เทลสกอร์ ตอกย้ำสถานะผู้นำด้าน Influencer Marketing ประกาศจัดงาน “Thailand Influencer Awards 2025” ภายใต้แนวคิด “Creators of Change – ครีเอเตอร์เปลี่ยนโลกพารอด” ชี้ทิศทางตลาดครีเอเอเตอร์ยังโตแกร่งทั่วโลก คาดปี 68 มูลค่าพุ่งแตะ 32,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แนะทางรอดครีเอเตอร์ไทยในยุค AI ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ชู ‘Personal Branding’ และ ‘Human Connection’ เป็นอาวุธสำคัญ พร้อมจับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ ไทยประกันชีวิต, ไอคอนสยาม และ depa ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่และผลักดันศักยภาพอินฟลูเอนเซอร์ไทยสู่เวทีระดับภูมิภาค
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลาดครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์กลับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Statista.com ระบุว่า มูลค่าตลาดครีเอเตอร์ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 20-30% ต่อปี โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดจะพุ่งสูงถึง 32,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังและอิทธิพลของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้ความบันเทิง แต่ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัล ด้วยเหตุนี้ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ผู้นำด้าน Influencer Marketing และผู้ขับเคลื่อนวงการครีเอเตอร์ไทย จึงได้ประกาศจัดงาน “Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore” เวทีใหญ่แห่งปีเพื่อเชิดชูเกียรติสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ และแคมเปญการตลาดที่สร้างสรรค์จากแบรนด์และเอเจนซี โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรหลักอย่าง ไทยประกันชีวิต และไอคอนสยาม เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานและสร้างคุณค่าให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิดหลักของการจัดงานในปีนี้คือ “Creators of Change – ครีเอเตอร์เปลี่ยนโลกพารอด” ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าการเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่หมายถึงกลุ่มคนที่ใช้พลังแห่งการเล่าเรื่องและความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ การมอบความรู้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการเป็นแสงสว่างในยามที่สังคมเผชิญกับความผันผวนทางการเมืองและภัยพิบัติ ครีเอเตอร์ในวันนี้จึงเป็นทั้งแรงบันดาลใจ แหล่งความรู้ และพลังขับเคลื่อนที่ทำให้ผู้คนมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทอย่างสูงและสร้างความท้าทายให้กับทุกวงการ คุณสุวิตามองว่าทางรอดของครีเอเตอร์ไม่ใช่การต่อต้าน แต่คือการ “อยู่ร่วมกับเอไอ” อย่างสร้างสรรค์และชาญฉลาด เธอย้ำว่าเทรนด์สำคัญที่แบรนด์และครีเอเตอร์ต้องปรับตัวคือ การสร้างแบรนด์ผ่านครีเอเตอร์ (Branding via Creators) ที่ต้องก้าวข้ามการสร้างความแตกต่างแบบผิวเผิน ไปสู่การ “บอกเล่าอย่างมี Human Connection” ซึ่งเป็นการสื่อสารที่เชื่อมโยงกับผู้คนในระดับที่ลึกซึ้ง ว่าแบรนด์กำลังนำเสนอคุณค่าอะไร และครีเอเตอร์ที่มาร่วมงานนั้นมีความเชื่อมโยงกับคอมมูนิตี้ของตนเองอย่างไร กลยุทธ์การตลาดแบบ O2O (Online-to-Offline) ผ่านกิจกรรมจริง เช่น อีเวนต์ หรือเวิร์กชอป จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความผูกพันที่แข็งแกร่งและจับต้องได้
“สำหรับประเด็น AI ทางรอดคือการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ครีเอเตอร์อาจสร้าง AI Avatar ของตัวเองเพื่อทำคอนเทนต์สั้นๆ หรือใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการสร้างแบรนด์ แต่หัวใจสำคัญที่สุดคือต้องสื่อสารอย่างโปร่งใส ระบุให้ชัดเจนว่าคอนเทนต์ส่วนไหนมาจาก AI เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มคุณค่าและความน่าเชื่อถือให้กับครีเอเตอร์ในสายตาของทั้งแบรนด์และผู้ติดตาม” นางสาวสุวิตากล่าว
เมื่อมองถึงภูมิทัศน์ของแพลตฟอร์มออนไลน์ คุณสุวิตาวิเคราะห์ว่า TikTok ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ YouTube ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการหันมาให้ความสำคัญกับ Long-form Content และรุกตลาด Social Commerce อย่างเต็มตัว ส่วน Instagram ยังคงเป็นพื้นที่ของ Trend Setter โดยเฉพาะฟอร์แมต Story ที่สร้าง Engagement ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มที่น่าจับตามองอย่าง Lemon8 ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่ม Gen Z ด้วยรูปแบบคอนเทนต์ที่ง่ายและรวดเร็ว และ XiaoHongShu แพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซจากจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทยและอาเซียน ซึ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับครีเอเตอร์ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษและจีนในการสร้างสรรค์คอนเทนต์
อีกหนึ่งโอกาสใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ กลุ่มครีเอเตอร์ LGBTQ+ ในบริบทของ Rainbow Economy ซึ่งไม่เพียงสะท้อนสังคมไทยที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลาย แต่ยังเป็นจุดเด่นที่ทรงพลังในระดับสากล แบรนด์ที่ทำงานร่วมกับครีเอเตอร์กลุ่มนี้ นอกจากจะได้รับประโยชน์ในเชิงธุรกิจแล้ว ยังสามารถสร้างความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Bonding) และความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคยุคใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความไว้วางใจ (Trust), ความจริงแท้ (Authenticity) และการยอมรับความแตกต่าง (Inclusion)
