“พราว เรียล เอสเตท” ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดลักซ์ชัวรี เปิดตัว “The Residences at InterContinental Phuket Resort” จำนวน 111 ยูนิต มูลค่าหลายพันล้านบาท ชูทำเล “หาดกมลา” ที่ดินหายาก เปรียบดั่ง “Hidden Gem” ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ “สุวัจน์” ชี้เหมือน 6 ปีก่อนที่เปิดตัวหัวหินสวนโควิด-19 “พราวพุธ” กางวิสัยทัศน์ “Phuket 2.0” ยกระดับจากเมืองท่องเที่ยวสู่ “บ้านหลังหลัก” ชูมาตรฐาน “FitWell” แห่งแรกที่ดูแลสุขภาวะผู้อยู่อาศัย เจาะกลุ่มต่างชาติ 80%
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ท่ามกลางภาวะความท้าทายทางเศรษฐกิจที่อุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวและอุปทานคงค้างยังเป็นที่น่ากังวล บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญให้กับวงการ ด้วยการประกาศเปิดตัวโครงการระดับแฟล็กชิป “The Residences at InterContinental Phuket Resort” อย่างเป็นทางการ สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดลักซ์ชัวรีระดับบน (Ultra-Luxury) และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการ Branded Residences ที่หาคู่แข่งได้ยาก
การเปิดตัวครั้งนี้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในธีม “Heaven’s Awakening” เปรียบดั่งการปลุกสวรรค์บนดินให้ตื่นขึ้น โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการปรากฏตัวของโมเดลจำลองโครงการ พร้อมนิทรรศการที่บอกเล่าแรงบันดาลใจและปรัชญา “All is Well” หรือ “เพื่อชีวิตดีที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจของพราวฯ ที่เชื่อว่าที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่ต้องเป็นที่มาของแรงบันดาลใจและความสุขที่สมดุลของผู้อยู่อาศัย
กางวิสัยทัศน์ “Phuket 2.0” – จากเมืองท่องเที่ยวสู่ “บ้านหลังหลัก”
คุณพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมต่อการเปลี่ยนแปลงของภูเก็ตในปัจจุบันว่า ภูเก็ตกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หรือที่เรียกว่า “Phuket 2.0” โดยไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวระดับโลก (World-Class Tourist Destination) อีกต่อไป แต่กำลังยกระดับตัวเองกลายเป็น “เมืองที่อยู่อาศัยหลัก” (Main Residence) ชั้นนำของโลก
คุณพราวพุธ อธิบายว่า “หลังช่วงโควิด-19 เราเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนว่าชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เลือกย้ายมาพำนักถาวรในภูเก็ต ไม่ใช่แค่มาท่องเที่ยวระยะสั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ได้ดึงดูดธุรกิจใหม่ๆ นักลงทุน และเม็ดเงินลงทุนมหาศาลให้หลั่งไหลเข้ามา ภูเก็ตกำลังพัฒนาไปสู่การเป็น Sustainable Wellness Destination หรือจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่ยั่งยืน คล้ายกับการยกระดับของอิบิซา (Ibiza) หรือบาหลี ที่เปลี่ยนจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวทั่วไป สู่จุดหมายปลายทางที่เน้นคุณภาพชีวิต”
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อน “Phuket 2.0” คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง ทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่มีความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้น (Public-Private Partnership) เพื่อผลักดันภูเก็ตไปในทิศทางเดียวกัน โดยเน้นความยั่งยืน (Sustainability) เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดการน้ำ โดยการดึงน้ำจากแผ่นดินใหญ่มายังภูเก็ต หรือโครงการเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมที่กำลังเร่งรัด ทั้งอุโมงค์กระทู้-ป่าตอง และทางด่วนจากเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กระทู้ ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับภูเก็ตจาก “High Volume” (เน้นปริมาณนักท่องเที่ยว) ไปสู่ “High End” (เน้นคุณภาพและกำลังซื้อ)
“สุวัจน์” ชี้กล้าลงทุนสวนวิกฤต คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ
ในงานเปิดตัวครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวเปิดงาน โดยได้ให้มุมมองที่น่าสนใจถึงการตัดสินใจลงทุนครั้งนี้ว่า เปรียบได้กับการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ 6 ปีที่แล้ว
