กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตอกย้ำความสำคัญของพลังอาสาสมัครและองค์กรภาคสังคมในฐานะ “หุ้นส่วน” สำคัญในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการสังคม ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในงาน “วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – พิธีประกาศเกียรติคุณซึ่งจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร ได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธี โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม
พลัง “อาสาสมัคร” สินทรัพย์ทางสังคมที่ประเมินค่าไม่ได้
นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พม. กล่าวรายงานว่า บทบาทของอาสาสมัครมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อภารกิจของ พม. และกระทรวงอื่นๆ แม้งานอาสาสมัครหลายภารกิจจะไม่ได้รับค่าตอบแทน และบางครั้งต้องอาศัยการสละกำลังทรัพย์ส่วนตัวและกำลังกาย แต่พลังแห่งความเสียสละนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม
ในเชิงเศรษฐศาสตร์สังคม (Socioeconomics) แม้แรงงานอาสาสมัครจะไม่ถูกนับรวมในตัวเลข GDP แต่ถือเป็น “สินทรัพย์ทางสังคม” (Social Asset) ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐในการจัดบริการสังคม และสร้างมูลค่าทางสังคมมหาศาล
นายอัคราเน้นย้ำว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงเป็นต้นแบบและริเริ่มแนวทางไว้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานสืบสาน รักษา และต่อยอด กระทรวง พม. จึงขอยกย่องและเป็นกำลังใจให้อาสาสมัครทุกท่านเป็นแบบอย่างที่เข้มแข็งต่อไป

การผนึกกำลัง “หุ้นส่วน” สู่การคุ้มครองทางสังคมที่ยั่งยืน
การจัดงานในปี 2568 นี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จย่า และเพื่อเชิดชูเกียรติอาสาสมัครดีเด่น 265 ราย และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น 25 องค์กร
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในงาน คือ การประชุมสมัชชาสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 33 ในหัวข้อ “การผนึกกำลังหุ้นส่วนในการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อการคุ้มครองทางสังคม”
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายมิติ ทั้งภัยธรรมชาติ, ปัญหาความยากจน, การตกงานกะทันหัน และการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ดังนั้น การยกระดับแผนพัฒนางานสวัสดิการสังคมไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทั้งองค์การเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน และอาสาสมัคร
“ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ พม. และภาคีเครือข่าย จะได้ร่วมกันคิด แลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อให้การจัดสวัสดิการสังคมสอดคล้องกับสถานการณ์ และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุม และเป็นธรรม” นายกันตพงศ์ กล่าว
นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พม. กล่าวถึงความเป็นมาว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2528 กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็น “วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ”
ต่อมา ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2543 เห็นชอบให้วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันอาสาสมัครไทย” อีกวันหนึ่ง กระทรวง พม. จึงร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จัดงานนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ “พระมารดาแห่งการสังคมสงเคราะห์” และยกย่องคนดีที่เสียสละเพื่อสังคม
#TheReporterAsia #ข่าวเศรษฐกิจสังคม #พม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ #วันอาสาสมัครไทย #อัคราพรหมเผ่า #กันตพงศ์รังษีสว่าง #สวัสดิการสังคม #การคุ้มครองทางสังคม #อาสาสมัคร #CSR #เศรษฐกิจไทย

