า เพื่อการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดพลังงาน
“การพัฒนาETIX BKK#1 ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างก้าวกระโดด เราเพิ่มกำลังการให้บริการขึ้นถึง 6 เท่าในเวลาเพียง 3 ปี ขณะนี้เรามีความจุพร้อมให้ใช้งานทันทีอีก 2 เมกะวัตต์ และการเปิด ETIX BKK#2 พร้อมอีก 23 เมกะวัตต์ก็ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นายปิแอร์กล่าว “จุดแข็งสำคัญคือ ETIX BKK#2 ตั้งอยู่ติดกับอาคารเดิม ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ระบบโทรคมนาคม ระบบไฟเบอร์ และระบบสนับสนุนอื่นๆ ร่วมกันได้ทั้งหมด เสมือนว่ากำลังขยายพื้นที่ในอาคารเดียวกัน ซึ่งช่วยลดทั้งต้นทุนและความซับซ้อนในการขยายระบบได้อย่างมหาศาล”

สมุดปกขาวชี้ชัด “ไทย” ผงาดผู้นำดาต้าเซ็นเตอร์อาเซียน
นอกจากการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ การประกาศครั้งนี้ยังเกิดขึ้นพร้อมกับการเผยแพร่สมุดปกขาว (White Paper) ในหัวข้อ “แนวโน้มศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ปี 2568” ซึ่ง ETIX Everywhere ได้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากการเสวนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทชั้นนำของโลก ได้แก่ Schneider Electric, CommScope, DC Byte และ Cushman & Wakefield
สมุดปกขาวฉบับนี้ได้ฉายภาพอนาคตอันสดใสของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ไทย โดยชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการ ซึ่งล้วนมีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
ประเด็นสำคัญจากสมุดปกขาว:
- ไทยแซงหน้าอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ: ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า ประเทศไทยมีกำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดใช้งานแล้ว (Live Capacity) มากกว่า 150 เมกะวัตต์ แซงหน้าประเทศอินโดนีเซียซึ่งเคยเป็นผู้นำในตลาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา (Under Development) อีกกว่า 500 เมกะวัตต์ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องในอนาคต
- การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค High-Density Computing: กระแส AI และ Machine Learning ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เน้นการประมวลผลทั่วไป (CPU-based) ไปสู่ระบบที่ต้องใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่มีความหนาแน่นสูง การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงให้ความต้องการแร็คที่รองรับพลังงานสูง (High-Power Rack) และระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งETIX BKK#2 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้โดยเฉพาะ
- EEC เขตเศรษฐกิจแห่งอนาคตสำหรับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์: เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังกลายเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญและเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัล ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ดิน และพลังงาน ทำให้ EEC กลายเป็นศูนย์กลางด้านการฝึกฝน AI (AI Training), การจัดเก็บข้อมูลชั่วคราว (Data Caching) และเป็นที่ตั้งของแคมปัสดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (Hyperscale Campus) ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่ง
- สิทธิประโยชน์การลงทุนที่น่าดึงดูด: ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตคือการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะสิทธิพิเศษจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมอบสิทธิประโยชน์หลายประการ รวมถึงความยืดหยุ่นในการถือครองกรรมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ และการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงระบบพลังงานและโครงข่ายไฟเบอร์ที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดอุปสรรคและระยะเวลาในการเริ่มต้นโครงการได้อย่างมาก
- ความยั่งยืน (Sustainability) คือหัวใจสำคัญ: แนวโน้มของดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ทั่วโลกมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทย ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ต่างๆ ได้ตั้งเป้าหมายด้านค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE: Power Usage Effectiveness) ให้ต่ำกว่า 1.4 ซึ่งหมายถึงการใช้พลังงานไปกับอุปกรณ์ IT อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในพื้นที่ (On-site Renewable Energy) และเริ่มมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS: Battery Energy Storage System) เพื่อใช้พลังงานสะอาดได้อย่างมีเสถียรภาพและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
การเปิดตัวETIX BKK#2 และข้อมูลเชิงลึกจากสมุดปกขาวครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศความสำเร็จของETIX Everywhere เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ต่อไป
#ETIXEverywhere #DataCenter #BKK2 #AI #เศรษฐกิจดิจิทัล #ประเทศไทย #EEC #Hyperscaler #ดาต้าเซ็นเตอร์ #โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล #การลงทุน #BOI #ความยั่งยืน

