K.W. Metal Work (KWM) ผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Salesforce ยักษ์ใหญ่ด้าน CRM ระดับโลก เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วยเทคโนโลยี AI ชูโรงด้วยการเตรียมใช้ “Agentic AI” สร้างพนักงาน AI บริการเกษตรกร 24 ชั่วโมง พร้อมเปิดผลสำเร็จจากการใช้เทคโนโลยีที่ผ่านมา ดันรายได้แบรนด์ PEGASUS โต 30% ลดข้อบกพร่องสินค้าลง 60% และรักษาฐานลูกค้าเก่าได้ 100% เต็ม ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเกษตรไทย
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นทั่วโลก อุตสาหกรรมเกษตรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ล่าสุด บริษัท เค. ดับบลิว. เมทัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ K.W. Metal Work ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตรชั้นนำของประเทศ ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ด้วยการจับมือกับ เซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) ผู้นำระดับโลกด้านระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อยกระดับการดำเนินงานทั้งหมดขององค์กร โดยมีเป้าหมายที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพ แต่คือการปฏิวัติประสบการณ์ของลูกค้าเกษตรกรและปูทางสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงอย่าง Agentic AI
ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนากลุ่มธุรกิจแบรนด์ “PEGASUS” ซึ่งเป็นสินค้าที่บริษัทจำหน่ายให้กับเกษตรกรโดยตรง โดย K.W. Metal Work ได้นำชุดโซลูชันอันทรงพลังของ Salesforce มาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ทันสมัยและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง ประกอบด้วย Data Cloud, MuleSoft, Sales Cloud, Slack และ Tableau
ปูรากฐานข้อมูล สู่ “Agentic AI” อนาคตแห่งการบริการลูกค้าเกษตร
หัวใจสำคัญของการทรานส์ฟอร์มในครั้งนี้ คือวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในการนำ “Agentic AI” หรือ AI Agent (เจ้าหน้าที่ AI อัจฉริยะที่ทำงานได้ด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ) มาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรเป็นรายแรกๆ ของไทย K.W. Metal Work กำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมและทดลองใช้ Agentforce และ Service Cloud ของ Salesforce เพื่อสร้างระบบบริการลูกค้าอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ
บริษัทกำลังวางรากฐานข้อมูลด้วย Data Cloud และ MuleSoft เพื่อรวบรวมและผสานข้อมูลของลูกค้าเกษตรกรจากทุกแหล่งที่มา ให้ทีมขายและทีมบริการลูกค้ามีมุมมองที่ครบถ้วน เป็นหนึ่งเดียว และสอดคล้องกัน ข้อมูลที่ถูกรวมศูนย์นี้ จะเป็นหัวใจหลักในการฝึกฝนและทำให้ AI Agent สามารถให้บริการได้อย่างชาญฉลาดและตรงจุด
เป้าหมายหลักของการใช้ Agentforce คือการให้บริการลูกค้าเกษตรกรได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช้าตรู่ ซึ่งเป็นเวลาทำงานหลักของเกษตรกร แต่เป็นช่วงเวลานอกทำการของพนักงานทั่วไป ในอนาคต AI Agent เหล่านี้จะสามารถตอบคำถามพื้นฐาน, ตรวจสอบสต็อกสินค้า, และแม้กระทั่งช่วยลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความพึงพอใจและความสะดวกสบายสูงสุดให้กับลูกค้า แต่ยังเป็นการปลดล็อกศักยภาพของพนักงานบริการให้สามารถใช้เวลาไปกับการลงพื้นที่เพื่อพบปะลูกค้า สร้างความสัมพันธ์เชิงลึก และให้คำปรึกษาที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นงานที่ต้องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์มากกว่า
นายอุกฤษณ์ วนโกสุม รองกรรมการผู้จัดการ K.W. Metal Work ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “Salesforce ช่วยให้เราสามารถรวมข้อมูลลูกค้าและมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ครบถ้วนบนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แทนที่จะอาศัยเพียงความรู้สึกในการตัดสินใจ เรายังกำลังปูทางสู่ก้าวถัดไปของการเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยการใช้ Agentic AI เพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลทางการเกษตรในประเทศไทย และขยายธุรกิจไปสู่ระดับการเติบโตในมิติใหม่”
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้: การเติบโตของรายได้และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
