ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ที่กำลังท้าทายทุกประเทศทั่วโลก ประเทศไทยกลับถูกจับตามองในฐานะผู้เล่นคนสำคัญที่มีศักยภาพโดดเด่น โดยผู้บริหารระดับสูงจาก Black & Veatch บริษัทวิศวกรรมและที่ปรึกษาด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่ “ร้อนแรง” (Sizzling) สำหรับนักลงทุน
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ วิสัยทัศน์ของภาครัฐและเอกชน ตำแหน่งที่ตั้งในระดับภูมิภาค และความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต เพื่อก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางพลังงานแห่งอาเซียน (ASEAN Energy Hub)” ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเข้ามาพลิกโฉมความต้องการพลังงานอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
มุมมองดังกล่าวถูกตอกย้ำอย่างมีนัยสำคัญจากการจัดงานสัมมนาพลังงานระดับภูมิภาค Enlit Asia 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 9-11 กันยายนนี้ โดย Black & Veatch ได้ส่งทีมผู้บริหารเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ซึ่งบริษัทมีความสัมพันธ์อันยาวนานมาเกือบ 7 ทศวรรษ
คุณ Patrick Hogan, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวิวัฒนาการธุรกิจ (Chief Business Evolution Officer) ของ Black & Veatch Corporation ได้ฉายภาพการเดินทางของประเทศไทยบนเส้นทางสายพลังงานว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตาม แต่มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาค จากประวัติศาสตร์การเป็นผู้นำเข้าพลังงานมายาวนาน ทำให้ไทยมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกลไกตลาด และวันนี้กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกบทบาทจากการเป็นผู้ซื้อมาสู่การเป็นผู้ขายและผู้ส่งออกพลังงานสะอาด ทั้งในรูปแบบของอิเล็กตรอน (ไฟฟ้า) และโมเลกุลสะอาด (เชื้อเพลิงไฮโดรเจน, แอมโมเนีย)
“ประเทศไทยมีส่วนผสมที่ยอดเยี่ยม ทั้งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ เครือข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั้งภูมิภาค และวัฒนธรรมการค้าที่แข็งแกร่ง” คุณ Hogan กล่าว “คำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของศักยภาพ แต่เป็นเรื่องของการลงทุนและการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเดิมให้กลายเป็นสินทรัพย์เพื่อการส่งออกในอนาคต เช่น การปรับปรุงท่าเรือ LNG เดิมให้สามารถส่งออกเชื้อเพลิงสะอาดชนิดอื่นได้ นี่คือวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศไทยในอีก 10-20 ปีข้างหน้า”
ถอดรหัสความ “ร้อนแรง” : ทำไมทุนทั่วโลกถึงมองไทย
ปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยน่าดึงดูดในสายตานักลงทุน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ แต่เกิดจากระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและหลากหลายมิติ ประกอบด้วยกลุ่มทุนขนาดใหญ่ภายในประเทศ (High Net Worth Individuals), บริษัทจดทะเบียนและรัฐวิสาหกิจที่มีความมั่นคงสูง และที่สำคัญคือความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ ทั้งจากญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่มองว่าไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับการลงทุนระยะยาว
หนึ่งในแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center Hub) เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลและมีเสถียรภาพสูงสุด คุณ Hogan ชี้ว่าปรากฏการณ์นี้เปรียบเสมือน “ตัวเปลี่ยนเกม” ที่ทำให้ทุกประเทศต้อง “ฉีกตำราเล่มเดิมทิ้ง” และวางแผนด้านพลังงานใหม่ทั้งหมด
“ความต้องการพลังงานจากดาต้าเซ็นเตอร์และ AI กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด มันไม่เหมือนการเติบโตของโรงงานอุตสาหกรรมในอดีต นี่คือความต้องการพลังงานสะอาดและมีคุณภาพตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและเปิดรับธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”
เส้นทางการเปลี่ยนผ่านพลังงาน: ความท้าทายสู่โอกาสที่ยั่งยืน
การเดินทางเพื่อเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ใช่เรื่องง่ายและรวดเร็ว คุณ Hogan ยอมรับว่านี่คือกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีความหวัง คือ “ความร่วมมือที่แข็งแกร่ง” ระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ต่างมองเห็นเป้าหมายเดียวกันในการสร้างอนาคตพลังงานที่ต้องตอบโจทย์ 3 ข้อหลัก คือ ราคาเข้าถึงได้ (Affordable), มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่น (Resilient), และท้ายที่สุดคือ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจนถึงขั้นปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว Black & Veatch ได้นำเสนอชุดเทคโนโลยีและโซลูชันที่เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์สำคัญในการวางรากฐานพลังงานแห่งอนาคตของไทย
1. พลังงานหมุนเวียนยุคใหม่: Solar + BESS คือคำตอบ พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ที่ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะตอนกลางวันไปแล้ว ด้วยเทคโนโลยี ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System – BESS) ที่มีราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้โซลาร์ฟาร์มสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง กลายเป็นแหล่งพลังงานหลักที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ นวัตกรรมอย่าง โซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ยังช่วยให้ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อที่ดินเพื่อการเกษตร
