ซิสโก้ เผยผลสำรวจล่าสุด ‘Cisco AI Readiness Index 2025’ ทำให้เห็นภาพที่น่าตกใจของสมรภูมิธุรกิจในยุค AI โดยกลุ่มองค์กรหัวก้าวหน้าที่มีความพร้อมสูงสุด หรือ ‘Pacesetters’ ในประเทศไทยเพียง 21% กำลังสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจและนวัตกรรมทิ้งห่างองค์กรส่วนใหญ่ที่ยังคงตามหลังอย่างไม่เห็นฝุ่น พร้อมชี้ให้เห็นถึงความท้าทายระลอกใหม่จาก ‘Agentic AI’ และ ‘หนี้โครงสร้างพื้นฐาน AI’ ที่อาจเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตของธุรกิจไทยในระยะยาว
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เพียงแค่กระแส แต่ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันขององค์กรทั่วโลก ซิสโก้ (Cisco) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครือข่ายและความปลอดภัยระดับโลก ได้เปิดเผยผลการศึกษา ‘ดัชนีความพร้อมด้าน AI ประจำปี 2568 (Cisco AI Readiness Index 2025)’ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ของการสำรวจครั้งสำคัญนี้ โดยได้สำรวจความคิดเห็นของผู้นำด้านธุรกิจและไอทีรวมกว่า 8,000 คน จาก 30 ประเทศ และ 26 กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อวัดระดับความพร้อมขององค์กรในการนำ AI มาปรับใช้และสร้างให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง
ผลการศึกษาในปีนี้ได้ฉายภาพที่ชัดเจนและน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับแวดวงธุรกิจในประเทศไทย พบว่ามีองค์กรกลุ่มหนึ่งที่ถูกนิยามว่าเป็น ‘Pacesetters’ หรือกลุ่มผู้นำที่มีความพร้อมสูงสุด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 21% ขององค์กรที่สำรวจในไทย องค์กรกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่มีความพร้อมในระดับสูง แต่ยังสามารถแปรเปลี่ยนความพร้อมนั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้และวัดผลได้จริง แซงหน้าองค์กรอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ
นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์ กล่าวเน้นย้ำถึงประเด็นนี้ว่า “ผลการศึกษาความพร้อมด้าน AI ของซิสโก้ในปีนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ‘ความพร้อมนำมาซึ่งมูลค่าที่แท้จริง’ ในทุกๆ ด้าน เราเห็นว่าองค์กรที่มีความพร้อมด้าน AI หรือ กลุ่ม Pacesetters ในการศึกษาของเราพิสูจน์ให้เห็นสิ่งนี้ พวกเขามีโอกาสมากกว่า 3 เท่าในการนำโครงการทดลอง AI สู่การใช้งานจริง และมีโอกาสมากกว่าถึง 20% ที่จะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จากการใช้ AI” คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนในความพร้อมด้าน AI ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนในเทคโนโลยี แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน
ถอดรหัส ‘Pacesetters’: 5 คุณลักษณะสู่ความเป็นเลิศด้าน AI
อะไรคือสิ่งที่ทำให้องค์กรกลุ่ม ‘Pacesetters’ แตกต่างและโดดเด่นจากองค์กรส่วนใหญ่? รายงานของซิสโก้ได้วิเคราะห์และชี้ให้เห็นถึงแนวทางปฏิบัติร่วมกันที่กลุ่มผู้นำเหล่านี้ยึดถือ ซึ่งสามารถสรุปออกมาเป็น 5 คุณลักษณะเด่นที่องค์กรอื่นสามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้
1. กลยุทธ์ที่ชัดเจนและการสนับสนุนจากผู้บริหาร (Clear Strategy & Executive Support) กลุ่ม Pacesetters ไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงโครงการเสริมหรือแผนกใดแผนกหนึ่ง แต่ผนวก AI เข้าเป็นแกนหลักของกลยุทธ์ธุรกิจ เกือบทั้งหมด (99%) มีแผนงานด้าน AI ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เทียบกับค่าเฉลี่ยขององค์กรในไทยซึ่งอยู่ที่ 73% เท่านั้น นอกจากนี้ พวกเขายังให้ความสำคัญกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง โดย 91% มีแผนรองรับในส่วนนี้ (เทียบกับ 46% ในไทย) ที่สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนด้านงบประมาณ โดย 79% ของ Pacesetters ยกให้ AI เป็นวาระสำคัญสูงสุดในการลงทุน ขณะที่องค์กรไทยโดยรวมมีเพียง 36% ที่ให้ความสำคัญในระดับเดียวกัน
2. สถาปัตยกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเติบโต (Scalable Infrastructure) AI โดยเฉพาะ Generative AI ต้องการพลังการประมวลผลและโครงข่ายที่มหาศาล กลุ่ม Pacesetters เข้าใจถึงความจริงข้อนี้ พวกเขาจึงออกแบบสถาปัตยกรรมไอทีสำหรับยุค ‘always-on AI’ ที่ต้องทำงานตลอดเวลา โดย 98% ขององค์กรกลุ่มนี้ออกแบบเครือข่ายให้พร้อมรับมือกับการเติบโตและความซับซ้อนของ AI ได้ ขณะที่องค์กรไทยโดยรวมทำได้เพียง 52% ยิ่งไปกว่านั้น 71% ของ Pacesetters ระบุว่าเครือข่ายของพวกเขามีความยืดหยุ่นและสามารถขยายขนาดได้ทันที (เทียบกับ 27% ในไทย) และ 77% กำลังวางแผนลงทุนเพิ่มในความจุของศูนย์ข้อมูล (Data-center capacity) ภายใน 12 เดือนข้างหน้า (เทียบกับ 48% ในไทย)
3. ความสามารถในการนำร่องสู่การใช้งานจริง (From Pilot to Production) หลายองค์กรติดกับดัก “โครงการนำร่องที่ไม่สิ้นสุด” แต่ไม่ใช่สำหรับ Pacesetters พวกเขามีกระบวนการสร้างนวัตกรรมที่แข็งแกร่งและทำซ้ำได้ โดย 62% มีกระบวนการดังกล่าวเพื่อสร้างและขยายผลกรณีการใช้งาน (Use Cases) ของ AI (เทียบกับ 18% ในไทย) และที่น่าทึ่งคือ 3 ใน 4 ขององค์กรกลุ่มนี้ (77%) ได้นำโครงการเหล่านั้นไปสู่การใช้งานจริงเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในประเทศไทยที่ทำได้เพียง 27% อย่างมาก
4. การวัดผลที่มุ่งเน้นมูลค่าทางธุรกิจ (Value-Oriented Measurement) “สิ่งใดที่วัดผลไม่ได้ สิ่งนั้นปรับปรุงไม่ได้” คือมนต์ที่กลุ่ม Pacesetters ยึดถือ 95% ขององค์กรกลุ่มนี้มีการติดตามผลกระทบและผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI อย่างเป็นระบบ ซึ่งสูงกว่าองค์กรอื่น ๆ มากกว่าสองเท่า นอกจากนี้ พวกเขายังมีความเชื่อมั่นสูงว่าการลงทุนนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดย 71% มั่นใจว่ากรณีการใช้งาน AI ของตนจะสามารถสร้างแหล่งรายได้ใหม่ (New Revenue Streams) ให้กับองค์กรได้สำเร็จ เทียบกับค่าเฉลี่ยในประเทศไทยที่ 41%
5. ความปลอดภัยเชิงรุกและการสร้างความไว้วางใจ (Proactive Security & Trust) ในยุค AI ความปลอดภัยไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่คือการสร้างความไว้วางใจ กลุ่ม Pacesetters เปลี่ยนความปลอดภัยให้กลายเป็นจุดแข็ง โดย 87% มีความตระหนักรู้สูงเกี่ยวกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับ AI (AI-specific threats) เทียบกับค่าเฉลี่ยในไทยที่ 45% พวกเขายังลงมือปฏิบัติจริง โดย 62% ได้ผนวก AI เข้ากับระบบความปลอดภัยและระบบยืนยันตัวตน (Identity Systems) ที่มีอยู่ (เทียบกับ 35% ในไทย) และมีความพร้อมถึง 75% ในการควบคุมและรักษาความปลอดภัยของ AI Agents (เทียบกับ 45% ในไทย)
ด้วยแนวทางที่เป็นระบบและมีวินัยนี้เอง ทำให้ 90% ของกลุ่ม Pacesetters รายงานว่าพวกเขาได้รับประโยชน์ทั้งในด้านความสามารถในการทำกำไร ผลิตภาพ และนวัตกรรม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมในประเทศไทยที่ 79%
คลื่นลูกใหม่ ‘Agentic AI’: เมื่อความมุ่งมั่นแซงหน้าความพร้อม
รายงานของซิสโก้ยังได้ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์สำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ของธุรกิจอีกครั้ง นั่นคือ ‘Agentic AI’ หรือ AI agents ซึ่งเป็นระบบ AI ที่มีความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ ตัดสินใจ และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อน
ความตื่นตัวในเรื่องนี้ขององค์กรไทยอยู่ในระดับสูงอย่างน่าจับตา โดย 98% ขององค์กรในประเทศไทยวางแผนที่จะนำ AI agents มาใช้งาน และเกือบ 1 ใน 3 (31%) คาดว่า AI agents จะเข้ามาทำงานร่วมกับพนักงานได้ภายในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นที่สูงส่งนี้กลับสวนทางกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่
