ITD จับมือสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) เผยผลการศึกษา “Trade Intelligence Report 2025” เจาะลึกภูมิทัศน์เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMVT หลังโควิด-19 พบสัญญาณฟื้นตัวรวดเร็วเกินคาด นำโดยเวียดนามที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการเป็นแม่เหล็กดึงดูด FDI ขณะที่ลาวพลิกบทบาทสู่ “Land-linked” ที่สำคัญของภูมิภาค ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายครั้งใหญ่ของไทยที่ต้องเร่งเครื่องยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนเชิงรุก พร้อมผลักดันตัวเองสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และ “ประชาคมข่าวกรองทางการค้า” ของอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมาร์ และเวียดนาม (CLMV) ได้แสดงให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ได้เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยเชิงลึกฉบับล่าสุด ภายใต้โครงการ “ประชาคมข่าวกรองทางการค้า” (Trade Intelligence Community) ซึ่งสะท้อนภาพการฟื้นตัวและปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของภูมิภาคนี้ โดยมีนัยสำคัญต่อทิศทางการค้าและการลงทุนของประเทศไทยในอนาคต
คุณสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) กล่าวเปิดประเด็นว่า เป้าประสงค์หลักของโครงการนี้มิใช่เพียงการจัดทำรายงานทางวิชาการ แต่คือการวางรากฐานที่สำคัญในการสร้าง “เครือข่ายพันธมิตร” กับสถาบันวิจัยและคลังสมองชั้นนำในประเทศเพื่อนบ้าน “หัวใจของโครงการนี้คือการสร้างพันธมิตร เราต้องการสร้างเครือข่ายสถาบันทางวิชาการที่ทำงานด้านการค้าโดยตรง เพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แบ่งปันประสบการณ์ที่ดี และร่วมกันหาแนวทางป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการค้าโลก เราเชื่อมั่นในการรวมกลุ่มเป็นภูมิภาค (Regional Integration) เพราะมันคือหนทางที่จะสร้างอำนาจต่อรองที่สูงขึ้นในเวทีโลก”
ผลการศึกษาพบแนวโน้มที่น่าสนใจ 8 ประการซึ่งเป็นภาพสะท้อนของเศรษฐกิจเพื่อนบ้านในยุคหลังโควิด-19 โดยประเด็นที่เด่นชัดที่สุดคือ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งมีเวียดนามเป็นดาวเด่นที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากกระแสการย้ายฐานการผลิต “China+1” ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และ การมุ่งสู่พลังงานสะอาด ก็เป็นอีกสองกระแสหลักที่ทุกประเทศในกลุ่ม CLMVT กำลังให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ซึ่งล้วนเป็นโอกาสมหาศาลสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม
เจาะลึกศักยภาพรายประเทศ: โอกาสและความท้าทายที่ไทยต้องรู้
รายงานได้ฉายภาพความแตกต่างและโอกาสเฉพาะตัวของแต่ละประเทศในกลุ่ม CLMVT ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยในการวางกลยุทธ์

เวียดนาม: ดาวรุ่งแห่งอาเซียน แต่เสี่ยงติดกับดักรายได้ปานกลาง เวียดนามยังคงเป็นประเทศที่ถูกจับตามองมากที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงถึง 5-8% ต่อปี มีจุดแข็งที่ชัดเจนจากประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมากซึ่งเป็นแรงงานคุณภาพและขยันขันแข็ง ประกอบกับเสถียรภาพทางการเมืองที่เอื้อต่อนโยบายภาครัฐที่ “รวดเร็วและชัดเจน”
อาจารย์ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) ให้ความเห็นว่า “เวียดนามมีสไตล์การทำงานที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ใช้นโยบาย ‘เซ็นก่อน เคลียร์ทีหลัง’ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมและทำให้พวกเขาสามารถสร้างความได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุนได้อย่างมหาศาล”
อย่างไรก็ตาม เวียดนามกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญในการพึ่งพาเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากต่างประเทศในระดับสูง โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง และอาจทำให้เวียดนามต้องเผชิญกับ “กับดักรายได้ปานกลาง” เช่นเดียวกับที่ไทยเคยประสบ หากไม่สามารถยกระดับอุตสาหกรรมจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์และเทคโนโลยีของตนเองได้สำเร็จ
สปป.ลาว: พลิกบทบาทจาก Landlocked สู่ Land-linked ศูนย์กลางเชื่อมโยงแห่งใหม่ แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาค ทั้งปัญหาเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะในระดับสูง แต่ สปป.ลาว กำลังพลิกโฉมประเทศอย่างน่าทึ่ง โดยอาศัยจุดแข็งด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และพลังงานสะอาด โครงการรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ได้เปลี่ยนสถานะของประเทศจากที่เคยถูกปิดล้อมทางภูมิศาสตร์ (Landlocked) ให้กลายเป็นจุดเชื่อมโยงทางยุทธศาสตร์ (Land-linked) ที่สำคัญในการขนส่งสินค้าระหว่างอาเซียนและจีน วิสัยทัศน์ในการเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” จากโครงการพลังงานไฟฟ้าจากน้ำขนาดใหญ่ ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง นี่คือโอกาสโดยตรงของไทยในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่จะเชื่อมต่อกับโครงข่ายนี้ เพื่อกระจายสินค้าไปสู่ตลาดจีนตอนใต้และภูมิภาคอื่นๆ
กัมพูชา: เติบโตด้วยแรงหนุนจากจีน โอกาสโลจิสติกส์ของไทย เศรษฐกิจกัมพูชามีความเชื่อมโยงกับการลงทุนจากประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านกรอบความร่วมมือ “Diamond Hexagon” ที่ครอบคลุมทั้งการเมือง การผลิต การเกษตร และพลังงาน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น สนามบินแห่งใหม่ในเสียมราฐและเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของประเทศ
ร้อยโท ดร.พันธ์รบ ราชพงศา ผู้อำนวยการกลุ่มงาน Trade Intelligence ของ ITD ชี้ว่า “อิทธิพลของจีนที่สูงในกัมพูชาเป็นปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการทางภาษีที่สูงกว่าประเทศอื่น แต่ในขณะเดียวกัน การพัฒนานี้ก็สร้างโอกาสให้ไทยสามารถเข้าไปให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะในด้านความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ เพื่อช่วยให้กัมพูชาเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างไทยและเวียดนามได้อย่างสมบูรณ์”
เมียนมาร์: ความท้าทายสูง แต่ยังเป็นตลาดที่ไม่อาจมองข้าม แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในที่เปราะบางและท้าทาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการผลิต เช่น ปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง แต่ผลการศึกษาพบว่านักลงทุนไทยยังคงปักหลักดำเนินธุรกิจและไม่มีใครถอนการลงทุนออกไป ดร.พันธ์รบ กล่าวเสริมว่า “เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เมียนมาร์ให้การต้อนรับทีมวิจัยไทยอย่างอบอุ่น พวกเขามองว่าไทยเป็นมิตรแท้ที่คอยช่วยเหลือเสมอ” เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา (Thilawa SEZ) ได้กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเป็นพื้นที่เดียวที่รัฐบาลรับประกันการมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชั่วโมง และได้รับการยกเว้นจากกฎระเบียบที่เข้มงวดบางประการ ทำให้ที่นี่ยังคงเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพสำหรับอนาคต

บทสรุปและก้าวต่อไปของประเทศไทย
รายงานฉบับนี้ไม่เพียงแต่ฉายภาพปัจจุบัน แต่ยังให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในการวางตำแหน่งของตนเองในภูมิทัศน์ใหม่นี้ นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ ITD เน้นย้ำว่า ไทยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทของตนเองใน 3 มิติหลัก คือ 1) การเร่งพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation) บริเวณชายแดน เพื่อลดต้นทุนและอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการรายย่อย 2) การผลักดันการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างเต็มตัว โดยใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน และ 3) การส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยรุกออกไปลงทุน ในอุตสาหกรรมที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่น เกษตรและอาหารแปรรูป พลังงาน และการท่องเที่ยวและบริการ
ท้ายที่สุดแล้ว วิสัยทัศน์ของโครงการ “ประชาคมข่าวกรองทางการค้า” คือการสร้างแพลตฟอร์มที่ทุกประเทศในภูมิภาคสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ร่วมกันกำหนดวาระ และสร้าง “เสียง” ที่ดังขึ้นในเวทีโลก เพื่อเปลี่ยนจากสภาวะการแข่งขันมาสู่การเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้นำเศรษฐกิจของอาเซียนต้องตอบให้ได้ในทศวรรษข้างหน้านี้
#เศรษฐกิจCLMVT #ITD #TradeIntelligence #การค้าชายแดน #การลงทุนอาเซียน #เศรษฐกิจดิจิทัล #โลจิสติกส์ #FDI #อนาคตเศรษฐกิจไทย #เวียดนาม #กัมพูชา #ลาว #เมียนมาร์

