ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง “HoReCa Trend Talk 2025” โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า ฉายภาพอนาคตธุรกิจอาหารไทยที่ยังคง “โตต่อไม่หยุด” เผยพลังขับเคลื่อนสำคัญจากผู้ประกอบการ “Gen Z” ที่เพิ่มขึ้นกว่า 8% พร้อมเจาะลึก 3 เทรนด์ดาวรุ่ง “Casual Dining-Cloud Kitchen” , “ชาบู-หม้อไฟ” , และ “กาแฟ Specialty” ที่เติบโตสวนกระแส สะท้อนผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหา “ประสบการณ์และคุณค่าทางอารมณ์” ตอกย้ำแนวคิด “Food Infinity” ที่ชี้ว่าโอกาสในธุรกิจอาหารนั้นไร้ขีดจำกัด
ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคยังคงเผชิญกับความท้าทายและความเปราะบาง ภาคส่วนหนึ่งที่ยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างน่าทึ่งคือ “อุตสาหกรรมอาหาร” เวทีเสวนา “HoReCa Trend Talk” ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของมหกรรม “makro HoReCa 2025” ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักของผู้ประกอบการในแวดวงอาหาร โรงแรม และคาเฟ่ (HoReCa) ทั่วประเทศ
เวทีนี้ นำโดย นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ให้มุมมองเชิงลึกภายใต้แนวคิดหลักของงานอย่าง “Food Infinity – ธุรกิจอาหารโตไม่สิ้นสุด”
นายธนิศร์ได้วิเคราะห์ภาพอนาคตไว้อย่างน่าสนใจว่า หัวใจหลักที่ทำให้ธุรกิจอาหารยังคงเดินหน้าต่อได้แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน นั่นก็เพราะ “ตราบใดที่อาหารยังเป็นปัจจัยหลัก ธุรกิจอาหารจะไม่มีวันหยุดนิ่ง” การเสวนาครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพและความยืดหยุ่นของผู้ประกอบการไทย ที่พร้อมปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ในทุกวิกฤต
ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองและเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนที่สุด คือการเข้ามาของผู้ประกอบการรุ่นใหม่
พลังคนรุ่นใหม่ “Gen Z” หัวหอกขับเคลื่อนตลาดอาหารไทย
ข้อมูลจากแม็คโคร ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกกลุ่ม HoReCa ทั่วประเทศกว่า 550,000 ราย ตั้งแต่ร้านค้าระดับสตรีทฟู้ดไปจนถึงโรงแรมขนาดกลาง พบข้อมูลเชิงลึกที่น่าทึ่ง นั่นคือ การเติบโตของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีอายุระหว่าง 18-22 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 8%
ตัวเลข 8% นี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติธรรมดา แต่คือภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาด “คลื่นลูกใหม่” เหล่านี้ คือกลุ่ม Digital Natives ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี พวกเขาไม่ได้มองการเปิดร้านอาหารในกรอบเดิมๆ แต่เต็มไปด้วย “ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี”
นายธนิศร์ ชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีความโดดเด่นในการสร้างโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง เช่น การเปิดร้าน “ฟิวชันคาเฟ่” ที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน หรือแม้กระทั่งการสร้างธุรกิจ “ร้านเดลิเวอรี 100%” ที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน แต่สามารถสร้างยอดขายหลักแสนต่อเดือนได้