ผลสำรวจเผยให้เห็นว่า 29% ขององค์กรในไทยยอมรับว่าเครือข่ายของตนไม่สามารถรองรับความซับซ้อนหรือปริมาณข้อมูลมหาศาลที่เกิดจาก AI ได้ และมีเพียง 27% เท่านั้นที่มองว่าเครือข่ายของตนมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตามความต้องการ นี่คือช่องว่างขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นว่าระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่สามารถรองรับได้แม้กระทั่ง AI แบบพื้นฐาน นับประสาอะไรกับ Agentic AI ที่ต้องการการประมวลผลและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
ระเบิดเวลาลูกใหม่: ‘ภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐาน AI’ (AI Infrastructure Debt)
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญที่ซิสโก้ได้นำเสนอในรายงานฉบับนี้คือ “ภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐาน AI” (AI Infrastructure Debt) ซึ่งเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของ “ภาระหนี้ทางเทคนิค” ที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญของการทำ Digital Transformation ในอดีต
ภาระหนี้ดังกล่าวเกิดจากการสะสมของการตัดสินใจที่อาจดูไม่มีนัยสำคัญในระยะสั้น เช่น การเลื่อนการอัปเกรดระบบ การเลือกใช้สถาปัตยกรรมที่ไม่ยืดหยุ่น หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ ซึ่งการประนีประนอมเหล่านี้จะค่อยๆ กัดกร่อนและบ่อนทำลายมูลค่าที่ควรจะได้รับจาก AI ในระยะยาว
รายงานได้ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่ปรากฏขึ้นแล้วในองค์กรไทยหลายแห่ง:
- ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น: 40% คาดว่าปริมาณงาน (Workload) จะเพิ่มขึ้นกว่า 30% ภายใน 3 ปีข้างหน้า
- ข้อมูลที่กระจัดกระจาย: 61% ยอมรับว่ากำลังประสบปัญหาในการรวมศูนย์ข้อมูล (Centralize Data) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกฝน AI
- การขาดแคลน GPU: มีเพียง 31% เท่านั้นที่มีความจุของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) เพียงพอต่อความต้องการ
- ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย: มีเพียง 42% ที่เชื่อว่าองค์กรของตนสามารถตรวจจับหรือป้องกันภัยคุกคามที่พุ่งเป้ามาที่ AI โดยเฉพาะได้
สัญญาณเตือนเหล่านี้คือภาพสะท้อนของช่องว่างระหว่าง ‘ความมุ่งมั่นด้าน AI’ และ ‘ความพร้อมในการปฏิบัติงาน’ หากองค์กรไม่รีบจัดการกับ “ภาระหนี้” เหล่านี้อย่างจริงจัง ก็มีความเสี่ยงสูงที่การลงทุนด้าน AI จะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่คาดหวัง และอาจกลายเป็นต้นทุนราคาแพงในอนาคต
บทสรุปสำหรับผู้นำธุรกิจไทย
ผลการศึกษาดัชนีความพร้อมด้าน AI ของซิสโก้ในปี 2568 ได้มอบบทเรียนที่ชัดเจนสำหรับผู้นำองค์กรในประเทศไทย การเดินทางสู่ความสำเร็จในยุค AI ไม่ใช่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแข่งขันด้าน ‘ความพร้อม’ อย่างรอบด้าน องค์กรกลุ่ม Pacesetters ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าแนวทางเชิงระบบที่เป็นระเบียบวินัย ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การสร้างรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ไปจนถึงการวัดผลและการรักษาความปลอดภัย คือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริงจาก AI
สำหรับองค์กรที่เหลือซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ต้องหันกลับมาทบทวนความพร้อมของตนเองอย่างจริงจัง การตระหนักถึงความท้าทายจาก Agentic AI และการเริ่มต้นจัดการกับภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ซ่อนอยู่ คือภารกิจเร่งด่วนที่ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป เพราะในสมรภูมิที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผู้ที่ไม่พร้อม ไม่เพียงแต่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่อาจจะไม่มีที่ยืนในสนามแข่งขันอีกเลยในอนาคตอันใกล้นี้
#AI #ธุรกิจ #Cisco #AIReadiness #นวัตกรรม #เศรษฐกิจดิจิทัล #กลยุทธ์AI #Pacesetters #TechNews #ข่าวเศรษฐกิจ