นายสุวัจน์ ย้อนความหลังว่า “เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ผมได้มาเปิดโครงการ InterContinental Residences หัวหิน ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ท้าทายมาก เพราะเราเปิดตัวท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 หลายคนตั้งคำถามว่าจะขายได้หรือ แต่โครงการก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง ขายหมด (Sold Out) ในราคาที่สูงมาก กว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหัวหิน”
ปัจจัยความสำเร็จในครั้งนั้น มาจากการเลือกทำเล (Location) ที่ถูกต้อง, สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น, การบริหารจัดการระดับโลกจากเครือ InterContinental และสิ่งอำวยความสะดวกที่ครบครัน นายสุวัจน์มองว่า การเปิดตัวที่ภูเก็ตในวันนี้ ก็เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้ง ทั้งอุปสงค์ที่น้อย และอุปทานที่เหลือ แต่ท่านเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญ (Expertise) ของพราวฯ ในตลาดลักซ์ชัวรีและ Branded Residences ที่พิสูจน์มาแล้ว
“การเลือกทำเลที่ภูเก็ตนั้นถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะภูเก็ตคือ ‘เกาะสวรรค์’ (Paradise) ที่คนทั่วโลกรู้จัก และเป็น ‘บ้านหลังที่สอง’ ของชาวต่างชาติ” นายสุวัจน์กล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบ 3 อย่างที่ทำให้ภูเก็ตเป็นเกาะสวรรค์ ได้แก่ 1. ธรรมชาติ (Nature) ที่อุดมสมบูรณ์ แวดล้อมด้วย 5 อุทยานแห่งชาติ (สิรินาถ, อ่าวพังงา, พีพี, สิมิลัน, สุรินทร์) 2. สิ่งที่มนุษย์สร้าง (Man-Made) ที่มีความพร้อมระดับโลก ทั้ง 5 ท่าจอดเรือยอชต์, 5 สนามกอล์ฟ, โรงแรมที่ได้ “มิชลิน คีย์” ถึง 12 แห่ง (รวมถึง InterContinental ภูเก็ต ที่ได้ 2 คีย์) และร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์และบิบกูร์มองด์ 56 แห่ง และ 3. วัฒนธรรม (Culture) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส และประเพณีกินเจ

“ภูเก็ตจะยิ่งใหญ่กว่านี้อีกมาก” นายสุวัจน์เน้นย้ำถึงอนาคต โดยอ้างอิงการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ที่เพิ่งจัดให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้สูงอายุ (Retirement) โดย 4 เมืองสำคัญคือ ภูเก็ต, หัวหิน, เชียงใหม่ และโคราช ประกอบกับ 3 โครงการใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานงบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท (มอเตอร์เวย์, อุโมงค์ป่าตอง, ระบบขนส่งมวลชน) ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“การมีที่อยู่อาศัยที่นี่จึงไม่ใช่แค่การมีบ้าน แต่คือการ ‘ครอบครองทรัพย์สินที่มีคุณค่า’ (Valuable Asset) ที่สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ ผมขอชื่นชมและขอบคุณพราว เรียลเอสเตท ในฐานะภาคเอกชนที่กล้าตัดสินใจลงทุนหลายพันล้านบาทในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนอื่น ๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และเป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศด้วย” นายสุวัจน์กล่าวสรุป
“หาดกมลา” ทำเลหายาก (Rarity) อัญมณีที่ซ่อนอยู่
หากภูเก็ตคือเกาะสวรรค์ “หาดกมลา” ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ ก็คือ “Hidden Gem” หรืออัญมณีที่ซ่อนอยู่ของเกาะสวรรค์แห่งนี้ คุณพราวพุธ อธิบายถึงความหายาก (Rarity) ของทำเลนี้ว่า ที่ดินส่วนใหญ่ในอ่าวกมลาซึ่งมีความยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตรนั้น เป็นที่ราชพัสดุ ทำให้ที่ดินเอกชนที่ “ติดทะเลจริงๆ” (Direct Beachfront) แทบจะหาไม่ได้อีกแล้ว การได้มาซึ่งที่ดินผืนนี้เพื่อพัฒนาโครงการระดับนี้ จึงถือเป็นความพิเศษอย่างแท้จริง
ด้านนายสุวัจน์ได้เสริมว่า หาดกมลามีความพิเศษคือ มีลักษณะคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว และเป็นจุดที่สามารถเห็นได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น (Sunrise) และพระอาทิตย์ตก (Sunset) นอกจากนี้ กมลายังเป็นที่ตั้งของ “Millionaire’s Mile” (ถนนเศรษฐี) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของบ้านพักหรูหราราคาแพงในภูเก็ต ทำให้ทำเลนี้ยังคงไว้ซึ่งความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว แต่ก็รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาว และร้านอาหารมิชลิน
มาตรฐาน “FitWell” ครั้งแรกที่ดูแลสุขภาวะคน ไม่ใช่แค่อาคาร
ภายใต้วิสัยทัศน์ “All is Well” ของพราวฯ โครงการนี้ได้ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยไปอีกขั้น ด้วยการออกแบบตามมาตรฐาน FitWell Certification จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งริเริ่มโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC)
