KCG เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 สุดแกร่ง กวาดกำไรสุทธิ 221.1 ล้านบาท โตทะยาน 33.1% จากยอดขายที่เติบโตทุกช่องทางและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหาร “ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล” ประกาศความมั่นใจ รักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง พร้อมชูรางวัลด้านความยั่งยืนการันตีคุณภาพและการดำเนินธุรกิจที่เป็นเลิศ
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2568 ด้วยกำไรสุทธิ 221.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมส่งสัญญาณบวก เตรียมเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ของไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) บริษัทฯ สร้างยอดขายรวมได้ถึง 3,932.7 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13.2% และมีกำไรสุทธิ 221.1 ล้านบาท เติบโต 33.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
หากพิจารณาเฉพาะไตรมาสที่ 2/2568 บริษัทฯ มียอดขาย 1,896.2 ล้านบาท เติบโต 12.3% และมีกำไรสุทธิ 99.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตขึ้นในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรไว้ได้อย่างน่าพอใจ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
“ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจของ KCG เราสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้อย่างน่าพอใจในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และทุกช่องทาง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการภายในอย่างรัดกุม ทำให้สามารถส่งมอบผลกำไรที่เติบโตอย่างโดดเด่นให้กับผู้ถือหุ้นได้” นายดำรงชัยกล่าว
มองไปข้างหน้า: ครึ่งปีหลังและโอกาสจากปัจจัยภายนอก
สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นายดำรงชัยแสดงความเชื่อมั่นว่า บริษัทฯ จะยังคงสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาวัตถุดิบบางรายการที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ประเมินผลกระทบจากกรณีที่สหรัฐอเมริกากำหนดอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) สำหรับสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 19% ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ทำให้เชื่อว่าประเทศไทยจะยังสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันได้
นายดำรงชัยให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ผลกระทบจากมาตรการภาษีดังกล่าวต่อ KCG คาดว่าจะค่อนข้างจำกัด เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาโดยตรง ในทางกลับกัน เราอาจมองเห็นโอกาสจากการที่อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ อาจลดลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปที่มีต้นทุนที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น”
ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยกลยุทธ์ความยั่งยืน
นอกเหนือจากผลการดำเนินงานทางการเงินที่ยอดเยี่ยม KCG ยังคงเดินหน้ายกระดับการพัฒนาด้านความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร โดยมุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในระยะยาว ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านรางวัลและการรับรองมาตรฐานอันทรงเกียรติที่ได้รับในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ดังนี้:
- กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100: ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
- คะแนน AGM 100 เต็ม: ได้รับคะแนนการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เต็ม 100 คะแนน จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เช่นกัน
- Superior Taste Awards: ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับรางวัลสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศด้านรสชาติที่ยอมรับในระดับสากล จากสถาบัน International Taste Institute ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
- การรับรอง HALAL BPJPH: ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลที่บังคับใช้ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดขนาดใหญ่และตอกย้ำถึงการใส่ใจในมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารและความหลากหลายทางวัฒนธรรม
“รางวัลเหล่านี้คือเครื่องยืนยันความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” นายดำรงชัยสรุป
รู้จัก KCG: องค์กรที่สร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้การรับประทาน
บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือKCG มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2501 จากธุรกิจนำเข้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้าอาหารสำเร็จรูป ปัจจุบัน KCGได้เติบโตจนเป็นทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคแบบครบวงจร เจ้าของแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี อาทิ คุกกี้กล่องแดงในตำนานแบรนด์ ‘อิมพีเรียล’, ผลิตภัณฑ์เนยและชีสยอดขายอันดับ 1 ยาวนาน 8 ปีซ้อนภายใต้แบรนด์ ‘อลาวรี่’ และน้ำผลไม้เข้มข้นจากธรรมชาติ ‘ซันควิก’
ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์นม (เนย, ชีส) ส่วนประกอบอาหารและเบเกอรี ไปจนถึงบิสกิตและขนมสำเร็จรูป KCGได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566 โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้กับการรับประทานอาหาร ผ่านการทำงานด้วยใจรักในศาสตร์และศิลป์ของอาหารอย่างมืออาชีพ
#KCG #เคซีจี #ผลประกอบการ #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวหุ้น #อุตสาหกรรมอาหาร #Imperial #Allowrie #Sunquick #ความยั่งยืน #ESG #KCGโกรทสตอรี่

