ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) จัดใหญ่ “TCELS Business Forum 2025” เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ พบปะนักลงทุน สร้างเครือข่าย ต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ พร้อมจับมือจุฬาฯ และตลาดหลักทรัพย์ฯ วางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านข้อมูลเชิงลึก มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนไทย
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ได้ตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ ด้วยการจัดกิจกรรม “TCELS Business Forum 2025: Uplifting Life Sciences Business Potential”. กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีกลางในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์อย่างครบวงจร , ตั้งแต่การสร้างโอกาสในการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับแหล่งทุนและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อผลักดันศักยภาพของธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและแข่งขันได้ในระดับสากล
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาในแวดวงชีววิทยาศาสตร์เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New S-Curve) ของประเทศไทย
เปิดวิสัยทัศน์ TCELS: สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต
ดร.พัชราภรณ์ วงษา ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารโภชนเภสัชภัณฑ์และเวชสำอาง และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและการลงทุน TCELS ได้กล่าวเปิดงานพร้อมฉายภาพวิสัยทัศน์และเป้าหมายของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่าTCELS Business Forum 2025ถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจหลักที่องค์กรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
“ภารกิจหลักของเราที่ TCELS คือการมุ่งสนับสนุนและสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการด้านชีววิทยาศาสตร์” ดร.พัชราภรณ์กล่าว “เราตั้งใจให้เวทีนี้เป็นมากกว่างานสัมมนา แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการจะได้มาพบปะกันอย่างแท้จริง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ อัพเดทสถานการณ์และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจซึ่งกันและกัน. สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างโอกาสให้พวกเขาสามารถเข้าถึงแหล่งทุนจากนักลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อปลดล็อกศักยภาพและผลักดันให้เกิดการพัฒนา ต่อยอดนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านการแพทย์และสุขภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม”
ดร.พัชราภรณ์ ยังได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายในระดับมหภาคว่า การส่งเสริมผู้ประกอบการแต่ละรายให้แข็งแกร่ง จะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ไทยโดยรวมให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้. ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผลประโยชน์จะกลับคืนสู่สังคมและประชาชน ผ่านการมีบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน

ผนึกกำลังพันธมิตร: รวมผู้ทรงคุณวุฒิข้ามศาสตร์
ความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจาก TCELS เพียงหน่วยงานเดียว แต่เกิดจากความร่วมมืออันดีจากพันธมิตรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบันชั้นนำของประเทศ. ซึ่งการผนึกกำลังครั้งนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและมอบองค์ความรู้ที่รอบด้านให้แก่ผู้ประกอบการ
TCELS ได้รับเกียรติและความร่วมมือจากคณะที่ปรึกษาจากศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ถนอม บรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกผ่าตัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และนวัตกรรมทางการแพทย์ และ คุณอดิสัน กันชาติ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านตลาดทุนและการระดมทุนสำหรับธุรกิจที่มีศักยภาพ
“การได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งภาควิชาการ การแพทย์ และตลาดทุนเช่นนี้ นับเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความตั้งใจของ TCELS ที่จะมอบทั้งความรู้และประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้จากวิทยากรทุกท่าน” ดร.พัชราภรณ์กล่าวเสริม “เราเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้เหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ให้เติบโตตามวิสัยทัศน์ที่องค์กรได้วางไว้”
การมีส่วนร่วมจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์เป็นที่จับตามองของนักลงทุน และมีศักยภาพสูงในการเติบโตจนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อระดมทุนและขยายกิจการในระดับที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต
ก้าวต่อไป: การพัฒนาอย่างมีทิศทางด้วย “การวัดระดับความสามารถ”
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในระยะยาว คือแนวคิดเรื่องการพัฒนานโยบายและการส่งเสริมผู้ประกอบการโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึก
ดร.ขวัญรัฐ ส่วนพงษ์ จากศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า การจะพัฒนาอุตสาหกรรมให้ถูกทางและมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการ “วัดผล”
“ประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวัดระดับความสามารถของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์” ดร.ขวัญรัฐกล่าว “เมื่อเราทำการวัดผลเสร็จสิ้นแล้ว เราจะสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าจุดไหนคือจุดแข็ง จุดไหนที่ยังเป็นช่องว่าง และส่วนไหนที่จำเป็นจะต้องปรับเพิ่ม ลด หรือส่งเสริมอย่างไรบ้าง ทั้งในระดับนโยบายของภาครัฐและในระดับปฏิบัติการของผู้ประกอบการเอง”
ปัจจุบัน TCELS และทีมผู้วิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มโครงการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการศึกษาควบคู่กันไปทั้งในภาคส่วนของนโยบายและภาคปฏิบัติ. ในภาคปฏิบัติ ทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อทำการศึกษา เก็บข้อมูล ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งพัฒนาตัวชี้วัดและแบบประเมินในแต่ละมิติของการทำธุรกิจ ตั้งแต่:
- ด้านเทคโนโลยี: การประเมินความพร้อมและความล้ำหน้าของเทคโนโลยี
- ด้านการต่อยอด: ความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์
- ด้านการเตรียมความพร้อม: การวางรากฐานเพื่อจัดตั้งกิจการอย่างเป็นระบบ
- ด้านการลงทุนและขยายกิจการ: ศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนและการวางแผนเพื่อการเติบโต
“นี่ถือเป็นโครงการที่ดีและมีความสำคัญอย่างยิ่ง” ดร.ขวัญรัฐเน้นย้ำ “ข้อมูลที่รวบรวมได้จากกระบวนการเหล่านี้ จะกลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนและพัฒนาผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุดและแท้จริงในอนาคต”
โดยสรุป การจัดงานTCELS Business Forum 2025ไม่เพียงแต่เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของไทยในระยะยาว ผ่านการผนึกกำลังของพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และการนำแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) มาใช้ในการกำหนดทิศทางการพัฒนา ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์ แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยก้าวขึ้นไปแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม
#TCELS #LifeSciences #ชีววิทยาศาสตร์ #TCELSBusinessForum2025 #UpliftingLifeSciencesBusinessPotential #อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ #การลงทุน #นวัตกรรมการแพทย์ #เศรษฐกิจชีวภาพ #BCG #ผู้ประกอบการไทย #ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์

