CEA ชู “คอนเทนต์” เรือธงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปั้นไทยสู่ฮับภูมิภาคระดับโลก

CEA ชู “คอนเทนต์” เรือธงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปั้นไทยสู่ฮับภูมิภาคระดับโลก

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ประกาศผล 15 สุดยอดรางวัล Creative Excellence Awards 2025 พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์เชิงรุกในการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยสู่เวทีสากล ชู “อุตสาหกรรมคอนเทนต์” เป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านความคิดสร้างสรรค์ของภูมิภาค เผยโฉมผู้ชนะเลิศที่โดดเด่น ตั้งแต่เทศกาลเทคโนโลยีเรียลไทม์, ละครเวทีเพื่อความเสมอภาคครั้งแรกของโลก, จนถึงนวัตกรรมไบโอซีเมนต์พลิกชีวิตเกษตรกร สะท้อนภาพความสำเร็จของการนำความคิดสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าใหม่และผลกระทบเชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ในภาวะที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วย “ความคิดสร้างสรรค์” ได้กลายเป็นวาระสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยฐานของวัฒนธรรมและนวัตกรรมได้ถูกยกระดับความสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เป็นหน่วยงานหลักในการวางรากฐานและส่งเสริมระบบนิเวศให้แข็งแกร่ง

โดย CEA ได้จัดงานประกาศรางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ 2568 หรือ Creative Excellence Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นเวทีแห่งเกียรติยศที่ยกย่องบุคคล องค์กร และชุมชนที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 15 รางวัล ครอบคลุม 3 หมวดหลัก ได้แก่ รางวัลเมืองสร้างสรรค์ (Creative City Awards), รางวัลธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Business Awards), และรางวัลพลังสร้างสรรค์เพื่อสังคม (Creative Social Impact Awards)

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เปิดเผยว่า CEA ในฐานะผู้นำด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย เชื่อมั่นว่า ‘ความคิดสร้างสรรค์’ คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ส่งผลในหลายมิติ “งาน Creative Excellence Awards จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งการมอบรางวัลเท่านั้น แต่คือกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้สังคมไทยเห็นถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นเวทีเชิดชูผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ องค์กร และชุมชน ที่นำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และเวทีโลก”

ความเข้มข้นของ CEA Award สะท้อนผ่านการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีผลงานส่งเข้ามาจากทั่วประเทศมากกว่า 500 ชิ้น เพิ่มขึ้นจาก 200-300 ชิ้นในปีแรกๆ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นจนได้ผู้ชนะเลิศเพียง 15 ผลงาน “หัวใจของรางวัลนี้อยู่ที่ความเชื่อว่า ‘พลังแห่งความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์’ การันตีด้วยผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 15 รางวัล ล้วนมี ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) สร้าง คุณค่าใหม่ (Value Creation) และสร้าง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงต่อสังคมและเศรษฐกิจ (Impact) เสริมศักยภาพการแข่งขันของนักสร้างสรรค์ไทยให้สามารถยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร. ชาคริต กล่าว

CEA

โฉมหน้าผู้ชนะ: พลังความคิดสร้างสรรค์ที่จับต้องได้

และในปีนี้ โฉมหน้าของผู้ชนะเลิศทั้ง 15 รางวัล ได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความคิดสร้างสรรค์ที่จับต้องได้ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่นวัตกรรมเทคโนโลยีไปจนถึงการสร้างความเสมอภาคในสังคม

หนึ่งในผู้คว้ารางวัลที่สะท้อนทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างชัดเจนคือ UNFEST โดย บริษัท อันฟอร์แมท สตูดิโอ จำกัด ที่ได้รับรางวัล Creative Festival Award UNFEST ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลเพื่อความบันเทิง แต่คือ “พื้นที่แห่งการเรียนรู้และทดลองนวัตกรรม” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) สำหรับครีเอเตอร์ไทยโดยเฉพาะ โดยมีหัวใจสำคัญคือ “เทคโนโลยีเรียลไทม์ (Real-Time Technology)” ซึ่งกำลังปฏิวัติกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงทั่วโลก

