รัฐ-เอกชน ผนึกกำลัง “สุขกาย สบายกระเป๋า” ลดค่ารักษาพยาบาล

รัฐ-เอกชน ผนึกกำลัง “สุขกาย สบายกระเป๋า” ลดค่ารักษาพยาบาล

กรมการค้าภายใน จับมือ อย. และภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ “เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล” เปิดตัวโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ชู “ท็อปส์แคร์” และ “มัทสึคิโยะ” นำร่อง 50 สาขา เปิดทางเลือกผู้ป่วยโรงพยาบาลเอกชน ซื้อยานอกโรงพยาบาลได้ หวังลดภาระค่าใช้จ่ายด้านยา ขานรับนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ และหนุนคนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพถ้วนหน้า

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย เมื่อหน่วยงานภาครัฐผนึกกำลังกับภาคเอกชน เปิดตัวโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” โดยมี นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) และ เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำทีมลงพื้นที่เยี่ยมร้านท็อปส์แคร์ สาขาเซ็นทรัล พระราม 9

หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการ เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ป่วย ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน โดยผู้ป่วยสามารถขอใบสั่งยาจากแพทย์เพื่อนำไปซื้อยาจากร้านขายยาภายนอกที่เข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งถือเป็นการ “ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล” ให้กับประชาชนโดยตรง

โครงการนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมีกรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เป็นผู้กำกับดูแล ปัจจุบัน มีโรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถ “เลือกซื้อยาภายนอกโรงพยาบาล” ได้อย่างสะดวกและโปร่งใส

CRC ขานรับนโยบาย: พลิกสมรภูมิค้าปลีกสู่ “Health & Wellness Hub”

ในฐานะองค์กรค้าปลีกชั้นนำของไทย บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ภาครัฐได้เปิดตัวโครงการสำคัญนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานได้สะดวกยิ่งขึ้น”

นายสเตฟานเน้นย้ำว่า เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย จึงพร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เพื่อยกระดับการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพและบริการทางสุขภาพที่ได้มาตรฐานสำหรับประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

“เรามีความพร้อมด้วยเครือข่ายร้านยาครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 50 สาขา และเชื่อมโยงกับอีโคซิสเต็มของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้านได้ง่ายขึ้น ตลอดจนลดความแออัดในโรงพยาบาล”

วิสัยทัศน์ของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ไม่ได้หยุดแค่การเป็นร้านขายยา แต่มุ่งพัฒนาร้านยาให้ก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางการดูแลสุขภาพของชุมชน” (Health & Wellness Hub) ตอกย้ำบทบาทองค์กรค้าปลีกของคนไทยที่พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สุขกาย สบายกระเป๋า

“ท็อปส์แคร์” (Tops CARE): หัวหอกหลัก “ดูแลด้วยใจ” มาตรฐานร้านยาคุณภาพ

ในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ “ท็อปส์แคร์” (TOPS CARE) ถือเป็นหัวหอกหลัก โดย นางสาวจารุวรรณ แสงแจ่ม รองประธานบริหาร สายงานปฏิบัติการค้าปลีก กลุ่มธุรกิจสุขภาพ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า ท็อปส์แคร์ได้เข้าร่วมโครงการครบทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 48 แห่ง (แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 38 สาขา และต่างจังหวัด 10 สาขา)

ท็อปส์แคร์ ชูความพร้อมในการให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ดูแลด้วยใจ’ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพสูงจากทั่วโลกกว่า 3,500 รายการ ครอบคลุมทั้งการรักษา การดูแล และการส่งเสริมสุขภาพในทุกมิติ

จุดเด่นของท็อปส์แคร์ คือการรับประกันการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพในทุกขั้นตอน ด้วยการดูแลจาก ทีมเภสัชกรวิชาชีพ ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านการจ่ายยา การประเมินสุขภาพเบื้องต้น และการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริมที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ได้แก่ TeleMed & TelePharm ให้ลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์และเภสัชกรผ่านแชทหรือวิดีโอคอล พร้อมบริการจัดส่งยาถึงบ้าน ที่สำคัญ ท็อปส์แคร์ยังได้เข้าร่วมโครงการ “ร้านยาคุณภาพ” กับสภาเภสัชกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในมาตรฐานการให้บริการที่ปลอดภัยและได้คุณภาพอีกด้วย

“มัทสึคิโยะ” (Matsukiyo): เสริมทัพด้วยมาตรฐาน “คุณภาพญี่ปุ่น”

นอกเหนือจากท็อปส์แคร์แล้ว “มัทสึคิโยะ” (Matsukiyo) แบรนด์ร้านค้าปลีกสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำจากญี่ปุ่น ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ยังได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วยใน 2 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาราชดำริ

นายโคอิจิ ฮิโรเสะ กรรมการผู้จัดการบริษัทเซ็นทรัลและมัทสึโมโตะ คิโยชิ กล่าวว่า มัทสึคิโยะ มีเป้าหมายเพื่อมุ่งยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพของคนไทยภายใต้มาตรฐานการบริการจากใจในสไตล์ญี่ปุ่น “Japanese Quality with Heart”

นายฮิโรเสะ ยืนยันความพร้อมทั้งในด้านสินค้าทางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่หลากหลาย ครบถ้วน รวมถึงบริการจากเภสัชกรที่ผ่านการอบรมและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความถูกต้อง ปลอดภัย และความใส่ใจในทุกรายละเอียด

ในอนาคต มัทสึคิโยะยังมีแผนขยายสาขาที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มเติมในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็น ‘Health & Beauty Destination’ ที่ช่วยให้คนไทยดูแลตัวเองได้ทั้งภายนอกและภายใน

ประชาชนได้อะไร? และจะใช้สิทธิ์ได้อย่างไร?

สำหรับประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ์ในโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” สามารถค้นหาร้านยาที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ง่าย ๆ ผ่านระบบ FDA ON: Pharmacy Map

เพียงสแกน QR Code หรือค้นหาใน LINE Official Account @FDATHAI จากนั้นพิมพ์ค้นหา “ท็อปส์แคร์ (TOPS CARE)” หรือ “มัทสึคิโยะ (Matsukiyo)” ก็จะพบรายชื่อและตำแหน่งสาขาที่เข้าร่วมโครงการใกล้บ้านได้ทันที

เบื้องหลังยักษ์ค้าปลีก: “เซ็นทรัล รีเทล” กับสมการ “สุขภาพ”

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล สะท้อนทิศทางกลยุทธ์ที่ชัดเจนของ “เซ็นทรัล รีเทล” (CRC) ในการรุกเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพ

เซ็นทรัล รีเทล คือผู้นำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ที่มีเครือข่ายร้านค้ากว่า 3,822 ร้านค้า (ณ 30 มิ.ย. 68) ในไทย เวียดนาม และอิตาลี โดยธุรกิจครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มฟู้ด, กลุ่มฮาร์ดไลน์, กลุ่มแฟชั่น และกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้

ที่น่าสนใจคือ “ท็อปส์ แคร์” (Tops CARE) ถูกจัดอยู่ใน “กลุ่มฟู้ด” (Food Group) ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยง นี่แสดงให้เห็นว่า เซ็นทรัล รีเทล กำลังผสานธุรกิจสุขภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ผ่านเครือข่ายร้านค้าที่แข็งแกร่ง (เช่น ท็อปส์) สอดรับกับเป้าหมายการเป็น “Health & Wellness Hub” ได้อย่างชัดเจน

#สุขกายสบายกระเป๋า #ลดค่ารักษาพยาบาล #กรมการค้าภายใน #อย #ท็อปส์แคร์ #มัทสึคิโยะ #เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล #เซ็นทรัลรีเทล #CentralFoodRetail #TOPSCARE #MATSUKIYO #SOOKKAISABAIKRAPAO #ข่าวเศรษฐกิจ #กระทรวงพาณิชย์ #QuickBigWin

Related Posts