ก่อนที่จะก้าวไปสู่อนาคตของ Agentic AI การนำเครื่องมือต่างๆ ของ Salesforce มาปรับใช้ในช่วงที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลลัพธ์ทางธุรกิจที่น่าทึ่งและเป็นรูปธรรมแล้ว
- Sales Cloud พลิกโฉมการขาย ดันรายได้โต 30%
ในอดีต K.W. Metal Work ประสบปัญหาการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพของทีมขาย การติดตามข้อมูลลูกค้าเป็นไปอย่างกระจัดกระจาย และการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานอย่างสต็อกสินค้าอาจต้องใช้เวลานานถึงสองชั่วโมงจากการโทรศัพท์สอบถามโรงงานโดยตรง ทำให้การตัดสินใจของผู้บริหารล่าช้าและขาดข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอ
การนำ Sales Cloud เข้ามาใช้ ได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานทั้งหมด พนักงานขายสามารถบันทึกการติดต่อและกิจกรรมกับลูกค้าทั้งหมดลงบนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของโอกาสทางการขายและผลการดำเนินงานได้แบบเรียลไทม์ ทีมขายสามารถวางแผนการทำงาน, จัดลำดับความสำคัญของลูกค้า, และบริหารจัดการพื้นที่การขายได้อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดคือ รายได้ของแบรนด์ PEGASUS เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 30% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี
- Tableau และ Slack: คู่หูขับเคลื่อนการตัดสินใจด้วยข้อมูลและรักษาลูกค้า 100%
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลและยกระดับการทำงานร่วมกัน K.W. Metal Work ได้นำ Tableau และ Slack เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ โดย Tableau ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ของบริษัท ทำให้สามารถดึงข้อมูลยอดขายมาวิเคราะห์และแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทีมงานสามารถมองเห็นภาพรวมของยอดขาย, ปัญหาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า, และกระบวนการจัดส่งสินค้าได้อย่างชัดเจน
ที่สำคัญไปกว่านั้น การเชื่อมต่อนี้ยังช่วยให้เห็นข้อมูลสต็อกสินค้าแบบเรียลไทม์ ทำให้คาดการณ์ความต้องการในอนาคตได้แม่นยำยิ่งขึ้น และเมื่อนำไปใช้กับสายการผลิต Tableau ช่วยให้ทีมงานสามารถตรวจสอบและตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ สามารถลดข้อบกพร่องของสินค้าลงได้ถึง 60%
ในขณะเดียวกัน Slack ได้เข้ามาทำลายกำแพงการสื่อสารภายในองค์กร ช่วยให้ทีมงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เมื่อเกิดปัญหาหรือมีโอกาสในการขาย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือ แบรนด์ PEGASUS
สามารถลดอัตราการสูญเสียลูกค้า (Customer Churn) จาก 3% เหลือ 0% ซึ่งหมายถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ถึง 100% นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Slack Sales Elevate ยังช่วยให้ทีมงานดึงข้อมูลสำคัญจากระบบต่างๆ มาดูได้ทันทีผ่านคำสั่งง่ายๆ บน Slack โดยไม่ต้องเสียเวลาดึงข้อมูลด้วยตนเอง
มุมมองจาก Salesforce: ต้นแบบแห่งการทรานส์ฟอร์มสู่ยุค AI
นายเวอร์นอน เชียว (Vernon Cheo) หัวหน้าฝ่ายธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) ที่กำลังเติบโต ประจำภูมิภาคอาเซียนของ Salesforce กล่าวเสริมว่า “การเปลี่ยนแปลงของ K.W. Metal Work เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการที่ธุรกิจ ไม่ว่าจะมีขนาดหรืออยู่ในอุตสาหกรรมใด ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและพลิกโฉมธุรกิจของตนด้วย Salesforce ได้ วิสัยทัศน์ขององค์กรในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งผ่านการรวมศูนย์ข้อมูล ไม่เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในวันนี้ แต่ยังปูทางสู่การผสานโซลูชัน agentic AI เช่น Agentforce เข้ากับธุรกิจในอนาคต เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ K.W. Metal Work ในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมเกษตรไทย”
การเดินทางของ K.W. Metal Work ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การนำซอฟต์แวร์ใหม่ๆ เข้ามาใช้ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) และมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำเทคโนโลยี AI มาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอื่นๆ ของประเทศไทยที่ต้องการจะเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
#KWM #Salesforce #AI #DigitalTransformation #ธุรกิจเกษตร #เครื่องจักรกลการเกษตร #CRM #AgenticAI #PEGASUS #เทคโนโลยีการเกษตร #DataCloud #SalesCloud #ข่าวเศรษฐกิจ

