ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด (The Ascott Limited) ผู้ประกอบการธุรกิจเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ชั้นนำระดับโลก ประกาศทิศทางการเติบโตครั้งสำคัญในประเทศไทยและลาว ตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำตลาดที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่าสองทศวรรษ พร้อมเปิดตัวกลยุทธ์เชิงรุก 3 แกนหลัก มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทเต็มรูปแบบภายใต้โมเดล Asset-Light ปักหมุดเมืองท่องเที่ยวสำคัญ โดยชูโครงการ “แอสคอทท์ อะโบฟ ป่าตอง ภูเก็ต (Ascott Above Patong Phuket)” เป็นโครงการเรือธงแห่งแรกในรูปแบบรีสอร์ท สะท้อนความเชื่อมั่นและศักยภาพของตลาดการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
คุณคณิต แสงมุกดา ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและลาว บริษัท ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินงานว่า ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์หลักของแอสคอทท์เสมอมา ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง แม้ในปี 2568 ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเผชิญกับความท้าทาย แต่ด้วยรากฐานที่มั่นคงของบริษัท ทำให้สามารถยืนหยัดและพร้อมที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต ปัจจุบัน แอสคอทท์บริหารจัดการโครงการที่เปิดให้บริการแล้วรวม 27 แห่ง และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา (Pipeline) อีก 4 แห่ง รวมจำนวนห้องพักและยูนิตในความดูแลมากกว่า 6,700 ยูนิต ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
หัวใจสำคัญที่ทำให้แอสคอทท์แตกต่างและสามารถรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน คือความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าองค์กร (Corporate Segment) ทั้งในรูปแบบการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว (Long Stay) ซึ่งถือเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงและเป็นจุดแข็งที่โดดเด่นของบริษัทเสมอมา คุณคณิตกล่าวว่า “เรากล้าพูดได้ว่าแอสคอทท์เป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ของประเทศไทย ด้วยสัดส่วนทางการตลาดที่เหนือกว่าคู่แข่ง ทำให้แม้ในยามที่กลุ่มนักท่องเที่ยวพักผ่อน (Leisure) ชะลอตัว เรายังมีการเติบโตจากกลุ่มลูกค้านักธุรกิจ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้กับเจ้าของสินทรัพย์ (Owner) ที่ไว้วางใจให้เราบริหาร”
จากรากฐานที่มั่นคงนี้ แอสคอทท์ได้วางกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ประการแรกคือ “Multi-typology & Flex-Hybrid” ซึ่งเป็นการปฏิวัติแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากเดิมที่เน้นเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ไปสู่การผสมผสานรูปแบบการให้บริการที่หลากหลาย ทั้งโรงแรม รีสอร์ท และ Co-Living เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่การพักผ่อนหรือการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แอสคอทท์ได้พัฒนาโมเดลห้องพักแบบ Flex-Hybrid ที่ยังคงเอกลักษณ์ของเซอร์วิสเรสซิเดนซ์เอาไว้ เช่น การมีพื้นที่ครัวขนาดเล็ก (Kitchenette) และเครื่องซักผ้าภายในห้องพัก แต่สามารถนำเสนอเพื่อรองรับการเข้าพักระยะสั้นแบบโรงแรมได้อย่างลงตัว ทำให้แขกที่เข้าพักได้รับความสะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเดินทางยุคใหม่และกลุ่ม Digital Nomads มองหา
กลยุทธ์ประการที่สองคือการเดินหน้าสู่ “Asset-Light Model” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความคล่องตัวและเร่งสปีดการขยายเครือข่ายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่อาจมีการลงทุนในสินทรัพย์เอง แอสคอทท์จะหันมามุ่งเน้นการเติบโตผ่าน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ สัญญาบริหารจัดการ (Management Agreement) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนถึง 95% ของพอร์ตโฟลิโอ, สัญญาแฟรนไชส์ (Franchise Agreement) ซึ่งเป็นโมเดลที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในตลาดประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนและเจ้าของโรงแรมในปัจจุบันมีความรู้ความสามารถในการบริหารงานเองมากขึ้น แต่ยังคงต้องการอาศัยความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับโลก เครือข่ายการขาย และโปรแกรมสมาชิก (Loyalty Program) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสุดท้ายคือโมเดล “Branded Residence” การนำแบรนด์ที่แข็งแกร่งของแอสคอทท์ไปใช้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย พร้อมมอบบริการมาตรฐานระดับโรงแรมให้กับลูกบ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้และขยายการรับรู้ของแบรนด์
