กสทช. เฮ! ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ชัด งบปี 67 โปร่งใสตามกฎหมาย

กสทช. เฮ! ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ชัด งบปี 67 โปร่งใสตามกฎหมาย

ผู้ตรวจการแผ่นดินยุติเรื่องร้องเรียน กรณีการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ของ กสทช. วงเงินกว่า 5.2 พันล้านบาท ชี้แจงกระบวนการโปร่งใส เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและดิจิทัล เดินหน้าภารกิจกำกับดูแลและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงผลคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นข่าวสำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในแวดวงอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยให้ยุติเรื่องร้องเรียนกรณีการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 หลังจากพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างถี่ถ้วนแล้ว พบว่ากระบวนการทั้งหมดของ กสทช. นั้นชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ

คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินงานของ กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลที่สำคัญของประเทศ แต่ยังเป็นการปลดล็อกความกังวลและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า งบประมาณวงเงินรวมกว่า 5,212.6961 ล้านบาท จะสามารถถูกนำไปใช้ในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมบูรณ์

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้เปิดเผยรายละเอียดของกระบวนการทั้งหมด เพื่อสร้างความกระจ่างต่อสาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม

เจาะลึกไทม์ไลน์: เส้นทางการจัดทำงบประมาณที่ตรวจสอบได้

ประเด็นสำคัญของข้อร้องเรียนที่ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินคือ การกล่าวหาว่า กสทช. และรองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนฯ ได้ร่วมกันพิจารณาและจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 โดยไม่เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม จากการชี้แจงของสำนักงาน กสทช. ได้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่เป็นระบบและมีขั้นตอนชัดเจน ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 ดังนี้

  • 5 เมษายน 2566: สำนักงาน กสทช. ได้เริ่มกระบวนการจัดทำงบประมาณอย่างเป็นทางการ โดยมีบันทึกแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานภายในทั้งหมด เพื่อให้จัดทำคำของบประมาณสำหรับปี 2567
  • 31 พฤษภาคม 2566: เป็นเส้นตายที่แต่ละหน่วยงานต้องส่งคำของบประมาณมายังสำนักยุทธศาสตร์และการงบประมาณ
  • 31 พฤษภาคม – 20 กันยายน 2566: คณะทำงานพิจารณางบประมาณของสำนักงาน กสทช. ได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณากลั่นกรองคำของบประมาณอย่างละเอียดรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดสรรงบประมาณจะเป็นไปเพื่อรองรับภารกิจขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการความคุ้มค่า ประหยัด และมีประสิทธิภาพสูงสุด และสอดคล้องกับกรอบของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553
  • 22 กันยายน 2566: หลังจากผ่านการกลั่นกรองภายใน สำนักงาน กสทช. โดยการมอบหมายของประธาน กสทช. ได้ทำหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ สทช 2101/33289 เสนอร่างงบประมาณดังกล่าวต่อเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งการดำเนินการนี้เป็นไปตามกรอบเวลาของกฎหมายที่กำหนดให้ต้องเสนอร่างงบประมาณต่อ สดช. ก่อนวันเริ่มปีงบประมาณใหม่ไม่น้อยกว่า 90 วัน
  • 7 ธันวาคม 2566: เมื่อพ้นกำหนดเวลา 30 วันในการพิจารณาของ สดช. สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไปทันที โดยจัดทำบันทึกด่วนที่สุด ที่ สทช 2101/ว936 ถึงคณะกรรมการ กสทช. ทุกคน เพื่อขอให้พิจารณาร่างงบประมาณดังกล่าวก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด กสทช. อย่างเป็นทางการ
  • การอนุมัติขั้นสุดท้าย: ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติอนุมัติงบประมาณในวงเงินรวม 5,212.6961 ล้านบาท พร้อมทั้งให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการบริหารงบประมาณต่อไป

จากลำดับเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้ข้อสรุปว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการงบประมาณ พ.ศ. 2560 จึงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการปฏิบัติที่นอกเหนือหน้าที่หรืออำนาจตามกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำวินิจฉัยให้ยุติเรื่องร้องเรียนดังกล่าวในที่สุด

บทวิเคราะห์: ความสำคัญของงบประมาณ 5.2 พันล้านบาทต่อทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

สำหรับภาคธุรกิจ การที่งบประมาณของ กสทช. ได้รับการรับรองความโปร่งใสและสามารถเดินหน้าได้ตามแผนนั้น มีนัยสำคัญมากกว่าแค่เรื่องกระบวนการภายในของหน่วยงานรัฐ แต่หมายถึงเสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบายกำกับดูแลที่จะส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด งบประมาณกว่า 5.2 พันล้านบาทนี้ คือ “เชื้อเพลิง” ที่จะขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในหลายมิติ อาทิ:

  1. การบริหารจัดการคลื่นความถี่: งบประมาณส่วนสำคัญจะถูกใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่านใหม่ๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G ขั้นสูง หรือแม้กระทั่งการวางรากฐานสำหรับเทคโนโลยี 6G ในอนาคต เสถียรภาพด้านงบประมาณหมายถึงการวางแผนระยะยาวที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการ
  2. การส่งเสริมการแข่งขันและป้องกันการผูกขาด: กสทช. มีภารกิจในการสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม งบประมาณจะถูกนำไปใช้ในการกำกับดูแลอัตราค่าบริการ การควบรวมกิจการ และการออกกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้เล่นทุกรายแข่งขันกันอย่างมีคุณภาพ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วประโยชน์จะตกอยู่กับผู้บริโภคและธุรกิจที่ใช้บริการ
  3. การคุ้มครองผู้บริโภคและแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี: ในยุคที่ภัยไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดหนัก งบประมาณของ กสทช. มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบและมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามปัญหาเหล่านี้ เช่น การจัดการซิมการ์ดลงทะเบียน, การระงับเบอร์ต้องสงสัย ซึ่งช่วยสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม
  4. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: งบประมาณส่วนหนึ่งจะถูกจัดสรรไปยังกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) หรือ USO เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังพื้นที่ห่างไกล เป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
  5. การกำกับดูแลกิจการดาวเทียมและเทคโนโลยีใหม่: โลกกำลังเข้าสู่ยุค New Space Economy กสทช. ต้องมีงบประมาณที่เพียงพอในการกำกับดูแลกิจการดาวเทียม การออกใบอนุญาต และการส่งเสริมเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีมูลค่ามหาศาล

ดังนั้น คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการให้ “ไฟเขียว” แก่ กสทช. ในการเดินหน้าโครงการและภารกิจเหล่านี้อย่างเต็มกำลัง ซึ่งจะส่งผลให้ระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีความแข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

บทสรุป: สร้างความเชื่อมั่น เดินหน้าสู่อนาคต

การยุติเรื่องร้องเรียนโดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. ในการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ แม้จะต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มข้น แต่สุดท้ายข้อเท็จจริงก็ได้แสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดทำงบประมาณเป็นไปตามครรลองของกฎหมายทุกประการ

สำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุน นี่คือสัญญาณบวกที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงความมีเสถียรภาพขององค์กรกำกับดูแล เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่านโยบายและการดำเนินงานต่างๆ จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดหยุดลงเพราะปัญหาภายใน ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนธุรกิจและการตัดสินใจลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและดิจิทัลสามารถทำได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น บัดนี้ กสทช. สามารถมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ภารกิจหลักในการกำกับดูแลและผลักดันอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภาพรวม

#กสทช #NBTC #งบประมาณ2567 #ผู้ตรวจการแผ่นดิน #เศรษฐกิจดิจิทัล #โทรคมนาคม #ธรรมาภิบาล #ข่าวเศรษฐกิจ #การลงทุน #กฎหมาย

Related Posts