TCELS ชู AI ขับเคลื่อนการแพทย์ อัดงบ 500 ล้านปั้น 5 กลุ่มอุตสาหกรรม

TCELS ชู AI ขับเคลื่อนการแพทย์ อัดงบ 500 ล้านปั้น 5 กลุ่มอุตสาหกรรม

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS เปิดฉากอนาคตสุขภาพไทย จัดเวทีใหญ่ “TCELS Business Forum 2025” ภายใต้แนวคิด “The Future of AI-Enabled Health” ประกาศทิศทางชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์อัดฉีดงบประมาณกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ปั้น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแตะ 1,200 ล้านบาทในปี 2568 ตอกย้ำศักยภาพไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์มูลค่าสูงแห่งภูมิภาค

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ในงานเสวนาและส่งเสริมการลงทุนครั้งสำคัญแห่งปี “TCELS Business Forum 2025: The Future of AI-Enabled Health” ดร.พัชราภรณ์ วงษา ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารโภชนเภสัชภัณฑ์และเวชสำอาง และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและการลงทุน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวเปิดงานพร้อมฉายภาพทิศทางและยุทธศาสตร์ของ TCELS ในการเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศ โดยเน้นย้ำว่าวันนี้ ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้นวัตกรรม แต่ได้ก้าวสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ดร.พัชราภรณ์เริ่มต้นด้วยการสะท้อนภาพรวมความสำเร็จของอุตสาหกรรมว่า “ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก เราพัฒนา นวัตกรรมขึ้นมาใช้เองได้เยอะขึ้น ที่เด่นชัดที่สุดคงเป็นเรื่องของเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเราสามารถพัฒนาและผลักดันเข้าสู่บัญชีนวัตกรรมและสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้สำเร็จแล้วถึง 6 รายการ ไม่ว่าจะเป็นรากฟันเทียม ถุงทวารเทียม เท้าเทียมไดนามิก และน้ำตาเทียม ซึ่งช่วยลดการนำเข้าและทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม”

นอกเหนือจากเครื่องมือแพทย์ที่จับต้องได้ ความก้าวหน้าในระดับเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ ดร.พัชราภรณ์ภาคภูมิใจ “เราเห็นความสำเร็จในการรักษาด้วยชีววัตถุและยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ชัดเจนขึ้น อย่างเช่นยารักษามะเร็งตัวแรกที่ขึ้นทะเบียนได้โดยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถือเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อผู้ป่วยมะเร็งในประเทศ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีเซลล์บำบัดอย่าง CAR T-cell ที่หลายสถาบันชั้นนำกำลังเร่งพัฒนา นี่คือภาพสะท้อนว่าศักยภาพของบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อมแล้วที่จะแข่งขันในเวทีโลก”

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ คือกลไกการสนับสนุนที่ชัดเจนและเป็นระบบของ TCELS ซึ่ง ดร.พัชราภรณ์ได้อธิบายถึงแผนยุทธศาสตร์ที่มาพร้อมงบประมาณก้อนสำคัญว่า สำหรับปีงบประมาณ 2568-2569 นั้น TCELS ได้รับงบประมาณรวมประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งประกอบด้วยงบจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ราว 300 ล้านบาท และงบประมาณในส่วนอื่นๆ โดยตั้งเป้าหมายที่จะใช้เงินทุนนี้สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้ได้ถึง 1,200 ล้านบาทภายในปี 2568 ผ่านการส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก

กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย:

  1. เครื่องมือแพทย์และ AI ทางการแพทย์ (Medical Devices & Medical AI): ถือเป็นกลุ่ม Quick Win ที่สร้างผลกระทบได้รวดเร็วและเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะได้รับการจัดสรรงบประมาณในสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  2. ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (Natural Products): เป็นอีกหนึ่งกลุ่ม Quick Win ที่เน้นการต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพของไทย โดยเฉพาะการพัฒนาเวชสำอางและยาจากสมุนไพรที่มีงานวิจัยรองรับ ซึ่งทั้งสองกลุ่ม Quick Win นี้จะได้รับสัดส่วนงบประมาณรวมกันมากกว่า 50% ของงบทั้งหมด
  3. ยาชีววัตถุและยาขั้นสูง (Advanced Pharmaceuticals): มุ่งเน้นการพัฒนายาที่มีความซับซ้อนและเป็นนวัตกรรม เช่น ยาชีววัตถุ (Biologics) เพื่อตอบโจทย์โรคที่รักษายากและลดการพึ่งพายาจากต่างประเทศ
  4. การแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics Medicine): ส่งเสริมการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ที่ใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมในการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคได้อย่างจำเพาะเจาะจงต่อบุคคล ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลก
  5. สุขภาพดิจิทัล (Digital Health): ครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ที่จะเข้ามาปฏิวัติระบบบริการสุขภาพให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่ายขึ้น

ในยุคที่ AI กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด TCELS ได้วางให้ AI ทางการแพทย์เป็นหนึ่งในเรือธงสำคัญ ดร.พัชราภรณ์ขยายความว่า “เราเน้นสนับสนุน AI ที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค หรือที่เรียกว่า Narrow AI ซึ่งเป็น AI ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น AI ช่วยแพทย์อ่านผลเอกซเรย์ทรวงอก ซึ่งจะลดความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) และทำให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้นมาก เพราะยิ่ง AI ได้เรียนรู้เคสมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเก่งและแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราตระหนักถึงความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ TCELS จึงได้จัดทำและเผยแพร่ ‘แนวทางจริยธรรมการใช้ AI ทางการแพทย์’ ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นกรอบกำกับดูแลให้การพัฒนานวัตกรรมเดินหน้าไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม”

สำหรับกลไกการสนับสนุนผู้ประกอบการและนักวิจัย ดร.พัชราภรณ์อธิบายว่า TCELS มีแนวทางที่ครอบคลุมตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการไปจนถึงเชิงพาณิชย์ “เรามีกลไก 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการให้ทุน ซึ่งเราจะเน้นโครงการในระยะปลายน้ำ ที่มีระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (TRL) ตั้งแต่ 7 ขึ้นไป คือมีความพร้อมที่จะทดสอบในมนุษย์เพื่อขึ้นทะเบียน โดยทุนของเราเป็นทุนให้เปล่า ไม่มีเพดานสูงสุด เคยให้ถึงหลักสิบล้านบาท แต่มีเงื่อนไขสำคัญว่าผู้ขอทุนต้องมาในรูปแบบการจับคู่ระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ เพื่อให้แน่ใจว่างานวิจัยนั้นมีตลาดรองรับและสามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง”

ส่วนที่สอง คือการสนับสนุนที่ไม่ใช่ตัวเงิน ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน “เมื่อผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนแล้ว เรายังไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะช่วยดูแลจนสุดปลายทางให้เขาขายของได้ ผ่านการจัดเวที Business Forum เพื่อจับคู่ธุรกิจ, การให้ความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน ไปจนถึงการพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดในเวทีโลก อย่างในกลุ่มเวชสำอาง เรามีความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับ Cosmetic Valley ของฝรั่งเศส และทุกปีเราจะคัดเลือกผู้ประกอบการไทยไปร่วมงาน ‘Cosmetic 360’ ที่ปารีส เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่สากล”

ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการทำงานของ TCELS คือการผลักดันนวัตกรรมที่เกิดจากฝีมือคนไทยเข้าสู่ระบบสาธารณสุขได้สำเร็จ ซึ่ง ดร.พัชราภรณ์เปิดเผยว่า “เราผลักดันผลิตภัณฑ์เข้าสู่บัญชีของ สปสช. ไปแล้ว 6 รายการ ทั้งรากฟันเทียม, ถุงทวารเทียม, เท้าเทียมไดนามิก, น้ำตาเทียม, วัคซีนไอกรน และล่าสุดคือชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งช่วยให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมเหล่านี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือในราคาที่ถูกลงมาก”

สำหรับผู้ประกอบการและนักวิจัยที่สนใจขอรับการสนับสนุน ดร.พัชราภรณ์ให้ข้อมูลว่า “โดยปกติเราจะเปิดรับข้อเสนอโครงการ (Open Call) ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนของทุกปี ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ของ TCELS และระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS) เราพร้อมเปิดรับทุกนวัตกรรมที่มีศักยภาพและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ”

ท้ายที่สุด ดร.พัชราภรณ์ได้ทิ้งท้ายถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของระบบสุขภาพไทย จากการตั้งรับที่เน้น “การรักษา” ไปสู่การทำงานเชิงรุกที่เน้น “การป้องกัน” ซึ่งเทคโนโลยีอย่าง AI และจีโนมิกส์จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้ การจัดงาน TCELS Business Forum 2025 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เวทีส่งเสริมการลงทุน แต่เป็นการประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ

#TCELS #TCELSBusinessForum2025 #AIทางการแพทย์ #อุตสาหกรรมการแพทย์ #ชีววิทยาศาสตร์ #การลงทุน #เศรษฐกิจชีวภาพ #HealthTech #นวัตกรรมทางการแพทย์ #การแพทย์จีโนมิกส์ #เวชสำอาง

Related Posts