ETDA ชี้ภัยออนไลน์พุ่ง 20% นักช้อป-เว็บเถื่อนดันยอดร้องเรียนกระฉูด

ETDA ชี้ภัยออนไลน์พุ่ง 20% นักช้อป-เว็บเถื่อนดันยอดร้องเรียนกระฉูด

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เผยสถิติสุดน่าตกใจ 8 เดือนแรกของปี 2568 ยอดร้องเรียนออนไลน์ทะลุ 2.7 หมื่นเรื่อง พุ่งขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัญหาจากการ “ซื้อขายสินค้าออนไลน์” และ “เว็บไซต์ผิดกฎหมาย” ยังคงครองแชมป์ภัยคุกคามสูงสุด สะท้อนสัญญาณอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มิจฉาชีพพัฒนากลลวงซับซ้อนขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี AI Deepfake เข้ามาเป็นเครื่องมือ ETDA เดินหน้าเต็มสูบ อุดช่องโหว่ด้วยกลไกร่วมกำกับภายใต้กฎหมาย DPS พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทย

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้กลายเป็นเงาตามตัวที่สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งในระดับผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ล่าสุด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือETDA (เอ็ตด้า) ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติจากศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ หรือ 1212 ETDA ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – สิงหาคม) ศูนย์ 1212 ETDAได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์สูงถึง 27,332 เรื่อง ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงแต่สูง แต่ยังแสดงถึงอัตราการเติบโตที่น่าตกใจ โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ถึง 4,574 เรื่อง หรือคิดเป็น ร้อยละ 20.10 การพุ่งขึ้นของสถิตินี้เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่า แม้ภาพรวมยอดร้องเรียนตลอดทั้งปี 2566 (45,181 เรื่อง) และปี 2567 (35,358 เรื่อง) จะมีแนวโน้มลดลง แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า “ปัญหาภัยหลอกลวงออนไลน์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศ การเพิ่มขึ้นของเรื่องร้องเรียนกว่า 20% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าท่ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ผู้บริโภคยังคงต้องเผชิญกับภัยออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความซับซ้อนของกลลวงที่เหล่ามิจฉาชีพได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนารูปแบบใหม่ๆ โดยอาศัยช่องว่างของเทคโนโลยีอย่าง AI Deepfake ที่ปลอมเสียง ปลอมหน้า เป็นเจ้าหน้าที่มาหลอกประชาชน รวมไปถึงข้อจำกัดด้านความรู้เท่าทัน หรือ AI and Digital Literacy ของผู้บริโภคเอง”

ถอดรหัส 5 ภัยคุกคามสูงสุด เขย่าความเชื่อมั่นธุรกิจออนไลน์

เมื่อเจาะลึกถึงประเภทของปัญหาที่ถูกร้องเรียนเข้ามามากที่สุด พบว่า 5 อันดับแรกสะท้อนภาพความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจและผู้บริโภคกำลังเผชิญได้อย่างชัดเจน:

  1. ปัญหาซื้อขายสินค้าออนไลน์: ครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนสูงถึง 10,306 เรื่อง (ร้อยละ 41.79) ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การไม่ได้รับสินค้าหรือได้รับสินค้าไม่ตรงปก แต่ยังรวมถึงการหลอกขายสินค้าปลอม สินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาด E-commerce ทั้งระบบ และยังสร้างความเสียหายต่อแบรนด์ที่ถูกลอกเลียนแบบ ทำให้ผู้ประกอบการที่สุจริตต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
  2. ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย: ตามมาเป็นอันดับสองที่ 9,090 เรื่อง (ร้อยละ 36.87) ครอบคลุมตั้งแต่เว็บไซต์พนันออนไลน์, เว็บไซต์หลอกลวงลงทุน (Phishing), ไปจนถึงเว็บที่เผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นช่องทางหลักของมิจฉาชีพในการเข้าถึงเหยื่อและเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ
  3. ขอคำปรึกษาและปัญหาอื่นๆ: จำนวน 2,460 เรื่อง (ร้อยละ 9.98) สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากยังขาดความเข้าใจในกระบวนการและแนวทางการรับมือเมื่อเกิดปัญหาขึ้น
  4. ปัญหาด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: มีจำนวน 1,421 เรื่อง (ร้อยละ 5.76) แม้จะอยู่อันดับสี่ แต่เป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจในยุค PDPA เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความน่าเชื่อถือและการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กร
  5. ปัญหาด้านการประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม: จำนวน 1,382 เรื่อง (ร้อยละ 5.60) เช่น การโฆษณาเกินจริง สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งบั่นทอนความไว้วางใจในระบบการค้าเสรี

จับตากลลวงยุคใหม่: เมื่อมิจฉาชีพใช้ AI เป็นอาวุธ

ดร.ชัยชนะ ได้เน้นย้ำถึงกลลวงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในปีนี้ ซึ่งมีความซับซ้อนและแนบเนียนกว่าในอดีต ได้แก่:

  • การหลอกลงทุนหรือหลอกทำงานออนไลน์: มิจฉาชีพสร้างแพลตฟอร์มปลอมเพื่อชักชวนให้ลงทุนในหุ้น, คริปโทเคอร์เรนซี หรือในรูปแบบแชร์ลูกโซ่สมัยใหม่ รวมถึงการหลอกให้ทำงานออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศโดยอ้างผลตอบแทนสูง
  • การหลอกให้กู้เงินด่วนออนไลน์: เป็นกลลวงที่เล่นกับความเดือดร้อนทางการเงินของประชาชน โดยจะหลอกให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าค้ำประกันก่อน แต่ท้ายที่สุดผู้เสียหายกลับไม่ได้รับเงินกู้จริง

ความน่ากลัวของกลลวงเหล่านี้คือการนำเทคโนโลยีอย่าง AI Deepfake มาใช้ในการปลอมแปลงเสียงและใบหน้าของบุคคลที่น่าเชื่อถือ เช่น เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ หรือผู้บริหารบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ที่ทั้งภาคธุรกิจและผู้ใช้งานต้องตระหนักและเรียนรู้ที่จะป้องกัน

ETDA เดินหน้าเชิงรุก: ใช้กฎหมาย DPS และพลังความร่วมมือสู้ภัยออนไลน์

แม้สถานการณ์จะน่ากังวล แต่ ETDA ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัล ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เดินหน้ามาตรการเชิงรุกอย่างเต็มกำลังภายใต้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย DPS

  • บูรณาการความร่วมมือ: ETDA ได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เช่น การเชื่อมระบบแจ้งความออนไลน์กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การขยายความร่วมมือกับกรมการค้าต่างประเทศ, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่อย่าง Facebook และ TikTok เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ใช้งานในทุกมิติ
  • ประสิทธิภาพในการช่วยเหลือ: บทบาทของ 1212 ETDAไม่ได้เป็นเพียงช่องทางรับเรื่องร้องเรียน แต่ยังทำหน้าที่ประสานและส่งต่อเคสเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้สำเร็จถึง 26,794 เรื่อง หรือคิดเป็นร้อยละ 98.03 ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการสูงถึง ร้อยละ 95.14

วางกติกาใหม่ สร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจดิจิทัล ETDAได้เร่งเครื่อง “กลไกร่วมกำกับ” (Co-regulation) โดยทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันให้เกิดมาตรฐานการดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รัดกุมยิ่งขึ้น ผ่านการออกประกาศและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่พร้อมใช้งานแล้ว อาทิ:

  • คู่มือการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (KYC): เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการลงทะเบียนผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
  • คู่มือการดูแลโฆษณาออนไลน์: เพื่อป้องกันการโฆษณาหลอกลวงและเกินจริง
  • คู่มือการดูแลการขายสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน: เพื่อแก้ปัญหาการขายสินค้าปลอมหรือไม่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์ม
  • ขมธอ. 32-2565: ว่าด้วยการรวบรวม กลั่นกรอง และเผยแพร่รีวิวของผู้บริโภคอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ ETDAยังได้ออกประกาศฉบับใหม่ที่ครอบคลุมแพลตฟอร์มประเภท Online Marketplace และ Ride Sharing เพื่อกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมและส่งเสริมให้แพลตฟอร์มมีทิศทางการกำกับดูแลบริการของตนเอง (Self-Regulation) อย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวแคมเปญ “DPS Trust Every Click” เพื่อสร้างการรับรู้และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองในการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ETDAยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้าง “ภูมิคุ้มกันคนไทยรู้ทันปัญหาออนไลน์” ให้กับประชาชนทุกกลุ่มทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมลงพื้นที่และสื่อประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงง่าย เพื่อให้คนไทยสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

สำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือถูกหลอกลวงทางออนไลน์ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือได้ที่

สายด่วน 1212 ETDA ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทาง Line : @1212ETDA

#ภัยออนไลน์ #ETDA #ร้องเรียนออนไลน์ #เศรษฐกิจดิจิทัล #กฎหมายDPS #เตือนภัยมิจฉาชีพ #ซื้อขายออนไลน์ #DigitalLiteracy #ความปลอดภัยไซเบอร์ #1212ETDA

Related Posts