คุณพราวพุธ ได้อธิบายความแตกต่างที่สำคัญว่า “หลายคนคุ้นเคยกับมาตรฐาน LEED ที่เน้นการประหยัดพลังงาน ซึ่งดีต่อโลก แต่ FitWell เป็นมาตรฐานที่เน้นการดูแล Wellbeing หรือสุขภาวะที่ดีของ ‘ผู้อยู่อาศัย’ โดยตรง”
มาตรฐาน FitWell จะลงลึกในรายละเอียดที่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น การออกแบบต้องมีแสงธรรมชาติเพียงพอ, การใช้วัสดุที่ปลอดสารก่อมะเร็ง (Non-Toxic Materials) และการควบคุมระดับเสียง (เดซิเบล) เพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุด ที่สำคัญ FitWell ไม่ได้ดูแค่ตอนสร้างเสร็จ แต่ยังครอบคลุมถึงการดำเนินงาน (Operation) ระยะยาวหลังเข้าอยู่ด้วย เช่น การการันตีคุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้, การจัดการ PM2.5 ภายในอาคาร และการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ผักออร์แกนิก
Branded Residence ที่ “แท้จริง” แห่งที่ 5 ของโลก
ความพิเศษสุดของโครงการนี้ คือการเป็น Branded Residence ที่บริหารโดยเครือ InterContinental Hotels Group (IHG) อย่างแท้จริง คุณพราวพุธชี้ว่า โครงการนี้จะเป็น InterContinental Residence แห่งที่ 5 ของโลก และมีความแตกต่างจากโครงการที่หัวหินอย่างชัดเจน
“ที่หัวหิน โครงการเรสซิเดนซ์เป็นแบบ Stand Alone อยู่ห่างจากตัวโรงแรม 1 กิโลเมตร แต่ที่ภูเก็ต โครงการของเราอยู่ ‘ติดกับ’ (Adjacent to) โรงแรม InterContinental Phuket Resort เลย” คุณพราวพุธกล่าว “ทำให้ผู้อยู่อาศัยเปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม สามารถเดินไปใช้บริการและ Wellness Facility ของโรงแรมได้เต็มที่ ทั้งสปา, Personal Trainer หรือห้องอาหาร ซึ่งตัวโรงแรม InterContinental ภูเก็ตเอง ก็เป็นแห่งเดียวในโลกของแบรนด์ที่ได้รับ 2 Michelin Keys ถึง 2 ปีซ้อน”
สิทธิประโยชน์ที่หาที่ไหนไม่ได้ คือลูกบ้านทุกท่านจะได้รับสถานะสูงสุด Diamond Elite Membership ของ IHG One Rewards เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ VIP ในการเข้าพักโรงแรมเครือ IHG กว่า 6,000 แห่งทั่วโลก พร้อมรับสิทธิ์ Proud Privilege ในการเข้าใช้บริการของพาร์ทเนอร์ในเครือพราวทั้งที่หัวหิน ภูเก็ต และกรุงเทพฯ
เจาะกลุ่มต่างชาติ 80% และการแก้ Pain Point ค่าส่วนกลาง
คุณพราวพุธวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ว่าจะแตกต่างจากที่หัวหินโดยสิ้นเชิง “ที่หัวหิน สัดส่วนคือคนไทย 80% ต่างชาติ 20% แต่สำหรับภูเก็ต เราคาดว่าสัดส่วนจะกลับกัน คือเป็น ต่างชาติ 80% และคนไทย 20%”
กลุ่มเป้าหมายนี้ คือกลุ่มที่มองหาความหรูหราที่ “Timeless” (เหนือกาลเวลา) และ “Consistent” (คงเส้นคงวา) ซึ่งตรงกับแก่นของแบรนด์ InterContinental ไม่ใช่ความหรูหราที่ฉาบฉวยหรือฉูดฉาด (Extra)
โครงการ The Residences at InterContinental Phuket Resort มีจำนวนจำกัดเพียง 111 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท โดยมีราคาเฉลี่ยประมาณ 260,000 บาทต่อตารางเมตร และมีค่าส่วนกลาง 120 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
จุดเด่นที่น่าสนใจคือ ค่าส่วนกลางนี้ “ได้รวมบริการทำความสะอาดห้อง 1 ครั้งต่อเดือน” ไว้ด้วย ซึ่งคุณพราวพุธอธิบายว่านี่คือการแก้ปัญหา (Pain Point) ของคอนโดตากอากาศ ที่มักมีฝุ่นหรือกลิ่นอับเมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาอยู่นานๆ
ส่วนนโยบายการปล่อยเช่า โครงการอนุญาตให้ปล่อยเช่าได้ แต่ต้องเป็น “ระยะยาว (30 วันขึ้นไป)” เท่านั้นตามกฎหมายไทย ซึ่งสอดรับกับตลาดเช่าระยะยาวในภูเก็ตที่มีอยู่จริง เช่น กลุ่ม Digital Nomads ที่เช่า 3-6 เดือน หรือเช่าเป็นปี อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่จะซื้อไว้เพื่อ “อยู่เอง” เป็นหลัก ทำให้ Supply สำหรับการปล่อยเช่ามีไม่เยอะ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาว
โครงการนี้จะเริ่มตอกเสาเข็มในเดือนพฤศจิกายน 2025 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี 2027 โดยทางพราวฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 50% ภายใน 3-4 เดือน สะท้อนความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ “Live Beyond Boundaries in Paradise” อย่างแท้จริง
#พราวเรียลเอสเตท #ProudRealEstate #TheResidencesAtInterContinentalPhuketResort #InterContinentalPhuket #BrandedResidence #Phuket2 #ภูเก็ต #อสังหาภูเก็ต #คอนโดหรูภูเก็ต #หาดกมลา #FitWell #AllisWell #สุวัจน์ลิปตพัลลภ #พราวพุธลิปตพัลลภ #ลงทุนอสังหา #เศรษฐกิจ