และกลยุทธ์ประการสุดท้ายซึ่งถือเป็นทิศทางใหม่ที่ชัดเจนที่สุดคือ การรุกตลาดเมืองท่องเที่ยว (Leisure Destination) อย่างจริงจัง แอสคอทท์เล็งเห็นถึงโอกาสมหาศาลในการขยายฐานธุรกิจจากที่ตั้งเดิมซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองอุตสาหกรรมอย่างศรีราชา ไปสู่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก การตัดสินใจครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดโครงการเรือธงที่น่าจับตามองที่สุด นั่นคือ “แอสคอทท์ อะโบฟ ป่าตอง ภูเก็ต รีสอร์ท (Ascott Above Patong Phuket Resort)” ซึ่งนับเป็นรีสอร์ทเต็มรูปแบบแห่งแรกในพอร์ตโฟลิโอของแอสคอทท์ และยังเป็นโครงการ Branded Residence แห่งแรกอีกด้วย
โดยโครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพบริเวณเนินเขาป่าตอง ประกอบด้วยห้องพักในส่วนรีสอร์ทกว่า 200 ห้อง มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570 ซึ่งจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่นำพาแบรนด์ Ascott เข้าสู่สมรภูมิรีสอร์ทในภูเก็ตอย่างเป็นทางการ และเป็นใบเบิกทางสู่การขยายโครงการในลักษณะเดียวกันไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพัทยา หัวหิน สมุย หรือเชียงใหม่
นอกเหนือจากโครงการที่ภูเก็ตแล้ว ในแผนการขยายงานยังมีโครงการ ซิตี้ดีนส์ เมืองชลบุรี (Citadines Mueang Chonburi) และโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ โอ๊ควูด (Oakwood) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งใกล้จะมีการลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ การขยายไปยังหาดใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงการมองเห็นศักยภาพของเมืองเศรษฐกิจรอง ที่เป็นศูนย์กลางของภาคใต้และมีกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเป็นตลาดหลัก
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 แม้จะต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวของตลาด แต่แอสคอทท์ยังคงรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในระดับที่น่าพอใจ โดยกรุงเทพฯ อยู่ที่ 68% ศรีราชาและพัทยา 70% และเวียงจันทน์สูงถึง 80% ซึ่งเป็นผลมาจากฐานลูกค้า Long Stay ที่แข็งแกร่ง สำหรับปี 2569 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 7% และคาดว่าอัตราการเข้าพักโดยรวมจะปรับตัวสูงขึ้นอีก 5% โดยมองว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับใกล้เคียงกับปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่อุตสาหกรรมทำผลงานได้ดี
ในมิติของความยั่งยืน แอสคอทท์ยังคงดำเนินงานภายใต้กรอบ Ascott Cares ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนชุมชน และการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลักดันให้ทุกโรงแรมและเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ในเครือทั่วโลก ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล GSTC (Global Sustainable Tourism Council) ภายในปี 2571 เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม
คุณคณิตได้ทิ้งท้ายถึงโอกาสในอนาคตว่า แอสคอทท์กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ตลาด “Active Senior Living” หรือที่พักสำหรับผู้สูงวัยที่มีคุณภาพชีวิตดี ซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในสังคมสูงอายุ ประกอบกับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณของชาวต่างชาติ การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในฐานะผู้นำเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ แต่กำลังพลิกโฉมองค์กรเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้เล่นคนสำคัญในทุกมิติของธุรกิจโรงแรมและการบริการ ด้วยกลยุทธ์ที่เฉียบคม การปรับตัวที่ทันต่อกระแสโลก และความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อศักยภาพของประเทศไทย
#AscottThailand #ดิแอสคอทท์ #ธุรกิจโรงแรม #อสังหาริมทรัพย์ #ข่าวเศรษฐกิจ #LeisureDestination #AscottAbovePatong #ภูเก็ต #กลยุทธ์ธุรกิจ #เซอร์วิสเรสซิเดนซ์ #การท่องเที่ยวไทย