“ตลาดนี้ยังโตแน่นอน แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่การเติบโตจะไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ครีเอเตอร์และแบรนด์ต้องปรับตัวอย่างยิ่งยวด ต้องมองทั้ง Geopolitics ระดับโลกและโอกาสในภูมิภาค โดยเฉพาะอาเซียน และควรเริ่มสร้างคอนเทนต์ภาษาอังกฤษหรือจีนเพื่อเจาะตลาดต่างประเทศ เพราะความต้องการของตลาดเปลี่ยนแปลงเร็วมาก จาก Awareness ไปสู่ Conversion และ KPI ที่ซับซ้อนขึ้น ใครปรับตัวได้คือผู้ที่จะอยู่รอด” สุวิตากล่าวสรุป
พันธมิตรผนึกกำลัง สร้างคุณค่าและความหมายให้โซเชียลมีเดีย
หัวใจสำคัญของการจัดงานในปีนี้คือความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากพันธมิตรชั้นนำ โดย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับเทลสกอร์เปิดตัวแคมเปญ “ทำโซเชียลให้มีความหมาย” เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนร่วมกันสร้างสรรค์และแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและคุณค่าอย่างแท้จริง
นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เจตนารมย์ของไทยประกันชีวิตคือการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้สังคมเห็นคุณค่าของความรักและชีวิต ที่ผ่านมาเราทำหน้าที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ผ่านแคมเปญโฆษณามาอย่างต่อเนื่อง และแคมเปญ ‘ทำโซเชียลให้มีความหมาย’ ก็คือการต่อยอดความตั้งใจนั้น เพื่อเจือจางคอนเทนต์ที่ไม่มีคุณค่า และทำให้ทุกครั้งที่ผู้คนเข้ามาบนโซเชียลมีเดียได้พบกับเรื่องราวที่ทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น”
เธอยังเสริมอีกว่า “ทุกวันนี้ทุกคนสามารถเป็น Creator ได้ การ Co-Creation กับ Creator ที่หลากหลายและให้พวกเขาได้เล่าเรื่องในแบบของตัวเอง จะทำให้เกิด Content คุณภาพในหลายมิติ เข้าถึงคนในวงกว้าง และยังช่วย Refresh แบรนด์ไทยประกันชีวิตให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น”
เพื่อตอกย้ำความตั้งใจดังกล่าว ไทยประกันชีวิตยังได้ร่วมมอบรางวัลพิเศษ ‘Best Meaningful Content by Thai Life Insurance’ ให้แก่ครีเอเตอร์ที่ผลิตคอนเทนต์ทรงพลังและสร้างคุณค่าต่อสังคม โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท จำนวน 5 รางวัล พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศบนเวที Thailand Influencer Awards 2025
ด้าน บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ในฐานะพันธมิตรด้านสถานที่จัดงาน นางสุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ไอคอนสยามให้ความสำคัญกับครีเอเตอร์มาโดยตลอด และมีการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ในสัดส่วนที่สูง การสนับสนุนงานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการส่งเสริมบทบาทของครีเอเตอร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในฐานะ Soft Power ของประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่เฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกัน และช่วยให้ไอคอนสยามเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านคอนเทนต์ที่ทรงพลัง เราเชื่อว่างานนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนครีเอเตอร์ไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน”
ภาครัฐชูครีเอเตอร์เป็น ‘ผู้ประกอบการดิจิทัล’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ในมุมมองของภาครัฐ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ เน้นย้ำว่า บทบาทของครีเอเตอร์ในปัจจุบันได้ก้าวข้ามการเป็นผู้สร้างความบันเทิง ไปสู่การเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ภาครัฐมองเห็นศักยภาพของครีเอเตอร์ในการเป็น “ผู้ประกอบการดิจิทัลรุ่นใหม่” ที่สามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศได้อย่างแท้จริง
“ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่นำไปสู่การเกิดอาชีพและธุรกิจใหม่ๆ การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และแบรนด์ท้องถิ่นผ่าน Social Commerce ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขยายตลาดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาช่องทางดั้งเดิม นอกจากนี้ ครีเอเตอร์ยังมีส่วนสำคัญในการต่อยอดการท่องเที่ยว ศิลปะบันเทิง และ Soft Power ไทย โดยการสร้างคอนเทนต์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก” ดร.วารินกล่าว
การจัดงาน Thailand Influencer Awards 2025 ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำอีกมากมาย อาทิ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), Grab และพันธมิตรอีกหลายภาคส่วน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งที่มุ่งมั่นจะยกระดับอุตสาหกรรมอินฟลูเอนเซอร์ไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล
ท้ายที่สุดแล้ว งาน Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งการมอบรางวัล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าไว้ด้วยกันเพื่อร่วมสร้างมาตรฐานใหม่และผลักดันให้อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ไทยเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
#ThailandInfluencerAwards2025 #Tellscore #CreatorsOfChange #ครีเอเตอร์เปลี่ยนโลกพารอด #InfluencerMarketing #เศรษฐกิจดิจิทัล #AI #PersonalBranding #HumanConnection #ไทยประกันชีวิต #ICONSIAM #depa #SoftPower