พลังของคนกลุ่มนี้กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ (Key Driving Force) ที่กำหนดทิศทางใหม่ๆ ให้กับตลาดอาหารไทย พวกเขากล้าทดลอง ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างลึกซึ้งว่า “คอนเทนต์” มีความสำคัญไม่แพ้ “รสชาติ”
เจาะ 3 เทรนด์ดาวรุ่ง: ภาพสะท้อนผู้บริโภคยุคใหม่
เมื่อเจาะลึกลงไปใน Big Data ของแม็คโคร พบว่ามี 3 ประเภทธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในปี 2025 ได้อย่างชัดเจน
1. Casual Dining & Cloud Kitchen (+28%)
การเติบโตสูงสุดถึง 28% เป็นของกลุ่มร้านอาหารไทยสไตล์ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ที่มาพร้อมกับโมเดล “Cloud Kitchen” หรือครัวกลางสำหรับเดลิเวอรี
นี่คือเทรนด์ที่เกิดจากการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง
- อาหาร: ไม่ใช่ร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิม (Traditional) แต่เป็นสไตล์ “ร่วมสมัย” ที่เข้าถึงง่าย ถูกปากคนยุคใหม่
- การตลาด: ธุรกิจกลุ่มนี้ “เน้นคอนเทนต์” พวกเขาเข้าใจว่าในยุคโซเชียลมีเดีย อาหารต้อง “ถ่ายรูปสวย” และ “มีเรื่องเล่า” เพื่อกระตุ้นการแชร์
- โมเดลธุรกิจ: การเติบโตของ “Cloud Kitchen” สะท้อนการปรับตัวสู่ยุคเดลิเวอรีเต็มรูปแบบ ลดต้นทุนค่าเช่าหน้าร้าน และโฟกัสที่การบริหารจัดการออเดอร์ออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เน้นความคล่องตัว
2. ร้านชาบูและหม้อไฟ (+25%)
แม้จะเป็นเทรนด์ที่อยู่ในตลาดมานาน แต่ร้านชาบูและหม้อไฟยังคงเติบโตสูงถึง 25% และยังคง “ครองใจทุกเพศทุกวัย”
ปัจจัยแห่งความสำเร็จของเทรนด์นี้อยู่ที่ 2 คำ คือ “ความคุ้มค่า” (Value) และ “ความหลากหลาย” (Variety) ในยุคที่ผู้บริโภครัดกุมการใช้จ่าย โมเดลบุฟเฟ่ต์หรือเซ็ตสุดคุ้มยังคงตอบโจทย์ ขณะเดียวกัน “ความหลากหลาย” ของน้ำซุป เนื้อสัตว์ และเครื่องเคียง ช่วยให้ผู้บริโภคได้ “เลือก” และ “สร้างสรรค์” ประสบการณ์ของตัวเอง
มากกว่านั้น ธุรกิจหม้อไฟยังตอบโจทย์ “คุณค่าทางอารมณ์” (Emotional Value) ในแง่ของการเป็นกิจกรรมทางสังคม การได้ใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อนและครอบครัว ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่การสั่งเดลิเวอรีไม่สามารถทดแทนได้
3. ร้านกาแฟ (Specialty Coffee) และเบเกอรี่ (+25%)
การเติบโต 25% ของตลาดกาแฟและเบเกอรี่ ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ “คาเฟอีน” แต่กำลังมองหา “ประสบการณ์”
เทรนด์นี้ถูกขับเคลื่อนโดยร้านที่ “ลงทุนในวัตถุดิบเฉพาะทางและดีไซน์ที่ชวนถ่ายรูป แชร์ต่อในโซเชียล”
- วัตถุดิบเฉพาะทาง (Specialty): เช่น เมล็ดกาแฟ Single Origin จากแหล่งปลูกหายาก หรือเบเกอรี่ที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียม สิ่งเหล่านี้สร้าง “เรื่องเล่า” (Story) และยกระดับประสบการณ์การดื่มกิน
- ดีไซน์และการแชร์ต่อ: การออกแบบร้าน การจัดจาน ไปจนถึงแพ็คเกจจิ้ง ถูกคิดมาเพื่อ “การถ่ายรูป” และ “การแชร์” ในโซเชียลมีเดีย ลูกค้าที่เข้ามาไม่ได้เป็นแค่ผู้บริโภค แต่ยังเป็น “ผู้สร้างคอนเทนต์” (User-Generated Content) ที่ช่วยโปรโมทร้านไปในตัว
ทั้ง 3 เทรนด์นี้ สะท้อนภาพเดียวกันว่า ผู้บริโภคยุคใหม่กำลัง “แสวงหาประสบการณ์ใหม่และคุณค่าทางอารมณ์จากการรับประทาน” มากกว่าแค่การบริโภคเพื่ออิ่มท้อง
“โซลูชันพาร์ทเนอร์” กลยุทธ์แม็คโครปั้น “Food Infinity”
