กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ประกาศความสำเร็จการจัดอบรมหลักสูตร PPCIL รุ่นที่ 8 นำเสนอ 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายที่มุ่งยกระดับทุนมนุษย์ ปลดล็อกงานวิจัย และผลักดันเศรษฐกิจสุขภาวะ (Wellness Economy) เพื่อเตรียมต่อยอดสู่การทดลองเชิงนโยบายจริง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบด้วยนวัตกรรมเชิงนโยบาย
หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน (Public and Private Chief Innovation Leadership) หรือ PPCIL รุ่นที่ 8 ได้ดำเนินการจัดการอบรมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 13 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพผู้นำจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อให้สามารถนำแนวคิดด้านนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation) การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) และการทำงานร่วมกันข้ามภาคส่วน (Cross-sector Collaboration) มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบนโยบายสาธารณะที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งในด้านโครงสร้างประชากร ตลาดแรงงาน การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่อาจพึ่งพาเพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่ต้องอาศัยนวัตกรรมเชิงนโยบายที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ไปสู่การออกแบบนโยบายและการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ซึ่งความสำเร็จของหลักสูตรไม่ได้วัดจากจำนวนผู้สำเร็จการอบรม แต่คือการสร้างผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้ากับการกำหนดนโยบายสาธารณะ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศ

ไฮไลท์ 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเพื่อยกระดับโครงสร้างประเทศ
ผลลัพธ์สำคัญจากการอบรมในปีนี้คือการพัฒนาข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายจำนวน 5 เรื่อง ซึ่งวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างและออกแบบแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม และการสร้างเศรษฐกิจสุขภาวะ สำหรับข้อเสนอด้านการพัฒนาทุนมนุษย์มีจำนวน 3 เรื่อง ประกอบด้วย การส่งเสริมการเกิดและคุณภาพชีวิตครอบครัว การปฏิรูประบบการพัฒนาทักษะแรงงานฐานสมรรถนะ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางใจเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพคนไทยและเตรียมกำลังคนที่มีศักยภาพสำหรับอนาคต
ในด้านการวิจัยและนวัตกรรม มีข้อเสนอ 1 เรื่องที่มุ่งปลดล็อกระบบนิเวศงานวิจัยของไทย เพื่อเร่งนำผลงานไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และข้อเสนออีก 1 เรื่องมุ่งเน้นด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานและเชื่อมโยงระบบนิเวศ Wellness ของไทย เพื่อผลักดันให้ประเทศก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาวะระดับนานาชาติ ดร.กริชผกา เน้นย้ำว่า สิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือกระบวนการที่ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำองค์ความรู้มาบูรณาการร่วมกับประสบการณ์จนเกิดเป็นข้อเสนอที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่การปฏิบัติ และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศได้จริง
ก้าวต่อไปสู่การทดลองเชิงนโยบายและการนำไปใช้จริง
ข้อเสนอทั้ง 5 เรื่องนี้ถือเป็นต้นแบบของนโยบาย (Policy Prototype) ที่พร้อมสำหรับการต่อยอดผ่านความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วน ภายหลังจากการนำเสนอผลงาน NIA เตรียมทำหน้าที่เป็น Policy Innovation Platform และ Platform Builder เพื่อเชื่อมโยงข้อเสนอเหล่านี้กับหน่วยงานเจ้าภาพและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานระยะต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำข้อเสนอไปทดลองใช้จริงในรูปแบบ Policy Sandbox รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือเพื่อผลักดันไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย
ท้ายที่สุดนี้ ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการแข่งขันของประเทศคือความสามารถในการสร้างคน สร้างนโยบาย และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต NIA จะเดินหน้าสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงคน องค์ความรู้ เครือข่าย และนโยบายเข้าด้วยกัน โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) เป็นกลไกหลักในการพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
#PPCIL #NIA #นวัตกรรมเชิงนโยบาย #WellnessEconomy #อว

