สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เปิดฉากงาน “Digital Government Summit 2025” ประกาศวิสัยทัศน์ “Empowering the Nation through Digital Government” ย้ำชัดเป้าหมายรัฐบาลดิจิทัลคือการออกแบบอนาคตประเทศไทยที่ยึด “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (Citizen-Centric) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย รัฐบาลชู 3 นโยบายหลักเปลี่ยนโฉมบริการภาครัฐ ได้แก่ 1. “Single Portal, All Services” พัฒนา “ทางรัฐ Super App” 2. “One Data, Once Only” เชื่อมโยงข้อมูลผ่าน GDX และ 3. “Safe from Risks, Secure from Leaks” ยกระดับความปลอดภัยด้วย Government Cloud
ด้านกระทรวงดีอีเอส ขานรับสร้าง “เส้นเลือดใหญ่ของรัฐไทย” ผ่าน Data Infrastructure พร้อมยกระดับ Thailand CERT สร้าง “ความเชื่อมั่นใหม่ของชาติ” ขณะที่ DGA เร่งเครื่อง 5 ภารกิจหลัก พร้อมเตรียมเปิดตัว Digital ID และ Portal สำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้เพื่อผลักดันไทยจากอันดับ 52 ของโลก ก้าวสู่การเป็นผู้นำ GovTech เทียบชั้นเดนมาร์ก เอสโตเนีย และสิงคโปร์ ภายในปี 2569
DGA เปิดฉาก DG Summit 2025 มหกรรม GovTech แห่งปี
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ได้จัดงานสัมมนาและนิทรรศการ Digital Government Summit 2025 (DG Summit 2025) ซึ่งถือเป็นงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Leading Thailand to the Top in GovTech” โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะพาประเทศไทยก้าวสู่จุดสูงสุดบนเวที GovTech ระดับโลก
งาน DG Summit 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า EMSPHERE กรุงเทพฯ ได้รวบรวมสุดยอดผู้นำแถวหน้าของวงการ ทั้งหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐจำนวนมาก และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง พร้อมเปิดคลังนวัตกรรมล่าสุด โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ที่อัพเดตที่สุด เพื่อประโยชน์ของคนไทยโดยเฉพาะ
ในพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Empowering the Nation through Digital Government” เพื่อประกาศทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยรัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
วิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัล: “ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ทลายกำแพงรัฐ
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ฉายภาพอนาคตของประเทศไทยว่า รัฐบาลดิจิทัลคือ การออกแบบอนาคตของประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
หลักการสำคัญที่จะขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้คือ การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric) ซึ่งหมายความว่าการออกแบบบริการภาครัฐทั้งหมดจะต้องเริ่มต้นจากความต้องการของประชาชนเป็นหลัก หรือ “Digital by Design” เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด 4 ด้าน คือ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย
ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือ ประชาชนจะไม่ต้องใช้เอกสารซ้ำซ้อน และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปติดต่อหน่วยงานรัฐอีกต่อไป
นอกจากนี้ รัฐบาลยังกำลังยกระดับ Open Government (รัฐบาลเปิด) เพื่อสร้างความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบการทำงานของรัฐ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นระบบ นายภราดรย้ำว่า นี่คือกระบวนการสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นและ “ทลายกำแพงระหว่างรัฐกับประชาชน”

3 เสาหลักเปลี่ยนโฉมประเทศ: Super App, GDX และ Government Cloud
เพื่อทำให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง รัฐบาลกำลังเดินหน้านโยบายสำคัญ 3 เรื่องที่จะเปลี่ยนโฉมการบริการภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม
1. Single Portal, All Services: “ทางรัฐ Super App” รัฐบาลจะพัฒนาแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ให้กลายเป็น “ทางรัฐ Super App” เพื่อรวมทุกบริการของภาครัฐไว้ในที่เดียว ทั้งสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ โดยจะมีระบบ Biz Portal สำหรับภาคธุรกิจ และเพิ่มการเข้าถึงบริการที่สำคัญอีกกว่า 2,000 บริการ นโยบายนี้จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ที่ประชาชนต้องติดตั้งหลายแอปพลิเคชัน และการยื่นสำเนาเอกสารซ้ำซ้อน พร้อมกันนี้ จะมีการพัฒนาระบบ Digital ID เพื่อการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย
2. One Data, Once Only: ข้อมูลครั้งเดียวจบ ประชาชนจะไม่ต้องกรอกข้อมูลเดิมซ้ำๆ เมื่อติดต่อหน่วยงานรัฐอีกต่อไป โดยทุกหน่วยงานรัฐจะเชื่อมโยงข้อมูลกันผ่านระบบ Government Data Exchange (GDX) ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อน ลดต้นทุนการบริหารจัดการเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการอย่างมหาศาล
3. Safe from Risks, Secure from Leaks: ปลอดภัย มั่นคง รัฐบาลจะยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเข้มข้นด้วยนโยบาย Government Cloud เพื่อปกป้องข้อมูลของประชาชนให้ดีที่สุด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของชาติ
นอกจากนี้ รัฐบาลจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการวิกฤต เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และฝุ่น PM2.5 โดยกำลังพัฒนา “แพลตฟอร์มกลาง” ที่มีระบบครบวงจร ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัย, การลงทะเบียนอาสาสมัคร, การรับแจ้งความเดือดร้อน ไปจนถึงการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกรวมไว้ใน “ทางรัฐ Super App” เช่นกัน
MDES ขับเคลื่อน “เส้นเลือดใหญ่” สร้างความเชื่อมั่นใหม่ของชาติ
ในมิติของโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจดิจิทัล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Driving Thailand’s Digital Economy & Society”
นายไชยชนกเน้นย้ำว่า ภารกิจสำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯ คือการสร้าง “เส้นเลือดใหญ่ของรัฐไทย” ซึ่งก็คือ Government Cloud และ Data Infrastructure ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐอย่างปลอดภัย โปร่งใส และต่อเนื่อง
ในยุคที่ภัยคุกคามไซเบอร์ถือเป็น “ความมั่นคงรูปแบบใหม่ของประเทศ” กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยกระดับ Thailand CERT ให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านไซเบอร์ระดับชาติ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งพัฒนากรอบ Decentralized Security Framework เพื่อป้องกันการโจมตีจากจุดเดียวและเสริมความยั่งยืนของระบบความปลอดภัยภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังเดินหน้า Proactive Privacy Management ภายใต้ PDPA และพัฒนา National Data Governance Framework ให้เป็นระบบเดียวกัน โดยทั้งหมดนี้มุ่งสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี
นายไชยชนกทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลดิจิทัล” จะไม่ใช่แค่ระบบ แต่คือ “ความเชื่อมั่นใหม่ของชาติ”
DGA กลไกหลักขับเคลื่อน 5 มิติ สู่ “Foreigner Portal”
นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) กล่าวว่า DGA ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการผลักดันระบบนิเวศรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ โดยวางรากฐานที่มั่นคงและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ใน 5 ด้านหลัก ได้แก่:
- บริการประชาชนแบบครบวงจร: ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ที่เป็น “Super App” ของภาครัฐ
- การอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ
- การสร้างความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ
- โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีมาตรฐานและปลอดภัย (เช่น มาตรฐาน Government Cloud)
- การผลักดันมาตรฐานและการยกระดับบุคลากรภาครัฐ: ผ่านสถาบัน TDGA
นางไอรดาระบุว่า การดำเนินงานเหล่านี้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้บริการภาครัฐทุกเรื่องอยู่ในที่เดียว เชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อ และคุ้มครองข้อมูลประชาชนอย่างมั่นคงปลอดภัย
ไฮไลท์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ DGA อยู่ระหว่างเตรียมการพัฒนา Digital ID สำหรับชาวต่างชาติ และ Foreigner Portal เพื่อรองรับการให้บริการแบบครบวงจรแก่ชาวต่างชาติทุกกลุ่ม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล
จากอันดับ 52 สู่เป้าหมาย “ผู้นำโลก” ภายในปี 2569
ความพยายามทั้งหมดนี้ได้ส่งผลให้ประเทศไทยมีอันดับดัชนีการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGDI) ของสหประชาชาติดีขึ้น โดยขยับจากอันดับที่ 55 ในปี 2565 เป็น อันดับที่ 52 ในปี 2567 (จาก 193 ประเทศ) และครองอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์
แต่เป้าหมายของรัฐบาลสูงกว่านั้น โดยตั้งเป้าให้การประเมินครั้งถัดไปในปี 2569 ประเทศไทยจะมีพัฒนาก้าวกระโดด จนมีระบบที่ดีเทียบเท่าประเทศผู้นำอย่างเดนมาร์ก เอสโตเนีย และสิงคโปร์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า งาน DG Summit 2025 คือการประกาศ “วิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัล” ของประเทศไทย และเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนประเทศให้เป็นต้นแบบด้านบริการภาครัฐดิจิทัล โดยสรุปว่า รัฐบาลดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็น “คำมั่นสัญญาว่าประชาชนจะได้รับการดูแลจากรัฐที่ดีขึ้นบนพื้นฐานของความโปร่งใส”
เป้าหมายของ DGA ในการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างแรงขับเคลื่อนจากพลังความร่วมมือของทั้งผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรรัฐและเอกชน เพื่อบูรณาการความร่วมมือยกระดับประเทศไทยให้ทันสมัย และทำให้ชีวิตคนไทยง่ายขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฯ ฉบับปัจจุบันที่ว่า “สะดวก มั่นใจ บริการภาครัฐไทยสําหรับทุกคน”
#รัฐบาลดิจิทัล #GovTech #DGSummit2025 #DGA #ทางรัฐSuperApp #เศรษฐกิจดิจิทัล #SinglePortal #OneDataOnceOnly #Cybersecurity #MDES #BizPortal #DigitalID #ทางรัฐ

