ทริสฯ สร้างความประหลาดใจให้แวดวงธุรกิจ ด้วยการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ประเทศไทยปี 2568 เป็น 2.1% จากเดิม 1.8% รับอานิสงส์จากการส่งออกที่ร้อนแรงเกินคาด ก่อนมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ภาพที่สดใสนี้อาจเป็นเพียงระยะสั้น เมื่อสัญญาณอันตรายปรากฏชัดในปี 2569 ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะแผ่วลงเหลือ 1.9% ท่ามกลางความเปราะบางของอุปสงค์โลกและเครื่องยนต์เศรษฐกิจในประเทศหลายตัวที่ยังเดินไม่เต็มสูบ ทั้งการบริโภค การลงทุนภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยวที่ยังน่ากังวล
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจล่าสุดของประเทศไทย (Country in Focus) ซึ่งได้จุดประกายความหวังให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนในระยะสั้น ด้วยการปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2568 ขึ้นสู่ระดับ 2.1% ซึ่งสูงกว่าประมาณการครั้งก่อนที่ 1.8% การปรับประมาณการครั้งนี้มีพระเอกสำคัญคือ “ภาคการส่งออก” ที่แสดงศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในขณะเดียวกัน รายงานฉบับนี้ก็ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงความท้าทายและปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่รออยู่ในปี 2569 ซึ่งคาดว่าการเติบโตจะชะลอตัวลง
ส่งออกท้ายก๊อก ดันเศรษฐกิจปี 68 โตเกินคาด
ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ทริสเรทติ้งมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มาจากการเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของภาคการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนที่มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 สิงหาคม 2568
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (7M68) มูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 14.4% เมื่อเจาะลึกรายตลาด พบว่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว ขยายตัวอย่างมหาศาลถึง 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงการที่ผู้ประกอบการไทยเร่งส่งมอบสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษีใหม่
เมื่อพิจารณาในรายอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าที่เติบโตโดดเด่นคือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ขยายตัวถึง 47.5% และเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เติบโต 16.9% ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและความต้องการสินค้าไทยในตลาดโลกที่ยังคงแข็งแกร่ง
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ อัตราภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ กำหนดสำหรับสินค้าไทยที่ระดับ 19% นั้น ถูกมองว่ายังอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ทำให้ความเสี่ยงในเชิงลบต่อภาคการส่งออกมีน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ในตอนแรก
นอกจากการส่งออกแล้ว การลงทุนภาคเอกชน ยังเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญ ทริสเรทติ้งคงประมาณการการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนในปี 2568 ไว้ที่ 1.8% โดยได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ที่การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มยานยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม และอุปกรณ์สำนักงาน
รอยร้าวใต้พรม: เครื่องยนต์ในประเทศยังเปราะบาง
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2568 จะดูสดใสขึ้น แต่เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียด จะพบว่าการเติบโตยังคงเป็นการเติบโตแบบกระจุกตัว และมีองค์ประกอบอื่นของ GDP ที่ถูกปรับลดประมาณการลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักธุรกิจต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
- กำลังซื้อในประเทศแผ่ว: ทริสเรทติ้งได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนลงเหลือ 2.1% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.3% การปรับลดนี้สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 51.7 ในเดือนกรกฎาคม 2568 จาก 59.0 ในเดือนมกราคม ซึ่งสะท้อนความกังวลของภาคครัวเรือนต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
- ภาครัฐเบิกจ่ายช้ากว่าคาด: ทั้งการอุปโภคภาครัฐและการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจได้น้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยการอุปโภคภาครัฐถูกปรับลดคาดการณ์การเติบโตเหลือ 1.9% (จาก 2.5%) ขณะที่ การลงทุนภาครัฐถูกปรับลดลงเหลือเติบโต 3.5% (จาก 5.2%) ปัจจัยหลักมาจากการเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาสที่ 2 ที่ทำได้เพียง 13.5% ซึ่งต่ำกว่าระดับ 21.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
- การท่องเที่ยวสะดุด: ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นความหวังสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กลับมีแนวโน้มชะลอลง ทริสเรทติ้งได้ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 จาก 36 ล้านคน เหลือเพียง 33.1 ล้านคน โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คาดว่าจะเหลือเพียง 4.6 ล้านคน จาก 6.7 ล้านคนในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในประเทศไทย และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศญี่ปุ่นและเวียดนามที่กำลังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ ยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 28.5 ล้านคน
ประเด็นรอง: ปี 2569 กับความท้าทายจากลมต้านเศรษฐกิจโลก
เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2569 ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.9% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก
สาเหตุสำคัญของการชะลอตัวคือ การส่งออกสินค้าที่คาดว่าจะกลับมาหดตัว 0.5% เนื่องจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตลอดทั้งปี ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอุปสงค์ต่างประเทศอ่อนแอลง ประกอบกับผลของฐานที่สูงจากการเร่งส่งออกไปแล้วในปี 2568
การชะลอตัวของภาคส่งออกนี้ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มายังเศรษฐกิจในประเทศ โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวชะลอลงเหลือ 1.8% และ 1.5% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ยังมีความหวังจากการส่งออกบริการที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 35 ล้านคนในปี 2569
บทวิเคราะห์: 3 ความไม่แน่นอนที่นักธุรกิจไทยต้องเผชิญ
เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในระดับสูงอย่างน้อย 3 ประการ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการต้องวางแผนรับมืออย่างรัดกุม
- นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่คาดเดายาก: การเจรจาอัตราภาษีระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นจนสหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีต่อจีนอย่างมีนัยสำคัญ การส่งออกของไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของจีนเพื่อส่งต่อไปยังสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาจได้รับผลกระทบโดยตรง
- ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ: ปัจจัยการเมืองภายในประเทศยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้การอนุมัติและการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐเกิดความล่าช้าในระยะต่อไป ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
- วัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงินโลก: ประเทศเศรษฐกิจหลักเริ่มเข้าสู่วัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินของตลาดเกิดใหม่รวมถึงเงินบาทแข็งค่าขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของภาคการส่งออกไทย
โดยสรุป แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะได้แรงส่งชั่วคราวจากการส่งออกที่เร่งตัวขึ้น แต่รากฐานการเติบโตยังคงมีความเปราะบางสูง นักธุรกิจและผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2569 เพื่อนำพาธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ไปได้
#เศรษฐกิจไทย #GDP #จีดีพี2568 #ส่งออกไทย #ทริสเรทติ้ง #การลงทุน #ภาษีสหรัฐ #เศรษฐกิจ2569 #ความเสี่ยงเศรษฐกิจ #การท่องเที่ยวไทย