คุณพงศ์ภาสกร กุลถิรธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อันฟอเมท สตูดิโอ จำกัด ผู้จัดงาน UNFEST กล่าวว่า “เรามองเห็นว่าในประเทศไทยมีกลุ่มคนทำงานโปรดักชันที่มีฝีมือ แต่ยังขาดพื้นที่ส่วนกลางที่จะรวบรวมคอมมูนิตี้นี้เข้าไว้ด้วยกัน เราจึงสร้างเฟสติวัลนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นจุดนัดพบ แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ” โดยเป้าหมายต่อไปคือการสร้างความตระหนักรู้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถ “ส่งเสริมและสร้างอาชีพใหม่ๆ” เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้าน Virtual Production หรือศิลปิน AI ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้าง Soft Power ของประเทศ และปูทางให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตสื่อบันเทิงของภูมิภาค

ในมิติของนวัตกรรมทางสังคม คณะละครมรดกใหม่และผองเพื่อน โดย ดร.ฐานชน จันทร์เรือง ผู้กำกับละครและเขียนบท และคุณสุพิชญา ณ สงขลา ศิลปินภาษามือ ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยละครเวที “สาวบิ๊กอายเพิ่งตายเมื่อวาน” ซึ่งคว้ารางวัล Creative Equality Award ไปครอง ผลงานชิ้นนี้ได้เปิดประตูสู่ตลาดใหม่ที่เรียกว่า ‘เศรษฐกิจเสมอภาค’ (Equality Economy) ด้วยการเป็นละครเวทีเรื่องแรกของโลกที่ออกแบบให้คนหูหนวก คนตาบอด และคนทั่วไป สามารถรับชมร่วมกันได้ในรอบเดียว โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเสริม “ผมแค่คิดว่าจะเขียนบทอย่างไรเผื่อคนตาบอด จะเขียนบทอย่างไรเผื่อคนหูหนวก แล้วก็มาดูร่วมกัน มันเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผู้กำกับกล่าว ความสำเร็จนี้ทำให้เกิดการยอมรับในระดับนานาชาติและมีคำเชิญจากหลายประเทศ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ Soft Power ผ่านนวัตกรรมทางวัฒนธรรม

ด้านความยั่งยืนที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง โครงการ “ไบโอซีเมนต์เพื่อฟื้นฟูดินเค็มและเพิ่มคุณค่าข้าวไทยอย่างยั่งยืน” จาก ผศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญศรี หัวหน้ากลุ่มวิจัยวัสดุชีวภาพอัจฉริยะและเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับรางวัล Creative Sustainability Award นวัตกรรมนี้คือการเปลี่ยน “ของเสีย” จากอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้กลายเป็น “ไบโอซีเมนต์” ที่สามารถฟื้นฟูสภาพดินเค็ม เพิ่มผลผลิตข้าวจากไร่ละ 300 ถัง เป็น 800 ถัง และยกระดับคุณภาพข้าวไทยสู่ “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่มีสารกาบา (GABA) เพิ่มขึ้น 300 เท่า และมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ลดลง 30% ตอบโจทย์ตลาดสุขภาพโลก นอกจากนี้ โครงการยังให้เกษตรกรสามารถขาย “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ช่องทางใหม่ นับเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจหมุนเวียนและโมเดล BCG ที่สมบูรณ์แบบ

จากเวทีรางวัล สู่ยุทธศาสตร์ชาติในการปั้น “ฮับคอนเทนต์”

ความสำเร็จของเหล่าผู้ได้รับรางวัล เป็นเครื่องยืนยันวิสัยทัศน์ของ CEA ที่มองไกลไปถึงเวทีระดับโลก และได้วางยุทธศาสตร์ในการเลือกอุตสาหกรรมเรือธง (Flagship Industry) เพื่อเป็นหัวหอกในการบุกเบิกตลาดโลก ซึ่งอุตสาหกรรมที่ CEA เล็งเห็นว่าพร้อมที่สุดในขณะนี้คือ “อุตสาหกรรมคอนเทนต์”

