ไปรษณีย์ลาว เปิดแผนสู้ศึกภาษีสหรัฐ 40% พลิกสู่โอกาสอีคอมเมิร์ซไทย

ไปรษณีย์ลาว เปิดแผนสู้ศึกภาษีสหรัฐ 40% พลิกสู่โอกาสอีคอมเมิร์ซไทย

ไปรษณีย์ลาว เผยวิกฤตหลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากลาวสูงถึง 40% จนต้องระงับการขนส่งทางอากาศชั่วคราว พร้อมชี้ชัดกลยุทธ์กอบกู้รายได้ด้วยการเร่งกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับไปรษณีย์ไทย เปิดบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) ข้ามพรมแดน เพื่อใช้ประโยชน์จากตลาดอีคอมเมิร์ซไทย-ลาวที่เติบโตอย่างร้อนแรง ในขณะที่ปัญหาคอขวดโลจิสติกส์เชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงยังคงเป็นความท้าทายหลักที่ต้องเร่งแก้ไข

นายฤทธิกร ภูมิศักดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ลาว จำกัด (Lao Post) ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ปรับขึ้นภาษีสินค้าที่มาจาก สปป.ลาว ในอัตราที่สูงถึง 40% มาตรการดังกล่าวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อรายได้หลักของไปรษณีย์ลาวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ซึ่ง นายฤทธิกร ภูมิศักดิ์ ยืนยันว่าการส่งสินค้าไปต่างประเทศ (โดยเฉพาะไปอเมริกา) เป็น แหล่งรายได้หลัก ขององค์กร

มาตรการภาษี 40% นี้ส่งผลกระทบต่อปริมาณสินค้าลาวที่ส่งออกไปยังต่างประเทศประมาณ 60% ของปริมาณทั้งหมด ทำให้ไปรษณีย์ลาวต้องตัดสินใจยุติการขนส่งสินค้า (ยกเว้นเอกสาร) ไปยังสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราว แม้ว่ามูลค่าการค้ารวมระหว่างประเทศลาวกับสหรัฐฯ จะอยู่ที่ประมาณ $300–400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี แต่ผลกระทบต่อรายได้ของไปรษณีย์ลาวนั้นมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้ในภาพรวมลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

เพื่อบรรเทาผลกระทบและพลิกวิกฤตสู่โอกาส ภายใต้การนำของ นายฤทธิกร ภูมิศักดิ์ ทางไปรษณีย์ลาวจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการปรับตัวและ “หาตลาดใหม่” แทนการส่งไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งการหันมาขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับไปรษณีย์ไทยและตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคจึงกลายเป็นทางออกที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน

หมายเหตุ: ปัจจุบันไปรษณีย์ลาวและรัฐบาลกำลังติดตามและพยายามเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาภาษีดังกล่าว โดยมีประเด็นเรื่องการจัดการระบบการจ่ายภาษีล่วงหน้าให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งสินค้า

กลยุทธ์เชิงรุก: ใช้ไทยเป็นฐานค้า ปลดล็อกศักยภาพ E-Commerce ข้ามพรมแดน

ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญในการชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป โดย ดร.ลิดทิกอน พุมมะสัก ชี้ว่า ประเทศไทยถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุด ของ สปป.ลาว และเป็นตลาดที่ส่งออกสินค้ามายังลาวมากที่สุด ประกอบกับมีคนลาวจำนวนหลายแสนคนที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ทำให้ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์

การลงนาม COD: กุญแจสู่ตลาด E-Commerce ร้อนแรง

ไปรษณีย์ลาว และไปรษณีย์ไทย ได้ลงนามในสัญญาบริการ เก็บเงินปลายทาง (COD) ข้ามพรมแดน โดยมีเป้าหมายหลักคือการ อำนวยความสะดวก ให้ทุกอย่างเข้าสู่ระบบและมีความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งสองฝั่งได้อย่างชัดเจน:

  • คนลาวในลาว: สามารถซื้อสินค้าจากประเทศไทยได้ง่ายและสะดวกขึ้น

  • คนลาวในไทย: สามารถสั่งสินค้าอุปโภคบริโภค หรืออาหารพื้นบ้านกลับไปบ้านเกิดที่ลาว

  • คนไทยที่กลับจากเที่ยวลาว: สามารถสั่งอาหารพื้นเมืองที่ติดใจไปรับประทานในไทยได้อีกด้วย

บริการ COD นี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมธุรกรรมอีคอมเมิร์ซที่ก่อนหน้านี้ยังคงมีความสับสนและอยู่นอกระบบให้เข้าสู่ช่องทางที่เป็นทางการมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในลาวขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

ศักยภาพตลาด E-Commerce ลาว

ดร.ลิดทิกอน พุมมะสัก ได้ประเมินตัวเลขคร่าว ๆ จากการติดตามในระบบทางการเงินของธนาคารว่า ยอดขายอีคอมเมิร์ซในลาวในปัจจุบัน ไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่คนลาวสั่งซื้อออนไลน์จากต่างประเทศมากที่สุดคือ เสื้อผ้า ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมในลาวคือแพลตฟอร์มจากจีนและแพลตฟอร์มที่คล้ายกับ Shopee

นอกจากนี้ ในด้านกฎระเบียบของการนำเข้าสินค้า สินค้าที่ส่งจากไทยมาลาวที่มีมูลค่าต่ำกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะได้รับการยกเว้นภาษีตามระเบียบของศุลกากรลาว ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดนในกลุ่มสินค้ารายย่อย (Cross-Border Small Parcel) ให้มีต้นทุนที่ต่ำลง

ความท้าทายโลจิสติกส์ภายใน: สงครามราคาและจุดเชื่อมต่อรถไฟ

แม้จะมีกลยุทธ์รุกตลาดต่างประเทศที่เข้มแข็ง แต่ ดร.ลิดทิกอน พุมมะสัก ยอมรับว่าการขนส่งภายในประเทศลาวยังไม่แข็งแกร่งนัก โดยรายได้และบริการของไปรษณีย์ลาวส่วนใหญ่พึ่งพาการส่งไปรษณีย์ประเภทเอกสารและการส่งต่างประเทศเป็นหลัก

จุดที่น่ากังวลคือ Lao Post กำลังประสบปัญหาในการ สู้สงครามราคา กับบริษัทสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ที่เข้ามาลงทุนในลาว ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดโลจิสติกส์ทั่วไปมีความยากลำบาก เนื่องจากลาวไม่ได้เป็นประเทศที่มีการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก แต่มีการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้การขนส่งภายในประเทศต้องพึ่งพาปริมาณสินค้าที่มาจากภายนอกเป็นหลัก

ปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์รถไฟ (ลาว-จีน)

ในด้านโครงสร้างพื้นฐานรถไฟความเร็วสูง (ลาว-จีน) นั้น ดร.ลิดทิกอน พุมมะสัก ได้อธิบายว่า ปัจจุบันสินค้าที่ใช้รถไฟความเร็วสูงส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากประเทศจีนที่เดินทางผ่านลาวไปยังประเทศที่สาม เช่น ประเทศไทย โดยลาวทำหน้าที่เป็นเพียง “ประเทศทางผ่าน” ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์เท่านั้น

ปัญหาคอขวดที่สำคัญที่สุดคือจุดเชื่อมต่อที่หนองคาย เนื่องจากรถไฟของไทยยังไม่สามารถเชื่อมต่อตรง ไปยังลาวได้ ทำให้เกิดความยุ่งยากและเสียเวลาในกระบวนการ ขนถ่ายสินค้า (transshipment) หรือการโยกย้ายสินค้าออกและนำเข้าใหม่ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการขนส่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การขนส่งทางรถไฟยังคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้รถบรรทุก โดยเฉพาะสำหรับสินค้าประเภท ไม้และสินค้าเกษตร เนื่องจากมีความรวดเร็วและต้นทุนที่ต่ำกว่า ปัจจุบันปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างหนองคายและเวียงจันทน์อยู่ที่ประมาณ 20–30 เที่ยวต่อวัน ซึ่งไปรษณีย์ลาวก็พร้อมให้ความร่วมมือทางโลจิสติกส์ หากไปรษณีย์ไทยต้องการส่งสินค้าผ่านทางรถไฟลาวต่อไปยังประเทศที่สาม

สรุปเชิงกลยุทธ์: ปรับทัพชดเชยรายได้ สู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค

การตัดสินใจของไปรษณีย์ลาวในการผนึกกำลังกับไปรษณีย์ไทยเพื่อเปิดบริการ COD ข้ามพรมแดนอย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็น ก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ในการ ชดเชยรายได้ ที่หายไปจากการหยุดส่งสินค้าไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา

การเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย-ลาวที่มีความ “ร้อนแรง” และมีศักยภาพในการเติบโตสูงถือเป็นการปรับทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน

  • การพลิกวิกฤต: การหันมาโฟกัสตลาดไทยด้วยบริการ COD เป็นการเปลี่ยนทิศทางรายได้หลัก เพื่อรับมือกับการสูญเสียตลาดสหรัฐฯ 40%

  • ความท้าทาย: การต่อสู้ในสงครามราคาโลจิสติกส์ภายในประเทศ และการเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาจุดเชื่อมต่อรถไฟที่ชายแดนไทย-ลาว ยังคงเป็นภารกิจหลักที่ผู้นำของ Lao Post ต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้ลาวสามารถก้าวขึ้นเป็น “ประเทศทางผ่าน” ที่มีประสิทธิภาพและเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อจีน-อาเซียนได้อย่างสมบูรณ์

#ไปรษณีย์ลาว, #LaoPost, #RithikonePhoummasack, #ภาษีสหรัฐ, #US_Tariff, #ECommerce_ลาว, #โลจิสติกส์ลาว, #รถไฟจีนลาว, #COD, #สงครามราคา, #การค้าระหว่างประเทศ, #หาตลาดใหม่, #เศรษฐกิจลาว, #CrossBorder, #ไปรษณีย์ไทย, #Logistics, #ลาว, #ประเทศไทย

Related Posts