2. การยืดอายุโรงไฟฟ้าเดิมด้วยเชื้อเพลิงสะอาด สำหรับโครงสร้างพื้นฐานเดิมอย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ แทนที่จะต้องรื้อถอนทิ้งทั้งหมด เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถปรับปรุงให้โรงไฟฟ้าเหล่านี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นได้ ด้วยการ ผสมผสานเชื้อเพลิงสะอาด (Co-firing) เช่น แอมโมเนียสีเขียว (Green Ammonia) และ ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) เข้าไปในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ
3. เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) และการสร้างมูลค่าเพิ่ม อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เป็นความหวังคือการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิด (CCUS) เพื่อนำไปกักเก็บใต้ดินอย่างปลอดภัย หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (Sustainable Aviation Fuel – SAF) ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก หรือแม้กระทั่งก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งสอดรับกับภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งของไทย
4. วิสัยทัศน์ระยะยาวกับ “พลังงานนิวเคลียร์” ในระยะยาว การพูดคุยเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ได้กลับมาอยู่ในแผนที่พลังงานของไทยอีกครั้ง ในฐานะตัวเลือกสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ที่ไร้การปล่อยคาร์บอนโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบและการยอมรับจากสังคม
บทบาทของ Black & Veatch พันธมิตรที่ร่วมเดินทางกับประเทศไทย
Black & Veatch ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทที่ปรึกษา แต่เป็นพันธมิตรที่ลงมือปฏิบัติจริงและเติบโตเคียงข้างประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยศูนย์รวมวิศวกรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัทตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และทีมงานที่เปี่ยมประสบการณ์กว่า 1,300 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอินเดีย บริษัทได้ส่งมอบโครงการด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้ไปแล้วกว่า 900 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 80 กิกะวัตต์
คุณสุนิธิ ตั้งสถาพร, หัวหน้าด้านกลยุทธ์ประจำภูมิภาค (เอเชียแปซิฟิก, ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา, และลาตินอเมริกา), Black & Veatch Corporation ได้ให้ข้อมูลเสริมว่า “เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ตั้งแต่การเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง (EPC) ให้กับโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของ กฟผ., การสนับสนุนการศึกษาเพื่อจัดทำแผนที่นำทางยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roadmap) ไปจนถึงโครงการระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งทั้งหมดนี้คือรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน”
ความเชี่ยวชาญของ B&V ครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ (Advisory) เพื่อชี้แนะว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมและ “ลงทุนแล้วคุ้มค่า (Bankable)” ไปจนถึงการออกแบบทางวิศวกรรมและการก่อสร้าง สิ่งที่น่าสนใจคือทีมวิศวกรไทยจำนวนมากได้นำประสบการณ์จากการทำงานในโครงการระดับโลก เช่น โครงการ Vanda ที่พัฒนาโซลาร์ฟาร์มและแบตเตอรี่ในอินโดนีเซียเพื่อส่งไฟฟ้าไปขายที่สิงคโปร์ หรือโครงการไฮโดรเจนสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา กลับมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย
“ทีมงานของเราที่นี่หลายคนทำงานกับเรามา 25-30 ปี พวกเขาได้เห็นวิวัฒนาการจากยุคถ่านหินสู่ก๊าซธรรมชาติ จากก๊าซสู่โซลาร์ และวันนี้พวกเขากำลังเรียนรู้และสร้างสรรค์โซลูชันสำหรับไฮโดรเจนและนิวเคลียร์ พวกเขาไม่ได้แค่ทำงาน แต่กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการพลังงานไทย” คุณ Hogan เสริม
บทสรุป: กุญแจ 3 ดอกสู่ความสำเร็จ
ท้ายที่สุดแล้ว การเดินทางสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานแห่งอาเซียนของประเทศไทยจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ “พลังขับเคลื่อน (Flywheel Effect)” ที่เกิดจากการประสานงานขององค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน
- ภาครัฐ (Government): ด้วยนโยบายที่ชัดเจน แรงจูงใจที่เหมาะสม และกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน
- ภาคเอกชน (Private Sector): ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล ความกล้าที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ และความสามารถในการบริหารจัดการโครงการที่ซับซ้อน
- ผู้บริโภค (Consumer): ด้วยความเข้าใจและเต็มใจที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อแลกกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่สะอาด
ประเทศไทยมีส่วนผสมทั้งหมดนี้อยู่ในมือแล้ว การเข้าร่วมแสดงพลังในเวทีอย่าง Enlit Asia 2025 ของ Black & Veatch และผู้เล่นรายใหญ่อื่นๆ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า โลกกำลังมองมาที่นี่ เวทีได้ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว เหลือเพียงแค่การก้าวขึ้นไปแสดงศักยภาพให้เป็นที่ประจักษ์เท่านั้น
#ข่าวเศรษฐกิจ #พลังงานไทย #EnergyTransition #ฮับพลังงานอาเซียน #BlackAndVeatch #การลงทุน #AI #ดาต้าเซ็นเตอร์ #พลังงานสะอาด #NetZero #Thailand #ASEAN