ในฐานะ “โซลูชันพาร์ทเนอร์” ที่ต้องการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างยั่งยืน แม็คโครไม่ได้เป็นเพียงผู้ “ขาย” วัตถุดิบ แต่กำลังสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ครบวงจรเพื่อแก้ปัญหาและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ
1. การบริหารต้นทุนและคุณภาพ (Products Solution): ในยุคที่ต้นทุนผันผวน แม็คโครใช้แบรนด์สินค้าในเครืออย่าง aro และ savepak เป็นเครื่องมือช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึง “วัตถุดิบคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม” ช่วยผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนและรักษาผลกำไร
2. การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน (Labor Solution): ปัญหา “ขาดแคลนแรงงาน” และ “การรักษามาตรฐานรสชาติ” คือความท้าทายอันดับต้นๆ ของร้านอาหาร แม็คโครจึงต่อยอดสินค้ากลุ่ม Ready to Eat / Cook / Bake (RTE/RTC/RTB) สินค้ากลุ่มนี้ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมในครัว ทำให้แม้ไม่มีเชฟฝีมือดี ร้านก็ยัง “รักษาคุณภาพอาหารให้คงที่” ได้มาตรฐานเดียวกันทุกจาน และลดการพึ่งพาแรงงานทักษะสูง
3. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital & Logistic Solution): แม็คโครผลักดันแพลตฟอร์ม “makro PRO” เพื่อช่วยให้ร้านอาหารสั่งซื้อของออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น โดยมียอดสั่งซื้อจากกลุ่ม HoReCa เพิ่มขึ้นกว่า 27% ในด้านโลจิสติกส์ มีการขยาย “รถจัดส่งทั่วประเทศกว่า 3,600 คัน” พัฒนา “บริการด่วน 3 ชั่วโมง” และเตรียมเปิด “บริการจัดส่งช่วงเช้า” เพื่อให้ร้านอาหารได้รับวัตถุดิบสดใหม่ทันใช้ในแต่ละวัน ช่วยลดภาระการสต็อกสินค้าและเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดเล็ก
4. การยืนหยัดเคียงข้าง (Support Solution): ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ แม็คโครยังคงเดินหน้าโครงการ “แม็คโคร ยืนหยัดให้คุณยิ้มได้” (Standing Strong, Smiling Together) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวิร์กชอปพัฒนาเมนูใหม่ การเปิดพื้นที่ในสาขาให้วางขายสินค้า หรือการจัดโปรโมชั่นสินค้าหลักเพื่อช่วยเพิ่มกำไร
บทสรุปสู่อนาคต: “โอกาสอยู่รอบตัวทุกคน”
เวที “HoReCa Trend Talk” ปี 2025 ได้ตอกย้ำภาพอนาคตของธุรกิจอาหารไทยไว้อย่างชัดเจน แม้ต้องเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่อุตสาหกรรมนี้ยังมีศักยภาพมหาศาล
นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ทิ้งท้ายด้วยมุมมองที่สร้างแรงบันดาลใจว่า “ในโลกของธุรกิจอาหาร โอกาสอยู่รอบตัวทุกคน”
บทพิสูจน์ที่ชัดเจนคือการเติบโตของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี และการเกิดขึ้นของเทรนด์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมีแม็คโครในฐานะ “โซลูชันพาร์ทเนอร์” ที่คอยสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
นี่คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้ “ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด” สมดังแนวคิด “Food Infinity” ที่เป็นหัวใจของงานในปีนี้ อย่างแท้จริง
#CPAXTRA #makroHoReCa18 #FoodInfinity #มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย

