‘ประเสริฐ’ ดัน ‘วัดต้นแบบโปร่งใส’ จัดการเงิน-ที่ดิน ปลุกศรัทธาชุมชน

‘ประเสริฐ’ ดัน ‘วัดต้นแบบโปร่งใส’ จัดการเงิน-ที่ดิน ปลุกศรัทธาชุมชน

รองนายกฯ และ รมว.ดีอี “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ประกาศนโยบายหนุนรัฐบาลผลักดัน “วัดต้นแบบความโปร่งใส” ชี้ถึงเวลาปฏิรูปการบริหารจัดการวัดทั่วประเทศให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีและกฎหมายเข้าเสริมแกร่ง แก้ปัญหาการเงิน-ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ พร้อมยกระดับวัดสู่ศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน สร้างศรัทธาอย่างยั่งยืน ดึงดูดเม็ดเงินท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เขาใหญ่, นครราชสีมานายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้จุดประกายแนวทางการปฏิรูปการบริหารจัดการศาสนสถานครั้งสำคัญ โดยประกาศสนับสนุนและผลักดันให้เกิด “วัดต้นแบบความโปร่งใส” ทั่วประเทศ เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ให้เป็นระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลในยุคดิจิทัล ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างศรัทธาของพุทธศาสนิกชนให้มั่นคง แต่ยังเป็นการปลดล็อกศักยภาพของวัดในการเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและวัฒนธรรมได้อย่างเต็มศักยภาพ

ในการเป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง ‘การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง’ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ณ โรงแรม เดอะ โบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายประเสริฐได้กล่าวต่อหน้าพระสังฆาธิการ, พระภิกษุสงฆ์, ไวยาวัจกร และผู้เกี่ยวข้องกว่า 250 รูป/คน ว่า บทบาทของวัดในสังคมไทยนั้นยิ่งใหญ่กว่าการเป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ

“วัดเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่วัดยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นแหล่งการศึกษาและวัฒนธรรม และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน การบริหารจัดการวัด จึงต้องทำอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นระบบ และเป็นธรรม ทั้งตามหลักพระธรรมวินัยและตามกฎหมาย” นายประเสริฐกล่าว

ชำแหละ 4 ปัญหาใหญ่ สู่ 4 แนวทางปฏิรูป

รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกร่อนความศรัทธาและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ได้แก่:

  1. การขาดความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย: พระสงฆ์และคณะกรรมการวัดบางแห่งยังขาดความรู้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้การบริหารงานอาจเกิดข้อผิดพลาดและเสี่ยงต่อข้อพิพาททางกฎหมาย
  2. ระบบการเงินที่ไม่โปร่งใส: การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายยังไม่เป็นระบบ ขาดมาตรฐาน ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ และอาจนำไปสู่การรั่วไหลหรือการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์
  3. การใช้ทรัพย์สินผิดประเภท: โดยเฉพาะที่ดินของวัด (ที่ธรณีสงฆ์) ซึ่งบางครั้งถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของศาสนา หรือเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลบางกลุ่ม
  4. ความสัมพันธ์กับชุมชน: ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างวัดกับชุมชน ทำให้การพัฒนาและการมีส่วนร่วมไม่เป็นเอกภาพ ขาดพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายประเสริฐได้เสนอหลักการสำคัญ 4 ด้านที่ทุกวัดควรยึดถือเป็นแนวทางในการยกระดับการบริหารจัดการ ได้แก่:

  • ด้านการปกครอง: เน้นบทบาทของเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดที่ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล
  • ด้านการเงินและทรัพย์สิน: บังคับใช้ระบบบัญชีที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อให้เงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้เพื่อกิจการทางศาสนาและสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริง
  • ด้านการพัฒนาและบริการสาธารณะ: ส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
  • ด้านการกำกับตามกฎหมาย: ย้ำให้ทุกวัดต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาและรักษาไว้ซึ่งสิทธิอันชอบธรรมของวัด

เทคโนโลยีดิจิทัล: เครื่องมือสำคัญสู่ “วัดต้นแบบความโปร่งใส”

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายประเสริฐได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือในการปฏิรูป โดยชี้ว่านี่คือทางออกที่จะช่วยแก้ปัญหาความโปร่งใสได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

วัดต้นแบบโปร่งใส

“เพื่อให้วัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างเข้มแข็ง และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงดีอี พร้อมที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ” นายประเสริฐกล่าว พร้อมเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรม ได้แก่:

  • การจัดอบรมให้ความรู้: จัดทำหลักสูตรอบรมด้านกฎหมาย การเงิน และการบริหารจัดการสมัยใหม่แก่พระสังฆาธิการและกรรมการวัดทั่วประเทศ
  • การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้: ผลักดันให้วัดต่างๆ นำ “ระบบบัญชีออนไลน์” มาใช้ ซึ่งจะช่วยให้การบันทึกรายรับ-รายจ่ายเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบได้ง่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สาธุชน โดยกระทรวงดีอีมีความยินดีที่จะสนับสนุนด้านความรู้และการฝึกอบรมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่
  • การสร้าง “วัดต้นแบบความโปร่งใส”: คัดเลือกวัดที่มีความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมในทุกมิติ ก่อนจะนำไปขยายผลสู่การพัฒนาวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ
  • การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน: สร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เสนอแนะ และร่วมพัฒนาวัดให้เติบโตไปพร้อมกับชุมชน

จาก “ศรัทธา” สู่ “มูลค่าทางเศรษฐกิจ”

การผลักดันนโยบาย “วัดต้นแบบความโปร่งใส” ไม่ได้ส่งผลดีเพียงในมิติทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจในระดับฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวัดมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ จะนำไปสู่ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจหลายประการ:

  • กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: วัดที่บริหารจัดการดีเยี่ยม มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และบริการต่างๆ
  • สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มเม็ดเงินบริจาค: ความโปร่งใสทางการเงินทำให้ผู้มีจิตศรัทรามั่นใจว่าเงินบริจาคของตนจะถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า นำไปสู่การบริจาคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเงินทุนเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดโครงการพัฒนาสังคม การศึกษา และสาธารณสุขในพื้นที่ได้
  • ศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์: วัดสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ตลาดสินค้าชุมชน หรือศูนย์ฝึกอาชีพต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนโดยตรง
  • เสริมสร้าง Soft Power ของประเทศ: ภาพลักษณ์ของวัดที่ทันสมัย โปร่งใส และเป็นศูนย์กลางของชุมชน จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

“การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ทำให้กิจการภายในวัดเป็นระบบ แต่ยังเป็นการรักษาความมั่นคงของพระพุทธศาสนา และสร้างความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การบริหารจัดการวัดไม่ใช่เพียงการบริหารงาน แต่คือการบริหารศรัทธา เมื่อศรัทธานั้นมั่นคง พระพุทธศาสนาก็จะยั่งยืนสถาพร ตราบนานเท่านาน” นายประเสริฐกล่าวทิ้งท้าย

นโยบายนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงมิติทางศาสนา สังคม และเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ “วัด” กลับมาเป็นสถาบันหลักที่เข้มแข็ง เป็นที่พึ่งทางใจ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21

#วัดต้นแบบความโปร่งใส #ประเสริฐจันทรรวงทอง #กระทรวงดีอี #ปฏิรูปวงการสงฆ์ #เศรษฐกิจชุมชน #การบริหารจัดการวัด #SoftPower #บัญชีออนไลน์ #ธรรมาภิบาล

Related Posts