“ผมค่อนข้างมั่นใจว่าประเทศไทยกำลังจะก้าวขึ้นเป็น Global Creative Content Powerhouse แห่งต่อไป” ดร. ชาคริตกล่าวอย่างเชื่อมั่น

“ถ้าเราดูตัวเลขทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อในบ้านเรามีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 7 แสนล้านบาท โดยเฉพาะสาขาคอนเทนต์เพียงอย่างเดียวก็มีมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านบาทต่อปีแล้ว ศักยภาพของเราปรากฏชัดเจนจากการที่มีกองถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์จากต่างชาติเข้ามาในไทยจำนวนมาก เช่น The White Lotus รวมถึงภาพยนตร์ไทยที่สามารถคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก สิ่งเหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าเราพร้อมแล้ว”

เหตุผลที่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ถูกเลือกให้เป็นหัวหอกนั้น มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้ง “คอนเทนต์คือสื่อ และเมื่อสื่อของเราเดินทางไปต่างประเทศ มันไม่ได้ไปแค่เรื่องราวในหนังหรือซีรีส์ แต่มันนำพาวัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น สถานที่ท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศตามไปด้วย เหมือนที่เราได้เห็นอิทธิพลของซีรีส์เกาหลีที่ทำให้คนทั่วโลกอยากมาเที่ยวเกาหลี อยากกินอาหารเกาหลี คอนเทนต์จึงเป็นอุตสาหกรรมเรือธงที่จะฉุดดึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ให้เติบโตไปพร้อมกันได้”

อย่างไรก็ตาม CEA ตระหนักดีว่าหนึ่งในช่องว่างสำคัญของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยไม่ใช่การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ แต่เป็นการ “เข้าถึงแหล่งทุน” เพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว CEA จึงได้ริเริ่มโครงการ Bangkok International Content Market ขึ้นมา เพื่อเป็นเวทีให้ผู้สร้างสรรค์ได้นำเสนอไอเดียและโปรเจกต์ที่ยังไม่ได้สร้าง ไปเจอกับนักลงทุน ผู้ซื้อ และแพลตฟอร์มระดับโลกโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนคอนเทนต์คุณภาพให้เกิดขึ้นในระบบนิเวศของเรามากขึ้น

ความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นฮับด้านการผลิตคอนเทนต์ไม่ได้มีเพียงแค่บุคลากร แต่ยังประกอบด้วยปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่ง 3 ประการ ได้แก่ 1) มาตรการคืนเงิน (Cash Rebate) สูงสุด 30% ซึ่งเป็นแรงจูงใจทางการเงินที่แข่งขันได้ 2) ความเชี่ยวชาญของทีมงานไทย (Technical Expertise) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และ 3) ความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำ (Location) ที่มีทั้งภูเขา ทะเล และเมือง ซึ่งการผสมผสานของสามปัจจัยนี้คือแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดกองถ่ายระดับโลก

ภายในงานประกาศรางวัลยังมีการเสวนาพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เช่น Ms. Sylvie Forbin จากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ที่กล่าวถึงบทบาทของลิขสิทธิ์ในยุค Generative AI ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ในการต่อยอดโอกาสใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งCEA เตรียมต่อยอดผลงานของผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดไปสู่เวทีนานาชาติ ผ่านการจัดแสดงในเทศกาลสร้างสรรค์ การจับคู่ธุรกิจ และการเข้าร่วมเวทีรางวัลระดับโลกต่อไป

“Creative Excellence Awards คือเวทีที่สะท้อนว่าความคิดสร้างสรรค์ไทยเกิดขึ้นได้จริง ผ่านคนไทยทุกภาคส่วนCEA หวังว่างานมอบรางวัลจะเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมเชื่อมั่นในพลังความคิดสร้างสรรค์ และร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ดร. ชาคริต กล่าวทิ้งท้าย

#เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #CEA #CEAAward2025 #อุตสาหกรรมคอนเทนต์ #SoftPower #เศรษฐกิจไทย #ภาพยนตร์ไทย #ซีรีส์ไทย #BangkokInternationalContentMarket #CreativeEconomy #ThailandCreative #นวัตกรรมไทย

Related Posts